นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1789
ความเห็น: 0

เกษตรกรไทยในอนาคต

       เราอาจจำแนก “ผู้ทำเกษตร”ของประเทศต่างๆในโลกนี้ออกได้เป็นหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเทศมีจำนวนเกษตรกรประเภทต่างๆมากน้อยแตกต่างกันไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขั้นตอนของการพัฒนารวมถึงเศรษฐกิจการเมืองในประเทศนั้นๆ

       สำหรับในประเทศไทยผมแบ่ง “ผู้ทำเกษตร” ออกเป็นหลายประเภท ประเภทแรกคือผู้ทำเกษตรอุตสาหกรรม ตัวอย่างการเกษตรนี้เป็นกลุ่มทุนรายใหญ่ อย่างเช่นบริษัท CP เป็นต้น ซึ่งนอกจากบริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการจัดการให้เกิดผลผลิตทางการเกษตรที่สามารถทำให้ต้นทุนต่อไร่หรือต้นทุนต่อหน่วยต่ำเนื่องจากทำการผลิตในพื้นที่จำนวนมากแล้วยังมีการแปรรูปผลผลิตเหล่านั้นในรูปแบบต่างๆและมีการดำเนินการทางการตลาดโดยการจัดส่งสินค้าที่แปรรูปแล้วไปสู่ตลาดแบบต่างๆโดยตรง  เกษตรอุตสาหกรรมในลักษณะนี้บางส่วนจะเชื่อมโยงกับเกษตรกรที่เรียกว่า “ลูกไร่” เพื่อทำเกษตรแบบพันธะสัญญาส่งให้กับบริษัทด้วย โดยลูกไร่จะต้องซื้อปัจจัยการผลิตจากบริษัท และทำการผลิตตามคำแนะนำและเทคโนโลยีของบริษัท ผลได้ของลูกไร่ที่ทำเกษตรแบบพันธะสัญญานี้มักจะได้ผลกำไรของการทำการเกษตรเทียบเท่าได้กับลูกจ้างรายวันของแรงงานทำเกษตรให้กับบริษัท แม้ว่าในการทำเกษตรดังกล่าวจะเป็นการใช้ที่ดินและการลงทุนด้านโรงเรือนของลูกไร่เองก็ตาม

       เกษตรกรประเภทที่สองผมขอเรียกว่าเป็น “เกษตรขนาดใหญ่” เกษตรกรประเภทนี้มีพื้นที่ทำการเกษตรจำนวนมากนับเป็นร้อยเป็นพันไร่ และมักอาศัยแรงงานจ้างมาทำเกษตรในพื้นที่ตน ตัวเองจะเป็นผู้จัดการฟาร์มเท่านั้น ไม่ได้ลงมือทำเกษตรดัวยตัวเอง เกษตรประเภทนี้ไม่มีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในระดับที่ส่งไปยังผู้บริโภคปลายทางโดยตรง แต่อาจเป็นการแปรรูปผลผลิตขั้นต้นส่งขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมเกษตร ก่อนที่โรงงานอุตสาหกรรมเกษตรเหล่านั้นดำเนินการไปสู่ตลาดปลายทางต่อไป  ลักษณะการผลิตในพื้นที่จำนวนมากทำให้เกษตรประเภทนี้สามารถประหยัดต่อขนาดจากการใช้ทุนที่มีอยู่(เงินทุน ความรู้-เทคโนโลยี  ข้อมูลด้านตลาดและราคา ปัจจัยการผลิต ความสามารถในการจัดการ) จนสามารถผลิตได้ที่ต้นทุนต่อหน่วยต่ำและช่วงเวลาการผลิตที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาวะการตลาดได้

       เกษตรกรในสองประเภทข้างต้นมีความสามารถในการแข่งขันได้มาก และการเปิดเสรีทางการค้ารวมทั้งการเปิด AEC เกษตรกรสองประเภทนี้สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้อย่างดี และยังสามารถไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างดีอีกด้วย โดยเฉพาะเกษตรประเภทแรก

       เกษตรกรประเภทที่สาม เป็นเกษตรกรที่ทำเกษตรเป็นอาชีพเสริมจากงานประจำ เช่นบางคนเป็นข้าราชการไปมีสวนยางโดยที่ตนเองไม่ได้ใช้แรงงานในการทำเกษตรเพราะต้องทำงานประจำ แต่เป็นคนจัดการและมักจะมีลักษณะที่เรียกว่าทำเกษตรกรมือถือ คือการจัดการจะทำผ่านโทรศัพท์ ตัวเองไม่ค่อยได้ไปดูแบบเข้มข้นเท่าใดนักแต่จะเข้าไปดูเป็นบางครั้งบางคราว โดยคาดว่าเมื่อเกษียณจากงานประจำก็จะพอมีเวลาดูแลที่เข้มข้นขึ้น

       ประเภทที่สี่: เกษตรกรรายย่อยแบบครอบครัว เกษตรกรเหล่านี้มีพื้นที่ทำการเกษตรไม่มากนัก บางรายมีที่ดินเพียงพอกับแรงงานในครัวเรือน บางรายอาจมีที่ดินน้อยกว่าปริมาณแรงงาน ทำให้แรงงานคนในครอบครัวบางส่วนหรือตัวหัวหน้าครัวเรือนเองอาจต้องออกไปทำงานรับจ้างอื่นๆหรืองานภาคบริการต่างๆเพื่อให้ได้รายได้มาจุนเจือครอบครัว เกษตรกรบางรายพอจะมีพื้นที่ทำการเกษตรมากกว่าศักยภาพของแรงงานในครอบครัวจึงอาจให้เช่าที่ดินกับเกษตรกรายอื่นหรืออาจจ้างเกษตรกรอื่นๆมาเป็นแรงงานทำเกษตรในพื้นที่ตนเองบ้าง แต่ตัวเองก็ยังคงใช้แรงงานทำการเกษตรด้วย

       ถ้าจะแบ่งโดยหยาบๆ สามารถแบ่งเกษตรกรประเภทที่สี่ออกเป็นสามกลุ่มย่อยๆคือกลุ่มที่ทำการเกษตรแบบหลากหลายหรือผสมผสาน เกษตรกรประเภทนี้มักจะทำการเกษตรที่หลากหลายกิจกรรมขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ที่มีอยู่ เช่นมีทั้งการทำนา การทำสวนยาง หรือการทำสวนผลไม้ ในครัวเรือนเดียวกัน  บางรายมีทั้งการปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์ บางรายก็ทำการเกษตรแบบสวนผสมผสาน ขึ้นอยู่กับภูมินิเวศที่เกษตรกรอยู่ มักจะมีความสัมพันธ์กับเพื่อบ้านในลักษณะของชุมชน เกษตรกรประเภทนี้มักจะมีการใช้ปัจจัยการผลิตภายในฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเศษเหลือจากคอกปศุสัตว์สามารถเป็นธาตุอาหารให้พืช เศษพืชกลับมาเป็นอาหารสัตว์ได้ มีการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาทำการเกษตรและได้ผล ให้คุณค่าในวิถีการผลิตของตนเองมาก่อนรายได้ที่เป็นเงินตรา และเน้นเพื่อความเพียงพอและความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือนเป็นหลัก เกษตรกรกลุ่มนี้สามารถอุ้มชูตัวเองได้เพราะค่าใช้จ่ายการผลิตและการบริโภคน้อย และพอจะมีเงินออมใช้จ่ายได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ      

       กลุ่มย่อยที่สองคือกลุ่มเกษตรกรที่ทำการผลิตเน้นแบบเชิงเดี่ยวตามแนวทางของ “การปฏิวัติเขียว” หรือใช้ความรู้แบบใหม่แต่ขาดการวิเคราะห์ว่าเหมาะสมกับตนเองหรือไม่ คือรับเอาคำแนะนำของทางราชการหรือองค์กรพัฒนาต่างๆมาใช้โดยไม่ไตร่ตรองว่าสอดคล้องกับพื้นที่หรือศักยภาพของตนเองหรือไม่ ทำการผลิตไปตามกระแสทางการตลาด ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมี สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช เกษตรกรกลุ่มนี้มีเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดของประเทศ และเป็นกลุ่มเป้าหมายของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยในการออกนโยบายค้ำชูเกษตรกรกลุ่มนี้ทั้งในเรื่องสินเชื่อ ปัจจัยการผลิต หรือแม้แต่ทำให้โครงสร้างทางราคาและการตลาดบิดเบือนไป อย่างเช่นโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรต่างๆเป็นต้น อย่างไรก็ตามเท่าที่สังเกตจะพบว่าเกษตรกรประเภทนี้ไม่ค่อยจะใช้ความรู้ทางวิชาการทำการเกษตรที่ถูกต้องมากนักแต่มักจะใช้ปัจจัยการผลิตและวิธีการผลิตตามแรงโฆษณา

     อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่เกษตรกรประเภทที่สี่นี้จะรวมตัวกันจัดการด้านปัจจัยการผลิตและผลผลิตในลักษณะของสหกรณ์ เช่นเกษตรกรที่มีการทำสวนปาล์มก็จะมีการรวบรวมผลผลิตปาล์มส่งให้แก่ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มโดยได้ราคาที่ยุติธรรม และมีการจัดการปัจจัยการผลิตโดยการซื้อปัจจัยการผลิตจำนวนมากเพื่อสามารถนำมาขายให้กับสมาชิกในราคาถูก เป็นการลดต้นทุนการผลิตไปในตัว

       เกษตรกรกลุ่มย่อยที่สามของประเภทที่สี่ มีโครงสร้างทางการเกษตรของครัวเรือนคล้ายๆกับสองประเภทย่อยที่กล่าวข้างต้น แต่จะมีการทำเกษตรที่อาศัยเทคโนโลยีและวิชาการ ใช้หลักวิทยาศาสตร์มาทำการเกษตรเพราะมีป้าหมายในการทำเกษตรที่ชัดเจนคือเพื่อมุ่งเป็นการค้า มีการวิเคราะห์รายรับรายจ่ายแล้วนำมาใช้วางแผนสำหรับการผลิตในช่วงต่อๆมา หลายคนมีการสร้างเครือข่ายทางการตลาดในประเทศและการส่งออก เกษตรกรประเภทนี้มีผลกำไรจากการเกษตรในการผลิตแบบธุรกิจได้เป็นอย่างดีหลังจากได้ศึกษาหาความรู้ หาข้อมูลข่าวสาร และสร้างความชำนาญในการผลิตมาอย่างอดทน เราอาจเรียกเกษตรกรกลุ่มนี้ว่าเกษตรกรมืออาชีพ

      ผมจำแนกประเภทของเกษตรกรเพียงเพื่อต้องการชวนท่านสมาชิกมาร่วมกันพิจารณาว่าการพัฒนาการเกษตรเป็นกระบวนการของการเปลี่ยนแปลงมาสู่ความไม่เท่าเทียมกัน ก่อให้เกิดเกษตรกรหลากหลายประเภท บางประเภทสามารถแข่งขันและคงอยู่ได้ในระบบสังคมเกษตร เช่นประเภทที่หนึ่ง ประเภทที่สอง ประเภทที่สี่กลุ่มย่อยที่หนึ่ง และประเภทที่สี่กลุ่มย่อยที่สาม แต่มีบางประเภทซึ่งค่อนข้างมีเป็นจำนวนมาก อาจกล่าวได้ว่าเป็นเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศไทยคือประเภทที่สี่กลุ่มย่อยที่สองซึ่งมีไม่สามารถแข่งขันและคงอยู่ได้อย่างมั่นคงภายใต้ระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน จำเป็นจะต้องถดถอยออกไปจากระบบเกษตร โดยแรงงานในครัวเรือนของเกษตรประเภทนี้ต้องออกไปทำงานเป็นแรงงานจ้างในภาคอุตสาหกรรมและบริการ  มีการประมาณการพบว่าเกษตรกรไทยในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนประมาณ 20% ของประชากรในประเทศ จากที่มีอยู่ในปัจจุบัน 40% และจะเป็นผู้สูงวัยเสียส่วนใหญ่ และลูกหลานไม่มั่นใจและไม่มีความมั่นใจว่าการทำเกษตรสามารถทำให้เขาอยู่ได้อย่างมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรีเหมือนหรือดีกว่าอาชีพอื่น

       จากการจำแนกเกษตรกรออกเป็นประเภทต่างๆเห็นได้ว่าเกษตรกรแต่ละประเภทมีการยอมรับในเรื่องเทคโนโลยีการเกษตรไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของเกษตรกรแต่ละประเภท นักวิชาการสายส่งเสริมการเกษตรบางท่านจัดให้เกษตรกรที่ไม่ยอมรับความรู้ทางวิชาการตามที่ถูกถ่ายทอดจากนักส่งเสริมการเกษตรว่าเป็นพวก “งอมือจับเจ่า” และ พวก “ไม่เอาไหนเลย” โดยไม่ดูว่าเทคโนโลยีที่เข้าไปส่งเสริมเหมาะกับเกษตรกรนั้นๆหรือไม่ และไม่มองว่าสิ่งที่ตนเองให้ความรู้แก่เกษตรกรนั้นเป็นความรู้สำเร็จรูปนำมาบอกให้เกษตรกรทำตาม ทำให้เกษตรกรไม่เข้าใจอย่างแท้จริง คนที่เชื่อก็เอาไปทำโดยไม่ปรับให้เหมาะสมก็เกิดปัญหาและการขาดทุนได้ ขาดทุนแล้วไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร จึงอยากให้นักส่งเสริมพิจารณาใหม่โดยให้มองว่าตัวนวัตกรรมที่จะให้เกษตรกรใช้เหมาะสมกับเขาหรือไม่ และวิธีการส่งเสริมในอนาคตก็ควรมุ่งให้เกิดการพัฒนาตัวเกษตรกรที่สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ได้ สามารถเชื่อมโยงความรู้ทางวิชาการ ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ไปสู่การวิเคราะห์เพื่อหาทางเลือกต่างๆที่เหมาะสมให้ได้ ซึ่งจะเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของเกษตรกรไทยในอนาคตที่จะก้าวไปสู่โลกของการค้าเสรีรวมทั้ง  AEC

เราคงต้องมาร่วมกันคิดและหาแนวทางนำไปสู่การปฏิบัติและร่วมมือกันอย่างไรจึงสามารถสร้างให้เกิดเกษตรกรในลักษณะของกลุ่มย่อยที่สามของประเภทที่สี่ให้มาก รวมทั้งการเสริมศักยภาพของเกษตรกรกลุ่มที่ทำเกษตรแบบหลากหลายและผสมผสานให้มากยิ่งขึ้น  เราคงต้องช่วยกันอย่างจริงจัง ทั้งนี้รวมทั้งนักการเมืองที่ควรมีความจริงใจในการทำนโยบายต่างๆรวมทั้งนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเกษตรและเกษตรกรเพื่อผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักมากกว่าผลประโยชน์ของตนเองและพรรคพวก

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 25 มีนาคม 2556 10:44 แก้ไข: 25 มีนาคม 2556 10:46 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 Our Shangri-La, และ 6 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.234.207.100
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ