นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1721
ความเห็น: 0

การประยุกต์ใช้ empowerment ในภาควิชาฯ

 
ผมมาทำงานในหน้าที่หัวหน้าภาควิชาได้มากกว่า 7 เดือนแล้วครับ ตอนนี้เริ่มมีเสียงแว่วมาบ้างแล้วว่า หัวหน้าภาคฯ คนนี้ทำงานสบายจัง
 
ก็ยอมรับครับว่า ผมพยายามทำตัวให้สบายมากที่สุด และก็น่าจะเป็นการทำให้หัวหน้าภาคฯ คนต่อไปสบายด้วย ด้วยการกำหนดระบบหรือแนวทางการบริหารภาควิชาด้วยการมอบอำนาจออกไปให้มากที่สุดตามหลักการ empowerment
 
ข้อแรกที่ทำสำเร็จไปแล้ว คือ การมอบอำนาจให้เลขาภาคฯ มีอำนาจในการเซ็นอนุมัติการใช้เงินของภาควิชาในวงเงินไม่เกิน 10,000 บาทไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำให้เอกสารมาถึงมือผมน้อยลงไปมาก และผมเชื่อว่าจะทำให้งานไหลได้เร็วขึ้น แต่เลขาฯและทีมงาน ต้องทำสรุปรายงานการใช้เงินประจำเดือนให้ผมดู และผมจะนำไปเสนอในที่ประชุมภาควิชาในทุกเดือน เป็นการบริหารแบบโปร่งใสที่ผู้เข้าประชุม จะเห็นยอดเงินที่ภาควิชาใช้ไปในแต่ละเดือน และเห็นยอดเงินทั้งหมดที่ภาควิชาได้รับในแต่ละปีด้วย
 
ข้อถัดไปคือว่า ผมจะเข้าประชุมให้น้อยที่สุด โดยมอบให้รอง/ผู้ช่วยหัวหน้าภาคฯ เข้าประชุมแทนในงานที่เกี่ยวข้องนั้นๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรง ชัดเจน ไม่ต้องให้ผมมาถ่ายทอดต่อจนเกิดความคลาดเคลื่อนอีกต่อไป แต่ละท่านก็ดำเนินการไปได้ มีอะไรอยากปรึกษาหารือก็พร้อมจะให้แนวคิดมาแบ่งปันกัน ในการนี้ ผมจัดให้มีการประชุมทีมบริหารทุกสัปดาห์ ตั้งใจว่าจะคุยกันสัก 1 ชั่วโมงพอ หรือน้อยกว่านี้ก็ได้ ก็ให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นเชิงบริหาร ในวงเล็ก ๆ ก่อน เข้าที่ประชุมภาคฯ
 
อีกข้อก็คือ ผมให้มีการจัดกลุ่มพัฒนาภาคฯ ขึ้นมา 5 กลุ่ม มีสมาชิกกลุ่มละ 5-6 คน มีหัวหน้าเป็นบุคลากรสายสนับสนุน ก็มอบงานให้ช่วยกันคิดช่วยกันทำขึ้นมาเป็นประจำ ดังนั้นการพัฒนาภาควิชา ก็มีแนวคิดมาจากทุกคน มิใช่จากทีมบริหารเพียงอย่างเดียว
 
อีกระบบที่ผมพยายามจะสร้างก็คือ ระบบ ฐานข้อมูล intranet ภาควิชา ที่บุคลากรจะเอาข้อมูลส่วนรวมไปแขวนเอาไว้ เพื่อให้บุคลากรภาคฯสามารถเข้ามาแชร์การใช้งานได้ ข้อมูลตรงกัน ขึ้นอยู่กับวันเวลาที่ update ใครทำข้อมูลผิดก็รู้กันทั้งหมด เพราะทุกอย่างโปร่งใส สามารถทำงานแทนกันได้ เพราะต้องไม่หวงหรือปกปิดข้อมูลกัน ตรวจสอบได้โดยง่าย ใช้งานง่าย ไม่ต้องพกพาเอกสาร สามารถทำงานได้นอกเวลาราชการ ที่ใดก็ได้หาก internet ไปถึง ระบบนี้ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา เสร็จไปแล้วบางส่วน ก็คงต้องทำต่อกันไปเรื่อย ๆ ตามความต้องการของภาควิชาฯ (คณะ) นั่นแหล่ะครับ
 
ดังนั้น ผมจึงพอเหลือเวลาทำงานอย่างอื่นได้พอสมควร เช่น ผมเลือกวันอังคารประชุมกลุ่มวิจัยทุกสัปดาห์ หาเวลามาเขียนหนังสือได้บ้าง หาเวลามาเรียนรู้เพิ่มเติมในส่วนที่ผมสนใจได้อยู่บ้าง
 
ถึงแม้ผมจะกระจายงานไปเกือบทุกด้าน แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดที่หัวหน้าภาคฯต้องถืออยู่ คือ การบริหารงานบุคคลครับ งานนี้หัวหน้าภาคฯแบ่งไม่ได้ และไม่มีใครอยากจะรับด้วย แต่ผมก็แบ่งให้บุคลากรภาคฯ มีส่วนร่วมในการประเมินและให้ข้อมูลครับ ผมกำลังสร้างระบบประเมินทาง intranet คล้าย ๆ กับการประเมินผลการสอนโดยนักศึกษาของคณะวิศวฯ ในทำนองนั้นนะครับ ข้อมูลที่มาจากทาง intranet น่าจะให้บุคลากรสบายใจในการให้ข้อมูลมากขึ้น และผมก็หวังว่าจะได้ข้อมูลในเชิงสร้างสรรค์ด้วย
 
ฟังเสียงที่แตกต่างให้มาก รับรู้ความเป็น norm ของสังคมบ้าง น่าจะช่วยลดความขัดแย้งในสังคมลงได้ ค่านิยมของภาควิชาฯ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้วครับ สิ่งที่สำคัญกว่าการกำหนดค่านิยม ก็คือ การพยายามทำค่านิยมที่กำหนดไว้ให้เป็นจริง ซึ่งจะต้องมีการกำกับดูแล และในการนี้ก็เป็นการเรียนรู้ของคนในองค์กรเช่นเดียวกันว่า เมื่อเราสร้าง เราก็ต้องช่วยกันดูแล
 
วงจรแห่งการพัฒนา จะเป็น PDCA หรือ ADLI อะไรก็ตาม หากใช้ให้ครบวงจรอย่างต่อเนื่อง ผมว่ายังไงเสียองค์กรต้องพัฒนาแน่ แต่เท่าที่เห็นอยู่มักจะไม่ค่อยครบวงจร เพราะขาด C และ A เสียมากครับ
 
ก็เล่ากันฟังแค่นี้ก่อนครับ ยินดีฟังความเห็นที่แตกต่างครับ
 
ผม..เอง
 
หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 22 มกราคม 2554 11:39 แก้ไข: 22 มกราคม 2554 11:39 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.234.223.162
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ