นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2198
ความเห็น: 6

มหาวิทยาลัยควรสอน “วิชา” กับ สอน “ประสบการณ์” ให้มีความสมดุลกัน

มหาวิทยาลัยควรสอน “วิชา” กับ สอน “ประสบการณ์” ให้มีความสมดุลกัน

        ในช่วงที่สอบปลายภาคการศึกษาเสร็จนักศึกษาแต่ละคนคงรู้สึกโล่งเป็นพิเศษและอยากจะพักผ่อน อยากจะกลับบ้าน หรืออยากจะทำอะไรต่อมิอะไรหลายๆอย่างที่นักศึกษาคิดอยากจะทำแต่ไม่ได้ทำในช่วงเปิดภาคการศึกษา ผมได้ขอเวลานักศึกษาชั้นปีที่สอง สาขาวิชาพัฒนาการเกษตร เป็นเวลา 3 วัน หลังจากสอบปลายภาคที่ 2/2555 เสร็จแล้ว โดยใน 2 วันแรกคือวันที่ 2-3 มีนาคม 2556 ได้เดินทางไปเสริมเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยความประสงค์ให้นักศึกษาได้สัมผัสกับความรู้และชีวิตอีกแบบหนึ่งที่ไม่ใช่เป็นความรู้ในเชิงทฤษฎีมากจนเกินไป

    จึงได้นำนักศึกษาซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้น 75 คน ไปค้างแรมและฝึกอบรมที่ศูนย์เรียนรู้คุณธรรมเพื่อเศรษฐกิจพอพียง ตั้งอยู่ที่อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลานี้เอง  โดยในช่วง 2 วัน 2 คืนที่อยู่ที่นั่น นักศึกษาได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการดำรงชีพแบบง่ายๆโดยสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปทำเองได้ทันทีหลังจากการเข้าร่วมกิจกรรมนี้  เช่น วิชาการเพาะถั่วงอกเพื่อบริโภคเองในครัวเรือน การเพาะเห็ดในตะกล้า การทำปุ๋ยหมัก การทำน้ำสกัดชีวภาพและฮอร์โมนพืช การแปรรูปผลไม้อย่างง่าย การทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น การทำน้ำด่าง(ในปัจจุบันน้ำด่างได้รับความสนใจจากผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพในการดื่มเพื่อปรับสมดุลในร่างกาย) การทำแชมพู-สบู่ใช้เอง การตอนกิ่งมะละกอเพื่อปลูกเป็นมะละกอต้นเตี้ยสามารถเก็บเกี่ยวได้ง่ายและไม่กลายพันธุ์ การทำไซเดอร์จากผลไม้ การทำนาโยน การขยายเชื้อไตรโคเดอร์มาเพื่อป้องกันและกำจัดโรคพืชบางชนิด  รวมทั้งแนวทางการดูแลสุขภาพตนเองแบบ 8 อ. 

    นอกจากกิจกรรมที่กล่าวข้างต้นแล้ว ในตอนเช้านักศึกษาต้องตื่นขึ้นมาตีสี่ครึ่ง(หลังจากที่เข้ามาเรียนในระดับมหาวิทยาลัยไม่เคยตื่นเช้าเลย)เพื่อทำกิจกรรมธรรมะรับอรุณ การทำกายบริหาร และ การเดินสำรวจกิจกรรมการทำเกษตรรอบๆชุมชน นอกจากนี้ในช่วง 2 วันที่อยู่ที่นั่นนักศึกษาทุกคนมีการรับประทานอาหารมังสะวิรัติทุกมื้อ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 6 มื้อ เป้าหมายเพื่อให้เกิดความตระหนักเกี่ยวกับการลดการเบียดเบียนสัตว์และเพื่อสุขภาพ แต่นักศึกษาทุกคนยังคงมีสารอาหารครบถ้วนทุกหมู่ที่ได้จากพืชโดยไม่จำเป็นต้องทานเนื้อสัตว์

  ในคืนที่สองผมได้แบ่งกลุ่มนักศึกษาออกเป็น 10 กลุ่ม เพื่อให้ระดมความคิดกันว่าได้อะไรบ้างจากการมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ รวมทั้งนักศึกษาคิดว่าจะนำสิ่งที่ได้รับไปทำอะไรบ้าง และนักศึกษามีข้อเสนอแนะอย่างไร ลองมาดูความเห็นของนักศึกษากันนะครับ

        ได้รับอะไรบ้าง ?

- ได้รับความรู้และทดลองปฏิบัติจากประสบการณ์จริงของเกษตรกร

- ได้เรียนรู้ทักษะในการใช้ชีวิตและการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น เช่น ความมีระเบียบวินัย การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความสามัคคี  ความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น และการเห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

-  เกิดแนวคิดใหม่ๆ ในการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต เช่น รับประทานอาหารมังสวิรัติ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ การฝึกสมาธิ โยคะ ฟังธรรมะรุ่งอรุณ 

- ได้รู้จักการใช้สิ่งของให้เกิดประโยชน์สูงสุด

- ได้รู้วิถีชีวิตการดำรงชีพแบบเศรษฐกิจพอเพียง

- ปลูกฝังจิตสำนึกให้มีจิตสาธารณะ

 

จะนำไปใช้อย่างไร ?

- เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้

- นำความรู้ไปสานต่อ หรือต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้จากผลผลิตจากการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เช่น  การทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น การทำน้ำตาลจากกล้วย การทำน้ำหมักจากผลไม้ การทำสบู่และน้ำยาล้างจานจากมะนาว เป็นต้น

- จะผลิตสินค้าใช้เองเพื่อลดค่าใช้จ่าย

- จะนำความคิดต่างๆ ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น  การฝึกตนเองให้รู้จักเพียงพอ ยึดตามแนวหลักเศรษฐกิจพอเพียง การงดหรือลดการบริโภคเนื้อสัตว์ การหันกลับมาดูแลและใส่ใจเรื่องสุขภาพกายและใจมากขึ้น ปลูกผักสวนครัวกินเอง "ปลูกในสิ่งที่กิน กินในสิ่งที่ปลูก"  การทำปุ๋ยใช้เอง โดยไม่พึ่งสารเคมี  เป็นต้น

- นำความรู้ไปเผยแพร่ให้กับชุมชนและผู้ที่สนใจ

 

มีข้อเสนอแนะอย่างไร ?

 

- อยากให้มีการลงมือปฏิบัติจริงให้ทั่วถึง เพราะมีนักศึกษาเข้าอบรมมากทำให้บางคนนั่งดูการสาธิตแต่ไม่ได้ปฏิบัติ

- อยากให้มีการลงพื้นที่จริง เพื่อสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรมากกว่านี้ และทำกิจกรรมร่วมกับคนในชุมชนด้วย

- ควรเพิ่มระยะเวลาในการทำกิจกรรมให้มากกว่านี้  ไม่ควรจัดแบบเร่งรัดเกินไป

- ควรเพิ่มกิจกรรมนันทนาการระหว่างการบรรยายทางวิชาการ

- อยากให้มีการผลิตยากันยุง ที่สกัดจากธรรมชาติมาใช้ในระหว่างอยู่ค่าย

- อยากให้ภาควิชาฯ จัดกิจกรรมลักษณะเช่นนี้อีก

    จากการที่ผมสังเกตเปรียบเทียบกับการที่ได้สอนนักศึกษากลุ่มเดียวกันนี้ในชั้นเรียน เห็นนักศึกษาที่ตอนอยู่ในห้องเรียนหลายคนไม่ค่อยกระตือรือร้น แต่พอเข้าร่วมกิจกรรมนี้หลายคนที่เราไม่คาดคิดมีความสนใจดีมาก ผมคิดว่ามีเหตุผลอย่างน้อยสองประการกล่าวคืออาจจะเป็นเพราะว่า (1) ผมสอนไม่ดี และใช้กระบวนการสอนที่ไม่เหมาะสม(พยายามแล้วนะ โดยใช้กิจกรรมหลายๆอย่างในช่วงที่สอน)  (2) เนื้อหาที่กำหนดในหลักสูตร เป็นนามธรรมมากจนเกินไป และยังห่างไกลจากชีวิตจริงมาก (เพราะหลักสูตรกำหนดให้สอนในเรื่องนั้นๆดังนั้นจึงพยายามสอนให้ครอบคลุมตามคำอธิบายรายวิชาที่ได้รับมอบหมาย) แต่พอนักศึกษาได้รับอะไรที่ใกล้ตัว สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที ก็เกิดความสนใจ หรือ อาจมีเหตุผลอื่นๆอีก

    แต่จะอย่างไรก็แล้วแต่ ผลที่ได้จากการนำนักศึกษาออกไปครั้งนี้ ทำให้ได้ข้อคิดในการนำมาใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนได้ คือ ประการแรกวิชาต่างๆ(โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาที่ผมสอนคือวิชาหลักการพัฒนาการเกษตร)น่าจะลดรายละเอียดของทฤษฎีลงไปบ้างและพยายามทำแผนการสอนให้นักศึกษาได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหาที่สอนกับชีวิตจริงมากยิ่งขึ้น  อีกประการหนึ่งเราน่าจะให้ความสำคัญกับวิชาสหกิจศึกษา (cooperative learning) อย่างจริงจัง เพราะเป็นวิชาที่เน้นการปฏิบัติงานในหน่วยงานหรือองค์กรที่เป็นผู้ใช้บัณฑิตโดยตรง เป็นการผสมผสานระหว่างการทำงานกับการเรียนอย่างเป็นระบบ องค์กรผู้ใช้บัณฑิตจะเข้ามาร่วมกับการจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มรูปแบบ นักศึกษาจะเป็นเสมือนเจ้าหน้าที่หรือพนักงานขององค์กร(แต่ไม่ใช่นักศึกษาฝึกงาน) หากนักศึกษาสามารถลงเรียนวิชานี้ได้จะเกิดประโยชน์มาก แต่คำถามก็คือจะทำอย่างไรให้สามารถผสมกลมกลืนกันได้อย่างลงตัวเกี่ยวกับเวลาเรียนรายวิชาต่างๆในหลักสูตรกับการทำให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนวิชาสหกิจศึกษา ซึ่งจะได้รับประสบการณ์มาใช้ได้โดยตรง

หรือภาควิชาจะต้องมีการปรับปรุงหลักสูตรกันใหม่อีกสักรอบ ?

สร้าง: 18 มีนาคม 2556 21:11 แก้ไข: 18 มีนาคม 2556 21:11 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 JIBCy, Ico24 Baby, และ 9 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
ต้า [IP: 113.53.177.15]
19 มีนาคม 2556 09:42
#85529

ถือว่าเป็นแนวทางการเรียนการสอนที่ดีค่ะ ซึ่งเป็นการเรียนที่มีทั้งภาคทฤษฎีควบคู่ไปกับการลงมือปฎิบัติ ก็จะเน้นให้ นศ.หลาย ๆ คนได้มีประสบการณ์ทางวิชาชีพมากขึ้นค่

Ico48
นฤมล พฤกษา [IP: 113.53.32.126]
19 มีนาคม 2556 10:39
#85534

เป็นอีกหนึ่งรูปแบบการศึกษาเรียนรู้ที่น่าสนใจค่ะ นับเป็นโอกาสดีของน้องๆ คนรุ่นใหม่

อยากแบ่งปันประสบการณ์หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับน้องภาคพัฒนาการเกษตร ก็คือ ได้มีโอกาสร่วมงานกับอาจารย์ของภาควิชาพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ในวิชาฝึกงานครั้งที่ 2 ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 เมื่อปลายปี 2555 ที่ผ่านมา โดยทางภาควิชาเขาส่งนักศึกษาจำนวน 27 คน ลงมาอยู่ในชุมชนที่ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกการศึกษาวิจัยชุมชน โดยมีอาจารย์ลงมานิเทศงานเป็นระยะๆ คือ

- การปฐมนิเทศที่เหมือนการเข้าค่ายติวเข้ม เป็นเวลา 3 วันสองคืน เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องการวิจัยชุมชน จากนั้น ก็นำนักศึกษาลงไปอยู่ในชุมชน หมู่บ้านละ 3-4 คน ก่อนเข้าไปในหมู่บ้าน ก็ได้นำนักศึกษาเข้าพบนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับชุมชน เพื่อแจ้งให้ทราบและจะได้ขอความร่วมมือในเรื่องต่างๆ ที่จำเป็นระหว่างการฝึกงานของนักศึกษา

- การนิเทศงานระหว่างการฝึก โดยอาจารย์จะลงมาเยี่ยมนักศึกษาตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อช่วยชี้แนะผลการศึกษาวิจัยชุมชนในเบื้องต้น รวมทั้งพูดคุยกับแกนนำชุมชน (หลังจากเริ่มฝึกงานไปประมาณ 2-3 สัปดาห์)

- การปัจฉิมนิเทศ ที่เหมือนการเข้าค่ายแบบเข้มอีก เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ครั้งนี้เป็นการให้นักศึกษานำผล/ข้อมูลจากชุมชนมานำเสนอ โดยในวันแรก ได้เชิญผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องมารับฟังด้วย ซึ่งน่าประทับใจตรงที่ว่า ข้อมูลเหล่านี้เกิดประโยชน์มาก เพราะผู้นำหลายคนไม่เคยรับรู้ข้อมูลหลายๆ ส่วนในชุมชนตนเองมาก่อนเลย ทำให้ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาหรือส่งเสริม/สนับสนุน ส่วนกิจกรรมวันที่ 2 และ 3 นั้น อาจารย์ให้นักศึกษานำเสนอข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น หากมีข้อมูลที่เกี่ยวกับปัญหาและความขัดแย้งของชุมชน ก็ให้นำมานำเสนอในวันนี้ รวมทั้งร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มา โดยมีทีมอาจารย์พี่เลี้ยง (ที่ไม่ได้มีเฉพาะอาจารย์ผู้รับผิดชอบ แต่มีอาจารย์พี่เลี้ยงประจำพื้นที่ เช่น NGO, ผู้ทรงคุณวุฒิ คอยให้ข้อแนะนำ

หลังจากนั้น นักศึกษายังต้องกลับไปทำรายงาน ทั้งเพื่อส่งอาจารย์ และเพื่อมอบให้ชุมชนได้นำไปใช้ประโยชน์อีกด้วย

เนื่องจากเรียนจบมานานหลายปี และไม่ได้คลุกคลีกับงานด้านการศึกษาของคณะมานาน เลยไม่ทราบว่า รูปแบบการฝึกงานของน้องๆ นักศึกษาในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง ข้อมูลที่เล่ามา มีส่วนตรงหรือต่างกับที่คณะทำอยู่แล้วอย่างไรบ้างคะ?

Ico48
อุษา เชษฐานนท์ [IP: 192.168.123.46]
19 มีนาคม 2556 11:18
#85535

เห็นด้วย และจะทำหลักสูตรให้มีวิชาทางสัตวแพทย์บางวิชาให้เป็นอย่างที่อ.ว่า นศ.คงจะชอบและเกิด motivationได้ดีขึ้น

Ico48
สุเมธ แซชิ่น [IP: 113.53.46.154]
19 มีนาคม 2556 18:08
#85560

ดีครับๆๆที่ได้มีการเข้าค่ายมีประสบณ์การจริงๆและได้เรียนรู้อะไรหรายๆอย่างไม่ว่าจะคนไปค่ายเดียวกันไม่ว่าจากอาจารย์แม้กระทั้งพิธีกระทุกๆทั้นขอบคุณครับที่ให้อะไรหรายๆอย่าง

ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ โดยเฉพาะของคุณนฤมล ผมจะลองดูว่าสามารถนำมาปรับใช้กับหลักสูตรอย่างไร

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.224.127.143
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ