นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3901
ความเห็น: 3

เรื่องเล่าจากการไปเข้าคอร์ส “ฟื้นฟูสุขภาพ”

ผมถือโอกาสช่วงวันหยุดยาวไปเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูสุขภาพ ซึ่งจัดขึ้นที่สวนสายน้ำ ตำบลทุ่งลุง อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา กิจกรรมเน้นการสวนล้างลำไส้ หรือที่เรียกว่า การดีท็อกซ์  ซึ่งต้องทำเช้า-เย็น มีการอดอาหารเพื่อสุขภาพ การใช้สมุนไพรในการทำความสะอาดและกระตุ้นการทำงานของตับและถุงน้ำดีให้ทำงานได้เต็มที่  การแช่มือ-เท้าล้างพิษ  การออกกำลังกาย และการดูแลด้านจิตใจ

    เหตุผลที่ผมเข้าร่วมโครงการนี้ เนื่องจากคิดว่าสมัยนี้เราได้รับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ที่เป็นพิษจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายมาก และสะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เจือด้วยมลพิษต่างๆ ที่สะสมอยู่ในร่างกายจนกลายเป็นพิษก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆแก่มนุษย์จำนวนมาก โดยเฉพาะโรคที่ไม่ใช่เกิดจากการติดเชื้อ การสะสมทางจิตใจที่เกิดจากความเป็นอยู่ทั่วไปและการทำงาน

    แม้ว่าจะดูภายนอกเราอาจจะเห็นว่าไม่น่ามีโรคภัยเพราะดูเหมือนว่าตัวเองยังแข็งแรงอยู่ แต่ก็ไม่แน่ใจนะครับว่าพิษสะสมอยู่มากมายเพียงใด และโรคบางอย่างไม่ได้แสดงอาการออกมาให้เห็นชัด จนกว่าจะสะสมไว้มากๆแล้ว การได้ล้างพิษออกเสียบ้าง อาจทำให้ร่างกายสะอาดขึ้น มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และอีกประการหนึ่งผมมองว่าในการทำงานหากร่างกายไม่แข็งแรงก็จะกระทบกับประสิทธิภาพของงานที่ทำได้ จึงคิดเข้าร่วมโครงการนี้ เพื่อเป็นการศึกษาไปด้วยในตัว

    ผมเคยได้รับทราบเกี่ยวกับโครงการนี้มานานประมาณ 2-3 ปีแล้ว จากการอ่านหนังสือหรือดู web ต่างๆ โดยเฉพาะข่าวสารจากเครือข่ายของชาวสันติอโศก ซึ่งเครือข่ายนี้เขามีสิ่งที่น่าสนใจเยอะ ทั้งในแง่การดำรงชีวิตทั่วๆไป ด้านการเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ  ด้านการดำรงชีวิตร่วมกันในลักษณะชุมชน จนถึงด้านสุขภาพ  จึงอยากจะทดลองดู เผื่อว่าจะได้ประสบการณ์ที่มีประโยชน์เล่าให้ญาติๆ เพื่อนๆไปทดลองทำดูบ้าง

    พยายามหาเวลารวมทั้งสถานที่ๆจะไป ซึ่งมีการจัดกันหลายแห่งในประเทศไทย ค่าเข้าร่วมถูกบ้าง แพงบ้าง ฟรีบ้าง แล้วแต่วัตถุประสงค์ขององค์กรที่จัด แต่ก็หาเวลาไปร่วมไม่ได้สักที รวมทั้งบางที่มีคิวยาวจนถึงปลายปี เช่นโรงเรียนผู้นำของ พลตรี จำลอง ศรีเมือง ผมเปิด web ดูเมื่อเดือนมกราคม 2556 ปรากฏว่าคิวเต็มจนถึงธันวาคม 2556  บังเอิญเปิดเจอรายการนี้ที่สวนสายน้ำนี่แหละครับ จึงได้มีโอกาสเข้าร่วม

     การล้างพิษคอร์สที่เรากำลังจะพูดนี้ในเมืองไทยมีต้นตอมาจากชาวสันติอโศก  ที่ชื่อ แก่นฟ้า แสนเมือง อดีตวิศวกร ที่ผันตัวเองมาเป็นชาวอโศก และ คุณขวัญดิน อดีตครู และต่อมาผันตัวเองมาเป็นชาวอโศก เช่นกัน หลังจากนั้นความรู้นี้ได้กระจายไปในหมู่บรรดาชาวอโศก และ เครือข่าย จนมีผู้นำไปจัดอีกหลายๆแห่งนอกอโศก ที่สวนสายน้ำนี้ก็เช่นกันที่เจ้าของสถานที่ไม่ได้เป็นชาวอโศก ก็นำความรู้มาจัดคอร์สนี้ โดยผู้ที่เข้ามาแนะนำในช่วงที่ผมเข้าร่วมครั้งนี้เป็นสมาชิกของชาวอโศก ชื่อเล่นว่า “จ๋า” ซึ่งมีประสบการณ์จากการเรียนรู้โดยตรงกับต้นตอที่กล่าวถึงข้างต้น

    ที่ผมเล่าในครั้งนี้ เป็นการเล่าจากการเข้าร่วมกิจกรรมช่วงเวลา 5 วัน โดยย่อๆเท่านั้น และเล่าในฐานะของคนธรรมดาที่อยากมีสุขภาพดีนะครับ ผมไม่ใช่หมอ ดังนั้นหากมีอะไรที่ผิดพลาดจากการอธิบาย ไม่ต้องเชื่อผมทั้งหมดและ ถ้าอยากได้ความรู้และประสบการณ์ในเรื่องนี้ก็ลองหาโอกาสเข้าไปร่วมเองนะครับ

    เราไปถึงสถานที่ทำกิจกรรมในตอนเย็นก่อนวันจัดกิจกรรม หลังจากอาหารเย็นมื้อเบาๆ ซึ่งเป็นข้าวต้มมังสะวิรัติ  เราก็ไปเข้าห้องประชุมเพื่อรับคำแนะนำจากผู้จัด  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การทำดีท็อกซ์”   

    การทำดีท็อกซ์ คือ การสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำอุ่นผสมกับน้ำสะเดา วิธีการคือนำน้ำอุ่นใส่ขวดดีท็อกซ์แล้วเติมด้วยน้ำต้มใบสะเดาประมาณ 2 ใน 3 ของน้ำอุ่น รวมปริมาตรน้ำประมาณ 1100 cc.  นำสวนลำไส้ทางทวาร 2 ครั้งต่อเนื่องกันในช่วงเช้า เวลาประมาณตีห้า และอีก 2 ครั้งในช่วงเย็นประมาณ 18.00 น. เพื่อให้ของเสียที่อยู่ค้างในลำไส้ออกมาทำให้ลำไส้สะอาด วิธีการดีท็อกซ์มีรายละเอียดปลีกย่อยพอสมควร เช่นวิธีการนอนสอดสาย วิธีการนวดท้องที่จะมีผลทำให้ของเสียออกได้มากขึ้น หรืออื่นๆ ซึ่งไม่ขอเล่าในที่นี้

เพื่อท่านที่ไม่คุ้นกับการทำดีท็อกซ์ไม่หวาดผวาเกินไป ผมขอนำภาพเป็นการ์ตูนจาก google มาให้ดูนะครับ

การทำดีท็อกซ์ มีความสำคัญ  เพราะการที่เรากินตามใจปาก หรือกินอาหารทีเป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์มากๆ ของทอด ของมัน ขนมกรุบกรอบต่างๆ อาหารประเภทนี้จะอยู่ในลำไส้ในระยะเวลานาน ถ้าทานเนื้อสัตว์มากอาจจะอยู่นานกว่า 4 วัน การขับถ่ายออกช้ามาก กว่าจะถึงลำไส้ใหญ่ก็เน่าแล้วและเกาะเป็นคราบที่ลำไส้  นอกจากนี้การกินเนื้อสัตว์มากจะทำให้การเผาผลาญ เกิดเป็นแอมโมเนีย ซึ่งตับกำจัดออกได้ยากมาก  การปล่อยให้มีของบูดเน่าในลำไส้ใหญ่นานเกินไป เช่นเกินกว่า 12 ชั่วโมงจะเกิดสารพิษก่อมะเร็ง สารพิษถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและแพร่ไปทุกระบบ

    เราได้รับอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเตรียมสำหรับกิจกรรมตอนเช้ารุ่งขึ้นและสำหรับในวันต่อๆมา ดังภาพต่อไปนี้ครับ

เช้าวันแรกตื่นขึ้นมายังไม่ต้องบ้วนปาก แปรงฟัน แต่ให้เริ่มทำดีทอกซ์ตามคำแนะนำ หลังจากนั้นเราก็ไปวัดค่า pH หรือค่าความเป็นกรด-ด่าง ของน้ำลาย(ซึ่งสามารถนำไปเปรียบเทียบกับค่าความเป็นกรด-ด่างในเลือดได้ โดยคนปกติเลือดคนจะมีค่า pH เท่ากับ 7.35-7.4)  เมื่อวัด pH แล้ว ก็เป็นการวัดความดัน และทำ oil pulling  ซึ่งก็คือการอมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นไว้เป็นเวลาประมาณ 15-20 นาที เพื่อช่วยขจัดแบคทีเรียในปากที่เป็นสาเหตุของโรคอย่างหนึ่ง

 

เวลาประมาณ 7.00 น. ไปแช่มือแช่เท้าในน้ำสมุนไพรที่ต้มค่อนข้างร้อนพอที่มือและเท้าทนได้ หากร้อนเกินไปก็เพิ่มน้ำสมุนไพรที่เย็น แต่หากอุ่นลงมากก็เพิ่มให้ร้อนขึ้น ใช้เวลาแช่ประมาณ 30 นาที  ระหว่างแช่มือแช่เท้ามีการดื่มชาข้าวงอก  ซึ่งมีกระบวนการทำคือนำข้าวเปลือกที่ผ่านการเพาะงอกมาคั่วให้เกือบไหม้ก่อนจะนำมาต้ม โดยจะต้องดื่มให้ได้ 5 แก้วในทุกๆเช้า เพื่อเป็นการลดไขมัน cholesterol   ลดอนุมูลอิสระ และความเครียด ในขณะที่เราแช่มือแช่เท้าก็มีการพอกหน้าด้วยสมุนไพรไปด้วย

 

 

หลังจากเสร็จกระบวนการของการแช่มือ แช่เท้า การพอกสมุนไพร และการดื่มชาข้าวแล้ว จึงถึงคราวของการดื่มน้ำลิดทอกซ์ โดยเอาลิดท็อกซ์ (lidtox) ซึ่งเป็นผงสารอาหารที่ได้จากพืชธรรมชาติหลายชนิด มีคุณสมบัติเป็นตัวกวาดล้างลำไส้ ในขณะเดียวกันก็มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ด้วย ประมาณ 1 ช้อนชาพูนๆ ผสมกับน้ำมะขาม(หรือน้ำแอปเปิล แต่น้ำมะขามดีกว่า เพราะราคาถูก หาได้ง่าย และไม่หวาน) ประมาณ 1 แก้วกาแฟแล้วคนให้เข้ากัน ต้องรีบดื่ม เพราะไม่อย่างนั้นจะพองตัวขึ้นมาเป็นหลายสิบเท่าจับตัวเป็นก้อนทำให้ทานยาก เสร็จกระบวนการนี้แล้วในช่วงเช้าสามารถพักผ่อน และทำธุระส่วนตัวได้

 

 

ช่วงเวลาก่อนเที่ยง เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จ ก็มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าร่วม รวมทั้งการเพิ่มเติมความรู้ด้านสุขภาพ (แบบทางเลือก) รวมทั้งการปฏิบัติทางจิตใจด้วย โดยวิทยากรจ๋า หรือที่เราเรียกว่า “ครูจ๋า”  และมีผู้ช่วยอีก 1 ท่าน

 

พอถึงเที่ยง ก็ไปดื่มน้ำลิดท็อกซ์อีกครั้ง  น้ำลิดท็อกซ์นี้ ถือว่าเป็นอาหารหลักสำหรับรายการนี้เลยนะครับเมื่อถึงเวลาเราก็บอกว่าไปรับประทานอาหารกัน หลังทานอาหารเที่ยง 1 ชั่วโมงจึงไป ดื่มน้ำมะพร้าวกันคนละ 1 ลูก(ไม่ทานเนื้อมะพร้าว) ในระหว่างมื้อน้ำลิดท็อกซ์ ให้ดื่มน้ำด่างมากๆ โดยดื่มวันหนึ่งให้ได้ประมาณ 1.5 ลิตร น้ำด่างที่ดื่มมีค่า pH ประมาณ 8-8.5 ครับ  ในช่วงที่เราทานอาหารหลักอยู่นี้ ผู้ที่เข้าพักคนอื่นๆที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการจะทานอาหารมังสะวิรัติ กัน เพราะที่สวนสายน้ำนี้มีเฉพาะอาหารมังสะวิรัติเท่านั้น

 

....ขอทานอาหารก่อนครับ..เสร็จแล้วจะมาเล่าต่อ...โปรดติดตามตอนที่ 2 ที่นี่ครับ!!

created: 28 Febuary 2013 11:52 Modified: 28 Febuary 2013 12:16 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 MK, Ico24 คนธรรมดา, and 5 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
ไปรซอน ศิริสันติวงศ์ [IP: 113.53.22.230]
07 July 2013 18:56
#90306

สนใจ รายละเอียด ติดต่อได้อย่างไร ครับ

Ico48
สมยศ (Recent Activities)
09 July 2013 09:25
#90394

เรื่องนี้ผมเพียงแต่เล่าให้ฟังเท่านั้นครับ สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าไปใน google แล้ว key คำว่า ล้างพิษตับ ก็จะมีข้อมูลจำนวนมาก และมีแหล่งที่เขาจัดรายการนี้ด้วย ก็เลือกตามความเหมาะสมกับสถานที่ที่เราอยู่ และพิจารณาให้เหมาะสมด้วยว่าควรเข้าหรือไม่ เพราะการเข้าคอร์สนี้ มีเงื่อนไขบางประการ ควรสอบถามแหล่งที่เราจะไปเข้าคอร์สว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้างนะครับ สำหรับที่ผมไป ไปที่สรนสายน้ำ ตำบลทุ่งลุง ที่จังหวัดสงขลาครับ เขามี website ด้วย เปิดดูได้

Ico48
จันจิรา [IP: 223.204.216.112]
17 สิงหาคม 2556 14:04
#91867

ถ้ากรณียังให้นมลูกอยู่สามารถเข้าคอร์สล้างสารพิษได้หรือเปล่าคะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.232.51.240
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ