นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1669
ความเห็น: 6

นักพัฒนาบุคลิกภาพ

 วันหยุดได้พักผ่อนจากวันทำงานมาถึงอีกครั้งหนึ่งแล้ว 
เมื่อว่างงานก็คิดเรื่อยไป วันนี้ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ ความลับแห่งจิตใจ ของมากิโกะ โอซาวะ แปลโดย อาลียา รัตนวิระกุล ที่ทำให้ผมคิดว่า องค์กรของเรานั้นยังขาดบุคลากรประเภทใดบ้างที่เรามองข้ามไป
 ผมรู้มาว่าคณะแพทยศาสตร์ม.อ. ลงทุนส่งบุคลากรไปอบรมในหลักสูตรการพัฒนาบุคลิกภาพ จำนวนมาก และก็จ่ายเงินไปมากพอสมควรเช่นกัน ในประเด็น เรื่องนี้ผมว่าก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจนะครับ บางครั้งพวกเราคุยกันเสียงดัง หรือ แต่งหน้าแต่งผมกันในที่ทำงาน ท่ามกลางหูที่ฟังและสายตาของผู้มาขอรับบริการ ทำให้ดูเหมือนว่า เราขาดความน่าเชื่อถือในความเป็นมืออาชีพไปพอสมควร และในระบบราชการไทยเรานี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆ ที่เมื่อยกมาพูดเมื่อไร ก็ดูเหมือนว่าหัวหน้าจะเข้มไปหน่อยน่ะ 
ผมก็ต้องยอมรับว่า ความเป็นมืออาชีพของเราในสิ่งเหล่านี้ยังไม่ดีพอครับ ดังนั้น จึงขอชื่นชมกับคณะแพทย์ที่เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ครับ
 แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องที่ผมอยากจะบันทึกไม่ใช่นักพัฒนาบุคลิกภาพดังชื่อบันทึกหรอกครับ ผมอยากพูดเรื่องนักจิตวิทยาประจำองค์กรมากกว่า แต่กลัวผู้อ่านจะรับไม่ได้เท่านั้น 
ผมอยากได้ นักจิตวิทยาเก่งๆ เน้น เก่งๆ นะครับ ที่มาอยู่ประจำองค์กรเพื่อช่วยพัฒนาบุคลากรในมุมมองของ ทัศนคติในการทำงาน ซึ่งถ้าประสิทธิภาพของบุคลากรเพิ่มขึ้นอีกคนละ 5% เท่านั้น องค์กรจะได้ประโยชน์อย่างมากมาย เกินเงินเดือนที่ต้องจ่ายออกไปนะครับ
 เราจะเห็นภาพความขัดแย้งของสังคมเกิดขึ้นเนืองๆ เรื่องที่สุดฮอทตอนนี้ก็คือ แอนนี่-ฟิล์ม สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มาจากการที่พวกเราไม่ได้เรียนรู้การที่จะต้องมีทัศนคติเชิงสังคมที่ดีหรือไม่? 
ทัศนคติเชิงสังคมที่ดี ที่ไม่ขัดแย้ง ไม่มุ่งเอาชนะกัน ไม่มุ่งผลประโยชน์ส่วนตนกันมากเกินไป จำเป็นหรือไม่? ผมเองก็อยากได้นักจิตวิทยาที่จะมาช่วยชี้แนะผมเหมือนกัน อยากจะมีคนมาบอกผมว่า ถ้าผมปรับปรุงตรงนี้อีกหน่อย ผลงานของผมจะไปได้ดีกว่านี้ ผลงานขององค์กรจะดีกว่านี้ เพราะปัจจุบันเรามักจะลีมไปว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเชิงสังคม มากกว่าปัญหาเชิงเทคนิค เชิงเทคโนโลยี ความก้าวหน้าเชิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวไปไกลมาก พัฒนาไปอย่างมาก แต่ปัญหาเชิงสังคมยังย่ำอยู่กับที่ ยังไม่สามารถคลี่คลายไปได้ด้วยดี และยังทวีความขัดแย้ง รุนแรงมากขึ้นไปอีกด้วย และผมว่าเราอาจต้องพึ่งพานักจิตวิทยาจำนวนมาก ที่จะเป็นที่ปรึกษา แต่นักจิตวิทยานี้จะต้องเป็นที่ยอมรับของคนในสังคมด้วย ดังนั้นผมต้องขอเน้นว่า เราต้องการคนที่เก่งๆ และเราต้องกล้าจ่ายแพงๆ
 

ผมเชื่อว่า คนไทยกลัวการไปพบจิตแพทย์ครับ และผมก็เชื่อว่า ส่วนใหญ่แล้วพวกเราป่วยทางจิตกันทุกคน (ผมเองด้วย) จะมากจะน้อยเท่านั้น แล้วแต่จะรู้ตัวหรือไม่ หรือจะยอมรับแบบไทยๆว่า มันก็แล้วแต่เวรแต่กรรมไปก็ได้เหมือนกัน แต่แบบนี้เป็นแนวคิดแบบการยอมแพ้นะครับ

 
ผมว่าไม่ว่าเราจะเติบโตไปมากเพียงใดก็ตาม เราก็ยังต้องการคนแนะนำอยู่ครับ ในสมัยก่อน แม้แต่กบํตริย์ยังต้องฟังพระเถระผู้ใหญ่เป็นผู้ให้ข้อคิดอยู่เลย และเรามักจะรับฟังจากผู้ที่บริสุทธิ์กว่า ผมเคยคิดว่าเราจะให้พระสงฆ์มาช่วยชี้แนะได้หรือไม่ แต่ผมก็เชื่อว่ามีผู้คนจำนวนมากที่มองว่าท่านไม่สามารถตอบปัญหาที่เฉพาะเจาะจงของทางโลกได้ดี ดังนั้นนักจิตวิทยาเก่งๆ จึงเป็นทางเลือกของผมครับ
 บันทึกหน้า ผมจะเขียนเรื่องการติด ร. ครับ 

ผม..เอง

 
หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 09 ตุลาคม 2553 11:51 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 11:51 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
ลูกแก้ว [IP: 202.129.59.118]
09 ตุลาคม 2553 15:41
#60784
เห็นด้วยนะค่ะ  แต่น้องคิดว่าควรพัฒนาจากตัวเราเอง พึ่งตัวเอง เพราะตัวเองจะรู้ว่าเราเป็นคนอย่างไร ไม่มีใครรู้ดีกว่าตัวเราเองหรอกค่ะ นักจิตเขาก็จะแนะนำได้ตามตำราที่เรียนมา แต่ความสงบสุขของใจ เราต้องปฏิบัติเอง จริงไหมค่ะ

ผมเห็นด้วยว่าการพัฒนาต้องเริ่มที่ตัวเราเองนะครับ

แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า เรามักจะไม่ค่อยเห็นว่าตัวเราเองเป็นอย่างไร

ไอ้เจ้า ego มักบอกว่าเราดีแล้ว ถูกแล้ว อยู่เสมอ

แต่หากว่ามีคนคอยบอกเราว่าเรามั่นใจมากไปแล้วน่ะ เราก้าวร้าวเกินไปแล้วน่ะ เราต้องกระตือรือล้นเพิ่มขึ้นอีกหน่อยน่ะ ก็น่าจะดี หรือมีคนที่จะเป็นโค้ช คอยดึงเราจุดเด่นเราขึ้นมา ช่วยลดจุดด้อยของเราลงไปบ้างก็น่าจะดีขึ้นนะครับ

Ico48
ลูกแก้ว [IP: 202.129.59.118]
10 ตุลาคม 2553 11:11
#60793

ก็จริงค่ะ แล้วเราจะไปหาคนๆๆนั้นได้จากไหนละ 5555     อ้อ.. น้องเคยเข้าไป เว็บของกรมสุขภาพจิต เขามีแบบทดสอบความสุข ความเครียม และอื่นๆๆ อีกมาก พี่ลองเข้าไปดูซิค่ะ

เคยเข้าไปทำแบบฝึกหัดแล้วครับคุณลูกแก้ว

จากหนังสือ "ความลับแห่งจิตใจ" เขาก็ให้ประเด็นที่น่าสนใจนะครับว่า แต่ก่อนคนให้คำปรึกษา จะเปิดเผยตัวตน และใช้ชื่อเสียง ประสบการณ์ ในการให้คำแนะนำ

แต่.. ในปัจจุบัน ทุกอย่างเปลี่ยนไป เป็นผู้ให้คำปรึกษาจะรับรองโดยองค์กร ใช้หลักการแนะนำ ทฤษฎีมาแนะนำ ไม่เปิดเผยตัวตน

และแน่นอนว่า ปัญหาแต่ละปัญหาจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่สามารถใช้โมเดลมาแก้ปัญหาได้

ผมเห็นด้วยครับว่า เราจะหาที่ปรึกษาเก่งๆได้ที่ไหนกันครับ

Ico48
ลูกแก้ว [IP: 202.129.59.118]
11 ตุลาคม 2553 12:52
#60818

หนังสือ ความลับของจิต ใครแต่ค่ะ น้องจะไปหาอ่านบ้าง

ความลับแห่งจิตใจ

จัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ด ครับ

ค้นใน google ก็เจอครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 75.101.220.230
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ