นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1419
ความเห็น: 0

เกษตรกรรายย่อยจังหวัดสตูลคิดอย่างไรต่อการเข้าสู่ AEC

        แชร์ของผมครั้งที่ผ่านมา กล่าวถึงสภาเกษตรกรแห่งชาติ (ดูที่นี่) เนื่องจากผมได้รับเชิญจากสภาเกษตรกรจังหวัดสตูลให้ไปพูดคุยกับตัวแทนและสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดสตูลเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของเกษตรกรรองรับการเข้าสู่ AEC  จึงมีโอกาสทราบเกี่ยวกับสภาเกษตรกรแห่งชาติมากขึ้นจากการที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับรองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ (คุณสิทธิพร จริยพงศ์) รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ และกับประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสตูล (คุณอภิมาตร เหร็บควนเคี่ยม)

ในส่วนที่ผมพูดคุย(เชิงบรรยาย)นั้นก็ได้กล่าวถึงภาพรวมของ AEC รวมทั้งผลกระทบของ AEC ต่อภาคเกษตรและเกษตรกรไทยในภาพรวม หลังจากนั้นจึงเป็นการแสดงความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรในจังหวัดสตูลทั้งนักการเมืองท้องถิ่น หัวหน้าส่วนและตัวแทนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานราชการบางหน่วยงาน และการแสดงความคิดเห็นของตัวแทนเกษตรกรในจังหวัดสตูลที่เข้าร่วมในครั้งนี้

ในส่วนที่ผมสรุปต่อไปนี้ดึงเอาเฉพาะความคิดเห็นของเกษตรกรมาเรียบเรียงให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นแต่คงความหมายของเกษตรกรไว้เท่านั้น เพื่อทราบว่าเกษตรกรตัวจริงเสียงจริง( ซึ่งในที่นี้เป็นเกษตรกรรายย่อยเสียเป็นส่วนใหญ่) มีความคิดเห็นต่อการเข้าสู่ AEC อย่างไรบ้าง สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้ โดยไม่เรียงลำดับความสำคัญนะครับ เพราะเป็นการบันทึกตามลำดับของการแสดงความคิดเห็นที่ผมได้รับฟังมานะครับ

  • เกษตรกรมีความคิดเห็นว่าการเข้าสู่ AEC เป็นโอกาสสำคัญของปศุสัตว์ในจังหวัด  โดยเฉพาะการการเลี้ยงแพะ เนื่องจากจังหวัดสตูลเป็นจังหวัดชายแดนติดกับประเทศมาเลเซีย คนจังหวัดสตูลส่วนใหญ่เป็นมุสลิมสามารถผลิตแพะสนองตลาดในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเน้นอาหารฮาลาลได้เป็นอย่างดี
     
  • ปัจจุบันนี้จังหวัดสตูลขยายตัวมากกว่าในอดีตมาก มีการก่อสร้างอาคารบ้านจัดสรร ถนนหนทาง สถานที่ท่องเที่ยว หรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะไปกระทบทำให้พื้นที่เกษตรกรรมลดลงทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ดังนั้นน่าจะมีมาตรการในเรื่องการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น
     
  • การเข้าสู่ AEC ไม่น่าจะกระทบกับเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับยางพารามากนัก เกษตรกรคิดว่าผลกระทบต่อราคายางพาราน่าจะมาจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกมากกว่าการเข้าสู่ AEC  และแม้ว่าพื้นที่สวนยางพาราในโลกจะเพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นในประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน หรือที่อื่นๆ แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆโดยเฉพาะประเทศแถบซีกโลกตะวันออกก็เพิ่มมากขึ้น น่าจะรองรับกับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นได้
     
  • ในส่วนของปาล์มน้ำมันเกษตรกรเห็นว่าเราควรพัฒนาประสิทธิภาพของการผลิตและคุณภาพของผลผลิตให้มากขึ้นเพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศมาเลเซียได้ เพื่อไม่ให้เกิดการนำเข้ามากจนเกินไป
     
  • เกษตรกรจะต้องมีการรวมตัวกันเพื่อลดต้นทุนในเรื่องของคนกลางลง การรวมตัวของเกษตรกรจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต แม้ในอดีตจนถึงปัจจุบันจะมีการกล่าวถึงการสร้างกลุ่มของเกษตรกรมานานแล้ว แต่เกษตรกรมองว่าการรวมตัวไม่ค่อยเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ต่อไปนี้ต้องทำให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น หากทำไม่ได้เกษตรกรจะลำบากกว่าเดิม เพราะไม่สามารถแข่งขันได้
     
  • เกษตรกรเห็นว่าภาครัฐยังไม่สนับสนุนในเรื่องของการส่งเสริมและการวิจัยทางการเกษตรที่สอดคล้องกับศักยภาพของเกษตรกรอย่างแท้จริง นโยบายและเทคโนโลยีที่แนะนำยังไม่เหมาะสมกับเกษตรกร
     
  • จังหวัดสตูลมีทุนที่สำคัญคือทรัพยากรการท่องเที่ยวซึ่งมีสภาพที่ดีกว่าหลายๆแห่งในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ การท่องเที่ยวรัฐสามารถเป็นการลงทุนใหญ่เพียงครั้งเดียว(ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานมารองรับการท่องเที่ยว) แต่เราสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ตลอด ดังนั้นจึงต้องช่วยกันรักษาทรัพยากรการท่องเที่ยวหรือธรรมชาติของจังหวัดสตูลให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยาวนาน สำหรับในภาคเกษตร(รวมทั้ง OTOP)นั้นควรคิดให้มีความเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวด้วย
     
  • คนจังหวัดสตูลควรพัฒนาในด้านภาษาอังกฤษด้วย แม้ว่าชาวสตูลส่วนหนึ่งสามารถพูดภาษายาวีและติดต่อกับประชาชนในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียได้ แต่ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางของอาเซียนดังนั้นหากรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นด้วยก็จะทำให้ได้เปรียบมากขึ้น รวมทั้งเกษตรกรของเราควรใช้ internet ให้เป็น
     
  • เกษตรกรคิดว่าการค้าเสรีไม่น่าจะกระทบกับจังหวัดสตูลมาก แต่สิ่งที่กระทบมากคือการลงทุนเสรี ปัจจุบันนี้จังหวัดสตูลยังไม่ค่อยมีคนนอกจังหวัดหรือต่างประเทศมาลงทุนเท่าไร แต่ในอนาคตคาดว่าจะมีการลงทุนจากชาวต่างประเทศมากขึ้นคนภายนอกมากขึ้น สังเกตจากเริ่มมีการกว้านซื้อที่ดินมากขึ้นจากตัวแทนของชาวสิงคโปร์ ในปีที่ผ่านมาราคาที่ดินถีบตัวหลายสิบเปอร์เซ็นต์ บางพื้นที่เพิ่มขึ้นสองถึงสามเท่าตัว ดังนั้นเกษตรกรไม่ควรจะหลงไหลได้ปลื้มกับราคาที่ดินจนต้องสูญเสียที่ดินให้กับนายทุนไป
     
  • เกษตรกรไม่อยากเห็นภาพของการที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทางการเกษตรเข้ามาทำเกษตรในลักษณะของพันธะสัญญา เพราะเป็นการทำให้เกษตรกรรายย่อยหรือเกษตรกรแบบครัวเรือนถดถอยลง ภาครัฐควรให้ความสำคัญในการดูแลเกษตรกรรายย่อยอย่างจริงจัง แม้ว่าการออกจากภาคเกษตรไปเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป แต่เกษตรกรรายย่อยคือตัวจักรที่สำคัญที่ทำให้ประเทศไทยอยู่ได้
     
  • เกษตรกรรายย่อยจะมีสองลักษณะที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นคือเกษตรกรที่ทำเกษตรแบบพอเพียงกับเกษตรกรที่ทำเกษตรโดยอาศัยเทคโนโลยีการผลิตหรือที่เรียกว่าเกษตรกรแบบก้าวหน้า ทั้งสองแบบมีข้อดีขอเสียต่างกัน การทำเกษตรแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยในตัวเกษตรกรเองหลายอย่าง ไม่สามารถกล่าวว่าแบบใดดีกว่ากัน เกษตรกรจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับตนเอง อย่างไรก็ตามในอนาคตน่าจะเน้นที่เรื่องของเกษตรปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นกระแสในเรื่องการตลาด

เป็นอย่างไรบ้างครับ ความคิดเห็นของเกษตรกรตัวจริงเสียงจริงในพื้นที่ที่ผมประมวลมาได้  น่าคิดนะครับ... ท่านมีความเห็นต่อประเด็นเหล่านี้อย่างไรบ้าง ?

สร้าง: 04 เมษายน 2556 22:36 แก้ไข: 04 เมษายน 2556 22:46 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 คนธรรมดา, และ 8 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.234.207.100
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ