นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1884
ความเห็น: 11

Dialouge by CHANGE

Dialouge ดีๆ คิดง่ายๆ ทำง่ายๆ ก็ได้นี่นา

 

Dialouge ดีๆ ไม่ต้องหวือหวา ไม่ต้องตื่นตาตื่นใจมากมาย ก็ประสบความสำเร็จได้

Dialouge ดีๆ เมื่อทำแล้ว สมาชิกในองค์กรหันหน้าเข้ากัน ด้วยความเข้าใจกัน เอื้ออาทรต่อกัน ถือว่าคุ้มค่า 

Dialouge ดีๆ คิดง่ายๆ ทำง่ายๆ ก็ได้นี่นา ...จริงมั้ยคะ ?

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 11 กุมภาพันธ์ 2553 13:05 แก้ไข: 11 กุมภาพันธ์ 2553 13:05 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
mandala (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
11 กุมภาพันธ์ 2553 13:30
#54017

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า เมื่อทำ Dialouge แล้ว องค์กรจะดีขึ้น
มีวิธีการวัดผลหรือเปล่า และถ้ามีวัดด้วยอะไร

การมีหลักฐานและกฏเกณฑ์ในการวัด ประเมินผลกิจกรรมต่าง ๆ

นับว่าเป็นสิ่งต้องคิดและหาวิธีการต่อไป

แต่บางครั้งการอยู่กับวิธีการ กฏเกณฑ์ ตัวเลข

สถิิติ มันพาลทำให้ชีวิตเรา เคร่งเครียด

งั้นการวัดผล กิจกรรมนี้หนูณิชน์วัดเป็นปริมาณ

องุ่นที่ไม่เหลือ และน้ำเก็กฮวยที่ หมดเกลี้ยงแล้วกันนะคะ

ว่า ประสบความสำเร็จค่ะ.....อิอิ

เราได้คุยกันมากขึ้น ฟังกันมากขึ้น  และเราคงเข้าใจกันมากขึ้น

 เหมือนวิชาโฮมรูมสมัยมัธยมไงล่ะ....คุยกัน สัปดาห์ละครั้ง...อิอิ

ผมชอบ dialogue ที่ผ่านมามาก เป็น dialogue ที่บอกเล่าความจริงใจ ความรู้สึก ความผูกพัน ที่โยงใยการทำงานกับชีวิตนอกที่ทำงานได้เป็นอย่างดี

ผมบอกเล่าถึงสัจธรรมของชีวิต อดีตของชีวิตที่ทำให้ตัวตนในปัจจุบันของเราเป็นอย่างนี้ แง่คิดมุมมองที่แตกต่างกระตุกเราให้ทบทวนการคิดการใช้ชีวิตของเราใหม่

การประเมินเชิงรูปธรรมนั้นคงไม่สามารถวัดได้อย่างแม่นยำ แต่หากประเมินในเชิงกิจกรรมนั้น เราดูได้จากผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีจำนวนเกือบเต็ม เราประเมินจากรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ที่ตกเกลื่อนอยู่เต็มห้อง เราประเมินจากความสุขที่เราพกใส่หัวใจหลังจบ dialogue เราประเมินจากรอยยิ้มที่มีให้กันในทุกวันที่เราเจอกัน

Happiness ที่เราร่วมสร้างกันเอง... 

Ico48
mandala (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
11 กุมภาพันธ์ 2553 19:39
#54037

ขอถามอีกหนึ่งคำถามคะ

ทราบว่า ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ ทำกิจกรรม Dialouge หลายครั้งแล้ว 
สังเกต หรือคิดมั้ยคะว่า ความขัดแย้งในที่ทำงานลดลง หรือคุยกันได้เข้าใจมากขึ้น หรือคุยกันง่ายขึ้น ทั้งในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

ขอรวมวงด้วยคน ตอบแทนเจ้ากระทู้ว่า

เท่าที่ผ่านมาด้วยความว่าทุกคนในองค์กรค่อนข้างเป็นเด็กรุ่น กระทง (รุ่นใหม่)ความขัดแย้งจริงๆจังไม่ค่อยจะเห็น (ตามความคิดผม)หลักฐานสังเกตจากพฤติกรรมทั่วๆไปของทุกครั้งสนุกเฮฮากันทั้งกลุ่ม

เรื่องงานเราก็มีการแบ่งกลุ่มก้อนกันเป็นทีม

หนึ่งทีม KM(sukit หัวหน้าทีม)

สองทีม BSC(IHUMหัวหน้าทีม)

สามทีมการตลาด(พอลล่าหัวหน้าทีม)

สี่ทีม Zero Defect (หนูนิชหัวหน้าทีม)

การจัดกิจกรรม  Dialouge นั้น ทำให้เราใช้เวลาส่วนเล็ก ๆ ของช่วง(2)สัปดาห์จัดระเบียบความคิด ความรู้สึกต่อกันและกัน เพิ่มเติมแนวคิด ทัศนคติที่เราต้้องการให้เป็นไปตามทิศทางเดียวกัน

ถามถึงความขัดแย้ง ได้ลดลงไหม ความขัดแย้งมีอยู่ทุกองค์กร แน่นอนว่า กำจัดให้หมดไปเลยอย่างสิ้นเชิงคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเราอาจจะแตกต่าง แต่สุดท้ายเราไม่ได้แตกแยก

การทำDialougeทำให้เราเปิดช่องทางในการขจัดความขัดแย้งได้มากขึ้น เมื่อเรามีความคิดที่แตกต่าง ความเห็นที่ไม่ตรงกัน หรือความเข้าใจผิดกันนั้น เราจะใช้เวลานี้แก้ไข ทำความเข้าใจกันและกัน

จะสังเกตุได้จาก แต่ละหัวข้อ จะดูจากสถานการณ์ที่เป็นไปในศูนย์ค่ะ...

 

คิดค่ะ ว่าลดลง และได้วิธีการลดความไม่เข้าใจกันด้วย เพราะเรากล้าที่จะพูดคุยกัน คุยกันดี ๆ มากขึ้นเยอะกว่าแต่ก่อน

ที่เราก็คุยกันดี ๆ อยู่แล้ว แต่นี่ดีกว่าเดิม....

 

คอนเฟิร์ม!!!

Ico48
mandala (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
12 กุมภาพันธ์ 2553 11:17
#54064

น่าประทับใจจริงๆ
ขอบคุณทุกคำตอบค่ะ

ขอบคุณคำถามเช่นกันค่ะ ที่ทำให้เรากลับมาคิด ว่าเรายังต้องปรับอะไรบ้าง

 

ไม่ว่ากันน๊า ตอบ แทนเจ้าของบันทึกซะงั้น อิอิ

Dialouge เป็นกิจกรรมที่ดี แบบสบายๆ เห็นด้วยกับหนูณิชน์นะคะ ว่าการเอาตัวเลข หรือสถิติมาใช้ประเมินผลอาจทำให้เราผิดหวังกับกิจกรรมไปเลยก็ได้ เพราะมันจะกลายเป็นภาระเพิ่มมาอีกอย่างนึง

จากที่จะตั้งใจจะสร้างสรรค์กิจกรรมสบายๆ กลายเป็นการเพิ่มงาน แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ เพราะงานทุกคนก็มีมากอยู่แล้ว เราใช้ Dialouge เป็นเครื่องมือในการหันหน้าเข้าหาแบบไม่มีเงื่อนไขดีกว่า

กะทิขอใช้ การมีส่วนร่วมในการพูด เป็นตัววัดผลของกิจกรรมแล้วกันนะคะ

วันนั้น ไม่มีใครกลัวไมค์ ไม่มีการบ่ายเบี่ยงให้คนอื่นพูด เพราะฉันไม่อยากพูด

วันนั้น มีคนเสนอตัวขอพูดแสดงความรู้สึกก่อน เพราะประทับใจเรื่องที่เพื่อนเล่า

วันนั้น มีคนขอแสดงความรู้สึกอีกครั้ง ทั้งๆ ที่พูดไปแล้วครั้งนึง เพราะชอบเรื่องที่เพื่อนเล่า

วันนั้น กะทิเองก็อยากพูดอยู่หลายครั้ง แต่ด้วยเรื่องของเวลา และเพราะเป็นทีมที่จัดกิจกรรม เลยยอมให้เพื่อนพูดไปก่อน กะทิเองไว้ค่อยพูดใน Dialouge คราวหน้าแล้วกัน

เป็นอย่างนี้ เลยชอบกิจกรรมนี้ ตั้งหน้าตั้งตารอคราวต่อไป เพื่อนจะให้เราทำอะไรน้อ ?? 

หนึ่งชั่วโมงแห่งความสุขจริงๆ กับที่เหนื่อยมา 5 วัน คุ้มค่ะ คุ้ม

อ๊ะ ลืม !!  ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ

เห็นแบบนี้ก็ชัดเลย ไม่มีเกี่ยงของฉัน ของเธอ ทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมให้คำตอบ รู้สึกได้ว่า Dialouge เป็นของพวกเราทุกคน เรามีส่วนร่วม เราอยากแบ่งปัน ถือเป็นผลพวงจาก Dialouge ได้นะคะเนี่ย (ยิ้ม ยิ้ม)

มาดูว่าเขาทำอะไรกัน

อึมมม

อิอิอิ บางทีเราก็มองไปในมุมมองที่ต้องหาหลักฐานที่เป็นรูปธรรม หรือเชิงประจักษ์ มายืนยัน นั่งยัน นอนยันผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ดอกอะไร เป็นเรื่องของความนุ่มนวลแบบที่คุณดื่ม(ด่ำ)ได้

ดื่มแล้ว ชลุกขลิกๆ ซะ๒-๓ ครั้งก่อนที่จะค่อยกลืนลงไปให้ได้รับรู้รสชาติที่ผ่านลิ้นลงคอหอยไปสู่กะเพาะ

เราอาจจะคุ้นชินกันกับตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมชัดเจน

ความสุขมีอะไรเป็นตัวชี้วัด?

แนวคิดใหม่เกี่ยวกับการพัฒนา มุ่งเน้นไปในเรื่องของ "ความสุขมวลรวมประชาชาติ" (GNH) 

"ภูฐาน" ประเทศเล็ก ที่มีความเข้มแข็งและเป็นหนึ่งเดียวทางด้านวัฒนธรรม ต้องเผชิญกับความสภาพที่ผิดธรรมชาติด้านจิตใจ จิตวิญญาณที่เป็นผลผวงของการล่าอานานิคม

"ภูฐาน" ได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนาโดยใช้ GNH แทนการใช้ GDP เดิมที่วัดการพัฒนาด้วยการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

มุ่งเน้นภาคอุตสาหกรรม การค้า กำไร โดยละเลยถึง จิตวิญญาณหรือแม้กระทั่งวิถีชีวิตเดิม

"มาบตาพุต" เป็นตัวอย่างหนึ่งของผลพวงที่เกิดจากการใช้ GDP เป็นตัวชี้วัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

สภาพชีวิต จิวิญญาณ ความสุข เกิดขึ้น หรือหายไป อย่างไร?

Dialogue เป็นเรื่องของการพัฒนาด้านจิตใจของมนุษย์หรือ soft side 

Dialogue แปลตรงตัวก็คือการพูดคุยระหว่างคนสองคน หรือเป็นกลุ่ม

ท่านอาจารย์ไร้กรอบได้บอกเล่าเอาไว้ว่า Dialogue ก็คือ

  • การฟังเชิงลึก (Deep listening) ฟังแบบองค์รวม ไม่มีอคติ ไม่รีบร้อนสวนกลับ
  • การค้นพบตนเอง การเข้าใจตนเอง การสะท้อน (Reflect) ให้เห็นตัวตนของเราเอง มองให้เห็นความจริง
  • การเข้าใจซึ่งกันและกัน เห็นความกลัว เห็นธรรมชาติของมนุษย์ เห็นถึงความเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มันเป็นเช่นนั้นเอง
  • การชำระปมต่างๆ (Mental model) ที่ปนเปื้อน หมักหมมในกมลสันดานของเรา เพื่อให้เกิด "สุขภาวะ" เกิดความดี
  • เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ (Learning cycle) เมื่อฟังเเป็น เมื่อเปิดใจ กล้าที่จะรับ ทดลอง ค้นหา
  • จุดประกาย (Spark) ความคิดให้กันและกัน ต่อยอด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดอาการ "ปิ๊งวาบ" ขึ้นมา
  • เสริมกำหลังใจให้กันและกัน เกิดความรู้สึกร่วม เข้าใจกัน

ท่านอาจารย์ไร้กรอบกล่าวอีกว่า เมื่อเราเดินเข้าสู่วง Dialogue บ่อยๆ เราจะรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้น

  • การได้ต้นทุนทางนามธรรม (Intangible capital) ที่สูงค่าและหายาก เกิดพลังในการทำงาน ได้กัลยาณมิตร หรือได้ทุนทางเครือข่าย (Network capital) ก่อเกิดสติปัญญา หรือต้นทุนทางปัญญา (Intellectual capital)
  • เกิดการ "ไหล" (Flow) ของ "ปัญญา" (Wisdom)เกิด "ลงสู่ใจ ได้ปัญญา"

Dialogue เป็นกิจกรรมที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ Dialogue จึงไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างความคิด ข้อเขียน หรือสิ่งที่เป็นนามธรรม แต่ Dialogue เป็นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับบุคคลที่เป็นรูปธรรม มีตัวตนจริง

หรือบางคนอาจจะบอกว่า Dialogue คือทฤษฎีของความสัมพันธ์ (theories of relationship)

แต่ละคนจะไปยืนอยู่ใน "พื้นที่ปลอดภัย" เข้าใจจุดยืนของแต่ละฝ่าย เพื่อที่จะร่วมกันพํนาทางออกใหม่ของปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมา

เป็นกระบวนการของการปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง ผ่านการฟังซึ่งกันและกัน อย่างลึกซึ้ง เรียนรู้แต่ละบุคคล เลิกล้มความเป็นเอกลักษณ์ของตน ยอมรับอย่างเพียงพอต่อผู้อื่น และแสดงออกต่อบุคคลอื่นแตกต่างไปจากเดิม

คราวนี้กลับมาดูอีกครั้งว่า 

เราจะ "วัด" สิ่งเหล่านี้ "อย่างไร" อะไรคือ "ตัวชี้วัด"

การก่อเกิดของปัญญา ความสุข หรือการเปลี่ยนแปลงภายใน อาจจะต้องใช้การกระตุ้นหลายๆ ครั้ง ทำซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง ระยะเวลาที่ใช้ก็ย่อมมีความเปลี่ยนแปรตามไปด้วย

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว

ผลที่เราต้องการเป็นรูปธรรมเช่นเดียวกันที่อาจจะต้อง "รอคอย"

ผลที่เกิดขึ้นไม่วูบวาบ แต่จะค่อยๆ ซึมซับเหมือนน้ำซับในดิน ค่อยๆ กลายเป็น "แหล่งน้ำบาดาล" ในที่สุด

ถ้าหากเราต้องการ "วัด" หรือประเมิน สิ่งใดๆ เราคงต้องคิดถึง Reliability หรือ Validity ของเครื่องมือวัดด้วย หรือแม้กระทั่งเครื่องมือต้อง "ไว" (sensitivity) และมีความ "จำเพาะ" (specificity) พอ

เราจะสร้างเครื่องมือเหล่านี้อย่างไร เราจะใช้อะไรเป็นเครื่องมือวัด

ความขัดแย้งระหว่างบุคคล หรือความขัดแย้งในองค์กร บางครั้งก็เหมือนภูเขาน้ำแข็งที่ลอยล่องอยู่ในทะเล ส่วนที่โผล่เหนือน้ำนั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ เท่านั้น มี "อะไร" บางสิ่งบางอย่างที่กดให้จมลง ให้เราไม่เห็น

เราจะวัดสิ่งเหล่านี้อย่างไร?

บางครั้งเราทำได้แค่การประเมิน "กระบวนการ" เท่านั้น โดยที่เราอาจจะใช้สมมติฐานที่ว่า กระบวนการดี หรือหากใช้ (เข้าร่วม) กระบวนการแล้ว ก็จะเกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

คงคล้ายพวกคุณภาพทั้งหลายที่เราทำ เราประเมินกันอยู่ครับ

กระบวนการดี ขั้นตอนดี ผลก็น่าจะดีด้วย ก็เอา ISO หรืออื่นๆ ไป

การประเมินกระบวนการ ไม่ได้บอกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ

อึมมม

บางทีในเมื่อเราทำ Dialogue เพื่อให้เกิด "ความสุข" เป็นผลลัพธ์แล้ว ทำไมเราต้องย้อนกลับมา "ทำลาย" ความสุขนั้นอีกครั้ง?

วันนี้ท่านผู้อ่านที่รัก "มีความสุข" หรือยัง?

ฮ่าๆๆๆ

เราเอง

 

 

 

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.239.242.55
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ