นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1544
ความเห็น: 0

การสอนให้เด็กสามารถปรับตัวได้ตลอดชีวิต

เราควรมีคลินิกช่วยให้คำปรึกษาแบบเข้มข้น เพื่อช่วยให้อาจารย์สร้างกระบวนการในแต่ละรายวิชาให้สามารถตอบสนองทั้งในส่วนความรู้ตามเนื้อหาที่ต้องการและสร้างกระบวนให้เด็กสารถคิดและวิเคราะห์ได้มากยิ่งขึ้น

การสอนให้เด็กสามารถปรับตัวได้ตลอดชีวิต

        ผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เขียนโดย ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เรื่อง “อาเซียน รู้ไว้ได้เปรียบแน่” ซึ่งเป็นความรู้ทั่วๆไปเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน เป็นหนังสือที่น่าสนใจ ซึ่งท่านได้ใช้ประสบการณ์ในช่วงเป็นเลขาธิการอาเซียนที่เพิ่งหมดวาระไปในปลายปี 2555 นี้เอง มาเขียนเล่าให้เราฟัง

        ผมคงไม่สรุปนะครับว่าท่านเขียนอะไรบ้าง เอาเป็นว่า หากใครสนใจก็หาอ่านเอาก็แล้วกันนะครับ แต่ในหนังสือเล่มนั้นมีส่วนที่น่าสนใจเกี่ยวข้องกับเรื่องการเรียนการสอนที่ต้องเปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน โดยท่านตั้งคำถามว่ามีเครื่องมืออะไรบ้างที่ช่วยทำให้เราสามารถหาเลี้ยงชีพได้ตลอดชีวิต

        ท่านตอบว่าในปัจจุบันเครื่องมือการสอนคงไม่มุ่งเป้าให้เป็นการท่องจำตัวเลข สถิติ เพราะในโลกสมัยใหม่ปัจจุบันนี้เราสามารถหาข้อมูลเหล่านั้นได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว แต่สิ่งที่ต้องการคือทักษะในการคิด การวิเคราะห์ การให้เหตุผล การสังเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น เพื่อที่เราจะสามารถปรับตัวในทุกหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตได้ตลอดไป

        ท่านได้ยกตัวอย่างการนำกรณีศึกษาเรื่องหนึ่งมาออกข้อสอบแบบบูรณาการ ทั้งด้านภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ได้  โดยการมอบหมายงานให้เด็กนักเรียนเขียน paper เกี่ยวกับเหตุการณ์หนึ่ง เวลาตรวจข้อสอบก็ให้ครู 4 คนตรวจ ครูภาษาก็ตรวจเกี่ยวกับการใช้ภาษา การสะกดคำ ฯลฯ ครูคณิตศาสตร์ตรวจในส่วนของการคำนวณ ความน่าจะเป็น ฯลฯ  ครูวิทยาศาสตร์ตรวจความมีเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการอธิบายเหตุการณ์นั้นๆ ส่วนครูสอนสังคมศึกษาก็ตรวจว่าเด็กสามารถอธิบายสภาพสังคมได้อย่างมีเหตุผลหรือไม่

        ตัวอย่างนี้เป็นการพยายามสอนผ่านกรณีศึกษาให้เด็กรู้จักการบูรณาการความรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เหตุผลสิ่งที่ได้เรียนรู้มาได้เป็นคำตอบชุดเดียวกัน ลักษณะแบบนี้เป็นการฝึกเด็กให้มีความสามารถในการปรับตัวได้ดียิ่งขึ้น ไม่เหมือนกับข้อสอบคำถามออกมาเป็นตัวเลือก ให้เติมคำ หรือให้อธิบายเป็นเรื่องๆไป ซึ่งเป็นการมองแบบแยกส่วน

        นอกจากนี้ยังมีความเห็นว่า ในวาระการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อยากให้เด็กหรือแม้แต่ผู้ใหญ่มีความใฝ่รู้ประเทศอื่นๆด้วย อยากให้เด็กไทยไปดู ไปเห็นคนอื่นเขาบ้าง อย่ามัวหมกตัวอยู่แต่ในบ้านของตัวเอง ผมอ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงบรรยากาศช่วงที่ผมไปในโครงการความร่วมมือกับต่างประเทศโครงการหนึ่งที่ฝรั่งเศสเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ได้นั่งรถไฟ TGV จาก Paris ไปยังเมือง Montpellier ทางใต้ของฝรั่งเศส ในรถคันที่ผมนั่งเกือบเต็มคันรถประกอบไปด้วยเด็กสัญชาติยุโรปมาจากประเทศต่างๆกัน ครูที่นำเด็กมาด้วยก็เป็นครูจากหลายประเทศเหมือนกัน นำเด็กไปศึกษาภาษาและวัฒนธรรมประเทศต่างๆในยุโรป และเด็กมีผสมผสานทั้งเรียนสายวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์  คิดว่าเป้าหมายคงไม่ต่างกับที่ท่านอดีตเลขาธิการอาเซียนกล่าว แต่เป็นการให้เด็กของเขารู้จักประเทศต่างๆในประชาคมยุโรป

        วกไปสู่เครื่องมือการสอนให้ที่ ดร.สุรินทร์ ยกตัวอย่างข้างต้น พอเข้าใจได้ถึงเหตุผลในการกระตุ้นให้เด็กมีความสามารถในการคิด วิเคราะห์อย่างมีเหตุผลและเป็นองค์รวมมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในการปฏิบัติจริง(ในสถาบันการศึกษาบ้านเรา)ก็ยากอยู่เหมือนกันนะครับ เช่น บ้านเราหลักสูตรยังแยกวิชาต่างๆออกเป็นวิชาย่อยๆค่อนข้างมาก เวลาที่เด็กต้องเรียนถูกบรรจุไว้อย่างเต็มที่ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ แถมถ้าเป็นเด็กมัธยมก็ต้องเสียเวลาไปกับการติวอีกทั้งเสาร์และอาทิตย์ แม้แต่ในมหาวิทยาลัยระบบโครงสร้างของหลักสูตรก็ไม่เอื้อให้รายวิชาต่างๆได้มีโอกาสที่จะมาคุยกันเพื่อให้เกิดการบูรณาการกันอย่างจริงจัง ต่างคนต่างก็เห็นว่าวิชาของตัวเองมีความสำคัญที่สุด ฯลฯ

ผมค่อนข้างมั่นใจว่า ม.อ. ของเราคงมีความคิดในการปรับเปลี่ยนวิธีการสอนให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบันเช่นกัน เพราะได้เห็นว่ามีการจัดอบรมเรื่องการสอนแบบต่างๆบ่อยอยู่เหมือนกัน ตัวผมเองก็เคยร่วมเป็นผู้เข้ารับการอบรมมาหลายครั้งแล้ว ได้นำมาใช้ในการปรับปรุงการสอนบ้างแต่ก็ไม่ค่อยมากนักเนื่องจากโครงสร้างของระบบการเรียนการสอนไม่ค่อยเอื้อดังกล่าวแล้ว การอบรมเกี่ยวกับการพัฒนาการเรียนการสอนส่วนที่หน่วยงานต่างๆในมหาวิทยาลัยจัดเท่าที่ผมเข้ารับการอบรมใช้เวลาสั้นๆ แค่ครึ่งวันหรือหนึ่งวัน เพียงเพื่อให้รู้ว่าเขาทำอย่างไรบ้าง แต่เมื่อมามองทั้งรายวิชา หรือทั้งหลักสูตรก็ยังไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้สมบูรณ์ได้ไม่มากนัก

        เราคงต้องยอมรับนะครับว่าอาจารย์ในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนมาเกี่ยวข้องกับวิธีการสอน และที่สอนก็มักทำกันแบบเดิมๆเลียนแบบการสอนของอาจารย์ที่เคยได้รับมาในช่วงสมัยเรียน(ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ศึกษามาทางด้านการสอนเช่นกัน) ถ้าเราจะปรับกระบวนการเรียนการสอนผมคิดว่ามหาวิทยาลัยคงต้องสนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจังมากขึ้น เช่นเป็นไปได้ไหมที่กระบวนการจัดการอบรมเกี่ยวกับการสอนคงต้องเปลี่ยนแปลงไป แทนที่ให้วิทยากรมาบรรยายและยกตัวอย่างเท่านั้น น่าจะเปลี่ยนมาเป็นการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการโดยให้แต่ละคนที่เข้ารับการอบรมนำคำอธิบายรายวิชาในส่วนที่รับผิดชอบและ มคอ.03 มาดูกันเลย แล้วให้ปรับวิธีการให้นำไปสู่การเรียนการสอนแบบคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และให้เหตุผล โดยมีวิทยากรเป็นคนคอยแนะนำและวิจารณ์อย่างใกล้ชิดว่าควรจะใช้กระบวนการสอนอย่างไรผสมผสานกัน ซึ่งจะทำให้ในแต่ละรายวิชาได้รูปแบบของการสร้างกระบวนการเรียนการสอน เมื่อวิทยากรช่วยกันปรับปรุงให้ดีที่สุดแล้วจึงนำไปใช้ในการสอนและประเมินเพื่อปรับให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และผู้เข้ารับการอบรมก็มาเจอกับวิทยากรอีกในภาคการศึกษาถัดไปเพื่อเสนอผลการประเมิน ขอคำแนะนำจากวิทยากรเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น

        นอกจากนี้ผมมองว่าอาจารย์ผู้สอนรายวิชาต่างๆในหลักสูตรเดียวกันควรจะมานั่งทบทวนคุยกันเลยว่าจะบูรณาการวิชาต่างๆเหล่านั้นกันอย่างไร

        นอกจากนี้ผมคิดว่าเราควรมีคลินิกช่วยให้คำปรึกษาแบบเข้มข้น เพื่อช่วยให้อาจารย์สร้างกระบวนการในแต่ละรายวิชาให้สามารถตอบสนองทั้งในส่วนความรู้ตามเนื้อหาที่ต้องการและสร้างกระบวนให้เด็กสารถคิดและวิเคราะห์ได้มากยิ่งขึ้น ผมคล้ายๆว่าเคยได้ยินว่ามหาวิทยาลัยมีคลินิกในทำนองนี้ด้วยแต่ก็ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน อาจมีอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยได้มีการประชาสัมพันธ์ ผมจึงยังตกข่าวในเรื่องนี้ หากใครทราบช่วยบอกด้วยครับ ผมจะเข้าไปขอคำแนะนำครับ

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 19 มีนาคม 2556 15:28 แก้ไข: 19 มีนาคม 2556 15:28 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 Our Shangri-La, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.224.127.143
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ