นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

วรวุธ
Ico64
รศ.ดร. วรวุธ วิสุทธิ์เมธางกูร
รองศาสตราจารย์
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Network
Members · Following: 0 · Followed: 2

ความเคลื่อนไหวของฉัน

05 พฤษภาคม 2557
Ico48

พิมพ์ภาษาไทย อังกฤษ ได้ครับ ภาษาอื่น ๆ ก็คงได้ครับ ถ้าติดตั้งบน OS ครับ

14 ธันวาคม 2556
Blog
26 สิงหาคม 2555
Ico48
งาน "สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน" ครั้งที่ 5
ใน รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์
โดย วรวุธ
เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ โปรดเกล้าฯ ให้ผู้บริหาร นักศึกษา เฝ้าฯ ในงาน "สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน" ครั้งที่ 5 วันที่ ๒๓ และ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ นับเป็นวันสำคัญอีกครั้งหนึ่งของ ม.อ. ที่ได้มีโอกาสสนองงานของพระองค์ท่าน ซึ่งพระองค์ทรงเสียสละทุ่มเทให้กับงานนี้เป็นอย่างมาก เพื่อนำรายได้สมทบทุนเข้ามูลนิธิเพื่อช...
ดอกไม้: 4 · ความเห็น: 0 · อ่าน: 2217
25 สิงหาคม 2555
Blog
27 เมษายน 2555
Ico48

โปรแกรมนี้เป็น Open Source ไม่ต้องซื้อครับ และผมเป็นเพียงผู้ใช้ที่พอใจคนหนึ่งครับ สำหรับเครื่องมือเพิ่มเติมผมไม่ทราบว่ามีขายหรือไม่ครับ

25 สิงหาคม 2554
Ico48
อยากเห็นนักศึกษาของเราเป็นคนดี
ใน ครู
โดย วรวุธ
ก่อนสอนผมมักจะนำเรื่องราวต่าง ๆ มาเล่าหรือเปิดไฟล์ VDO ที่มีข้อคิดมาเปิดให้นักศึกษาได้ดู กันและฝากข้อคิดต่างๆ ไว้ วันนี้ผมก็ได้นำเอกสารที่เวียนมาถึงผมมาเล่าให้นักศึกษาได้รับรู้กัน (ตาม Link ข้างล่าง) ซึ่งหากได้อ่านแล้วอาจจะมีประเด็นให้ช่วยกันคิดเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นได้ครับ ผมอยากให...
ดอกไม้: 1 · ความเห็น: 0 · อ่าน: 2283
Ico48
Small_students53
วินัยนักศึกษาในช่วงปี2553
โดย วรวุธ
ดอกไม้: 0 · ความเห็น: 0 · อ่าน: 1722
08 กรกฎาคม 2554
Ico48

เรียนทุกท่าน

      บันทึกนี้ได้ทำหน้าที่บรรลุวัตถุประสงค์แล้วครับ คือ ได้เรียกร้องให้ผู้บริหารทบทวนการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้มาตรการตัดลดเงินสมนาคุณสาขาขาดแคลน 4000 บาท ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยเปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ ซึ่งผู้บริหารคณะฯ ก็ได้รับทราบและนำไปพิจารณาทบทวนการตัดสินใจ และในที่สุดก็ได้ประกาศที่จะไม่ตัด/ลด เงินสมนาคุณสาขาขาดแคลน ตามที่คณบดีได้แจ้งไว้แล้ว (ที่บล็อกนี้  http://share.psu.ac.th/blog/eng-dean/19433 ครับ)

      ผมขอแสดงความยินดีต่อชาวคณะวิศวฯ ทุกท่าน และขอขอบคุณผู้บริหารที่กล้าหาญทบทวนและตัดสินใจตามหลักการและเหตุผลที่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่คณะฯ ของเราสืบต่อไปครับ

       ผมขอขอบคุณทุกท่านที่อ่าน, ร่วมแสดงความคิดเห็น และ/หรือ ให้กำลังใจ ทั้งบนหน้านี้ หรือช่องทางอื่น ๆ ครับ และผมต้องขออภัยมา ณ ที่นี้หากการแสดงความคิดเห็นของผม หรือของผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นท่านอื่น ๆ อาจไปกระทบทำให้บางท่านรู้สึกไม่สบายใจ เพราะไม่ใช่เจตนารมณ์ของบล็อกนี้ครับ (ได้กล่าวไปแล้วในตอนต้น)

       ขอขอบคุณ share.psu.ac.th ที่เป็นเวทีให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง และเปิดเผยครับ ผมคิดว่าหลาย ๆ คน ซึ่งรวมทั้งผมเองได้เรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนกันบน share.psu.ac.th นี้ครับ

ขอบคุณครับ

04 กรกฎาคม 2554
Ico48

ผมขอขอบคุณทุกท่านที่อ่าน และ/หรือ แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นนี้ครับ และหวังว่าจะมีคนเข้ามาร่วมแสดงความเห็นกันอีกมาก ๆ เพื่อสะท้อนให้กับผู้บริหารได้นำไปประมวลต่อไปครับ

ผมเห็นด้วยกับความเห็นที่ว่าการตัดสินทำอะไรต้องมีฐานอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่ความรู้สึก ซึ่งอย่างที่ผมและหลายคนก็ได้บอกว่าหากมีข้อมูล และเหตุผลความจำเป็นจริงว่าคณะฯจะอยู่ไม่ได้แล้ว ผมเชื่อว่าบุคลากรส่วนมากก็ย่อมยินดีที่จะเสียสละเพื่อให้องค์กรอยู่ได้ครับ (เพราะเท่าที่พูดคุยกันนี้ ก็เห็นมีหลายท่านยินดีที่จะเสียสละให้แล้วครับ) แต่ผมเองก็ไม่เคยได้รับข้อมูลใด ๆ อย่างเป็นหลักฐาน ทั้งเรื่องแนวคิดการตัด/ลดเงินสมนาคุณสาขาขาดแคลน (4000 บาท) นี้และเหตุผลของผู้บริหารที่สนับสนุนแนวคิดนี้ (ได้ยินมา) และที่มีข้อมูลว่าคณะฯ มีการเงินที่ติดลบสะสมมา 20 ล้านบาท ผมก็ไม่ทราบรายละเอียด (เพราะไม่มีข้อมูล) แต่การติดลบส่วนนี้เนื่องมาจากการขาดทุนสะสม หรือว่ารวมถึงหนี้ผูกพันที่ได้กู้มาเพื่อต่อเติมอาคารใหม่หรือไม่ ซึ่งหากเป็นหนี้ที่เราได้วางแผนในการกู้ และก็มีกำหนดภาระการจ่ายปีละเท่าไร ซึ่งก็เป็นรายจ่ายที่ต้องกันไว้อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าจะต้องจ่ายให้หมดทั้งก้อนครับ แต่ตรงนี้ผมก็ไม่ทราบเพราะไม่มีข้อมูล ผู้บริหารคณะฯ อาจจะนำมาชี้แจงให้ประชาคมทราบ และนอกจากนี้การเงินบัญชีต่าง ๆ เช่น กองทุนเงินรายได้บริการวิชาการ กองทุนวิจัย เป็นต้น ก็คงต้องนำมาชี้แจงรายละเอียดประกอบการตัดสินใจให้ประชาคมทราบครับ

แต่ผมก็ไม่คิดว่า การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นการเลือกระหว่าง "ประชานิยม" หรือ "ความถูกต้องที่ควรจะเป็น" เพราะคณะฯ ของเราก็ไม่ได้ใช้ระบอบประชาธิปไตย(การเลือกตั้ง) ในการสรรหาผู้บริหารอยู่แล้วครับ แต่เห็นด้วยครับว่าการบริหารของผู้บริหารก็ควรจะต้องมีความชอบธรรม ถูกต้องและเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ครับ และที่ผมเปิดประเด็นนี้ขึ้นเพราะเกรงว่าการตัดสินใจดำเนินการใด ๆ จะถูกตัดสินใจโดยคณะกรรมการคณะฯ (แทนประชาคมที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวข้อง) โดยที่อาจจะยังไม่ได้รับฟังความเห็นรอบด้าน และพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดครบถ้วนจริง

ซึ่งหากมองถึงเจตนารมณ์ของเงินสมนาคุณสาขาขาดแคลน ว่ามีวัตถุประสงค์อย่างไร จะพบว่าเกี่ยวข้องไม่เฉพาะบุคลากรสายอาจารย์เท่านั้น แต่เรายังมีการจ่ายเงินสมนาคุณสาขาขาดแคลนให้กับบุคลากรสายอื่นด้วย เช่น วิศวกร/นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งแม้จะจ่ายให้ในอัตราที่ไม่เท่ากัน แต่ก็มีวัตถุประสงค์เดียวกัน (ที่สำคัญคือมีการเพิ่มขึ้นเมื่อมีอายุงานถึงระดับหนึ่ง) หากจะตัดเงินของอาจารย์แล้ว บุคลากรเหล่านี้จะต้องถูกดำเนินการเช่นเดียวกันหรือไม่ ก็ควรต้องมีการชี้แจงและรับฟังความเห็นด้วย

สำหรับความเห็นที่ว่า "การแสวงหาเงินจากงานที่ง่าย ๆ เพียงอย่างเดียว เช่นงานสอน เพราะเกิดการพัฒนาน้อย ควรทำงานวิจัยเพื่อเพิ่มศักยภาพตัวเอง และมีค่าตอบแทนด้วย" เป็นข้อความที่ผู้เป็นครูอาจารย์อ่านแล้วคงจะรู้สึกน้อยใจ เพราะเป็นการดูแคลนผู้ที่มีวิชาชีพครูอาจารย์ และคิดว่าวิชาชีพนักวิจัยดีเลิศกว่า ซึ่งแนวคิดนี้มีมากในมหาวิทยาลัยของเราซึ่งบูชาคำว่า "มหาวิทยาลัยวิจัย"

งานสอนของอาจารย์ที่ดีไม่ใช่งานง่าย ๆ และไม่มีคุณค่า ต้องมีการเตรียมการสอน การวัดประเมินผล การติดตามดูแล พัฒนาผู้เรียน เงินก็ไม่ได้มาง่าย ๆ โดยเฉพาะการสอนระดับปริญญาตรี ซึ่งกว่าจะได้เงินค่าสอนก็ต้องเกิน 10 หน่วยชั่วโมง (ผู้บริหารน้อยกว่านี้) ส่วนการสอนระดับปริญญาโท-เอก อาจจะง่ายกว่า และทำเงินได้มากกว่า และมีผลงานโดยตรงต่องานวิจัยของอาจารย์ด้วย แต่อย่าลืมนะครับว่างานสอนระดับปริญญาตรีเป็นการทำรายได้หลักให้กับองค์กรเรา การส่งเสริมการทำวิจัยนั้นทุกคนก็เห็นว่าเป็นประโยชน์และสำคัญ แต่อย่าลืมว่าก็เป็นการทุ่มเทรายจ่ายลงไปเพื่อให้ได้ KPI มา ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้ทุน นศ.ป.โท-เอก เรียน-ทำวิจัย สนับสนุนค่าสอน-ควบคุมวิทยานิพนธ์ของอาจารย์ เงินสนับสนุนทีมวิจัย ค่าตอบแทนตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ ฯลฯ ซึ่งทุกอย่างตัดมาจาก 10% ของเงินรายได้(ที่ส่วนใหญ่มาจากการสอน)ไปเป็นกองทุนวิจัย และการพัฒนาบัณฑิตระดับปริญญาตรีที่ดี ๆ เพื่อรองรับงานวิจัยของเรา ก็มาจากการสอนเช่นกัน คณะฯ เราทุ่มเทเงินไปตรงนี้เท่าไรเพื่อแลกกับ KPI (ด้านวิจัย) เราอาจลองไปดูเทียบเคียง คณะวิทยาศาสตร์สิครับ เขาใช้เงินตรงนี้เท่าไรอย่างไร และผลงานที่ได้เป็นอย่างไร

การบูชา KPI (โดยเฉพาะเน้นทางวิจัยด้านเดียว) อาจเป็นแนวคิดที่ผู้บริหารถูกกำกับลงมาตามลำดับชั้น ซึ่งหากกำหนดทิศทางทำให้ปัจจุบันมุ่งไปทางเดียวจนมองข้ามความสำคัญด้านอื่นๆ ไป ซึ่งอาจเป็นปัจจัยผลักดันให้ผู้บริหารต้องนำงบประมาณหรือสิ่งต่าง ๆ มาเชื่อมโยงกับตรงนี้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเงินเดือน ค่าตอบแทนสาขาขาดแคลน ฯลฯ ทุกอย่างต้องนำมารวมที่ตรงกลาง หากต้องการอะไร คุณก็ต้องไปทำวิจัยสร้างผลงาน KPI มาแล้วก็จะได้รางวัลไป ซึ่งผมเห็นว่าไม่ยั่งยืน ที่จริงแล้วกลไกในการผลักดัน KPI ของผู้บริหาร ก็มีอยู่แล้วในการให้แรงจูงใจในรางวัลตอบแทน และการปรับเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำทุกรอบ ไม่สมควรที่จะตัดลดเงินรายได้พื้นฐานหลักของบุคลากร (เงินเดือนพื้นฐาน/รายได้ประจำ) เพื่อนำมาใช้ผลักดัน KPI อีก

หากจะมองไปในอนาคตข้างหน้าที่ยั่งยืน ผมคิดว่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ของเราควรมุ่งเน้น KPI ทุกด้านอย่างสมดุลทั้งระบบ โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรทุกส่วน (อาจารย์ /บุคลากรสายสนับสนุน/นักศึกษา) ให้มีคุณภาพ(เก่ง) ให้เป็นคนดี และมีความสุขในการใช้ชีวิตในสังคมครับ

03 กรกฎาคม 2554
Ico48
มาตรการการตัด/ลดเงินรายได้ของบุคลากรคณะวิศวกรรมศาสตร์
ใน บันทึกทั่วไป
โดย วรวุธ
ในช่วงนี้ผมได้ข่าวมาว่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.เรา คิดจะออกมาตรการหนึ่งคือ การตัด/ลดเงินรายได้ส่วนหนึ่งของบุคลากรหลัก ผมขอแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วย และคิดว่าไม่เหมาะสม และจะก่อให้เกิดผลเสียต่อคณะฯ อย่างยิ่งต่อไปคำถามแรกคือ ทำไม? มีเหตุผลและความจำเป็นอย่างไรต้องชี้แจงให้ชัดเจนก่อน โดยจะต้องชี้แจงงบราย...
ดอกไม้: 3 · ความเห็น: 25 · อ่าน: 5118