นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

เอสเค
Ico64
สมเกียรติ ทองรักษ์
นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 5

อ่าน: 2477
ความเห็น: 4

ทำไมหมูแพง [C]

ทำไมหมูแพง

          ได้รับรู้ข่าวสารกันมาบ้างหรือไม่ว่า พ่อค้าขายหมูในตลาดสดหาดใหญ่  หยุดขายหมูชุมนุมประท้วงราคาหมูขุนที่ฟาร์มหมูตั้งราคาไว้สูงมาก  สุดท้ายไม่รู้ตกลงกันได้หรือไม่/อย่างไร   มองอย่างเป็นกลางตามหลักเหตุแห่งผลแล้วราคาสินค้าเกษตรในตลาดส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้า (supply) และความต้องการสินค้า (demand) ในขณะนั้น ในส่วนของราคาหมูขุนก็เช่นกัน  ช่วงนี้ (ต้นเดือน สิงหาคม) ราคาหมูมีชีวิตค่อนข้างสูง  จำนวนหมูขุนที่เลี้ยงในฟาร์มมีน้อยกว่าปริมาณความต้องการของผู้บริโภคที่มีมาก  เนื่องจากในปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2553)  ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ในภาคใต้โดนภัยธรรมชาติเล่นงาน น้ำท่วมครั้งใหญ่ หลายฟาร์มโดนเข้าเต็มๆ  ต้องเริ่มต้นเลี้ยงหมูพ่อแม่พันธุ์ใหม่ กว่าจะให้ลูกครอกแรกได้ก็ต้องใช้เวลาประมาณ 18 เดือน ( 1 ปีครึ่ง)  ประกอบกับจำนวนหมูที่เลี้ยงในภาคใต้ไม่พอสำหรับการบริโภคในภาคใต้  จะเห็นได้ว่าหมูในภาคใต้จะแพงกว่าในภาคกลาง  ที่ผ่านมาภาพรวมของหมูทั่วประเทศก็ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากเกิดโรคไวรัสหมู ที่ชื่อโรค Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome (PRRS) หรือโรค หูหมูสีน้ำเงิน แพร่ระบาดในภาคเหนือและภาคอีสานในช่วงปลายปีที่ผ่านมาซ้ำเติมอีก

            ช่วงที่ราคาหมูถูก ผู้เลี้ยงหมูก็อยากให้พ่อค้าหมูขึ้นราคาให้หน่อยพ่อค้าหมูก็ไม่ยอม มาช่วงนี้ถึงคราวที่ผู้เลี้ยงหมูได้ลืมตาอ้าปากบ้าง  ปกติหมูขุนจะส่งตลาดได้ตั้งแต่น้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป  แต่ช่วงนี้หมูขาดตลาด  ได้ข่าวว่าพ่อค้าหมูไปจับหมูที่น้ำหนัก 80 กิโลกรัม มาชำแหละขาย  เม็ดเงินหายไปทันทีสำหรับผู้เลี้ยงหมูตัวละประมาณ 1,500 บาท ประกอบกับในช่วงกลางเดือนนี้จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลสารทจีนด้วย

            ผมอยู่ในภาคราชการมีได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับฝ่ายใด  จริงจริงแล้วทั้งสองฝ่ายควรหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาหารือกัน เพราะว่าทั้งสองฝ่าย เหมือนกับ น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า  ฟาร์มหมูถ้าไม่มีพ่อค้าหมูเลี้ยงหมูแล้วก็ไม่รู้จะไปขายใคร พ่อค้าหมูก็เช่นกันถ้าไม่มีหมูจะขายแล้วจะขายอะไร ทั้งสองฝ่ายต้องพึ่งพิงกัน  แต่ละฝ่ายให้มีส่วนต่างของรายได้ที่มีกำไรบ้างพอสามารถให้มีธุรกิจอยู่ได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ที่น่าจะพอ

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 04 สิงหาคม 2554 21:22 แก้ไข: 05 สิงหาคม 2554 15:05 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 anni, Ico24 somjit.s srimai, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

โชคดี ที่ซื้อหมูกักตุนไว้เมื่อวันจันทร์ ซึ่งไม่ทราบมาก่อนนะว่า จะหยุดขายหมูกัน เป็นกำลังใจให้ทั้งสองฝ่ายนะ

ถึงจะพูดเรื่องหมูๆ ก็ยังเข้ามาให้กำลังใจน่ะพี่เอสเค อิอิ ^_^

เมื่อวานแม่ไปตลาดกิมหยงก็ไม่มีหมูขายซักร้าน สงสัยคงอดกินไปอีกหลายวัน

เพิ่งรู้แจ่มแจ้งเรื่องไม่มีหมูขายก็บันทึกนี้แหละค่ะ ขอบคุณค่ะ เรื่องอาหารการกินนี่สำคัญที่สุด ก็เราทำมาหากิน.....นี่หน่า... เห็นใจทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ ถ้าภาคเกษตรอยู่ได้ทุกคนก็อยู่ได้ ความสำคัญภาคเกษตรอยู่ตรงนี้เอง..

คุณต้องทำการเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น