นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 4567
ความเห็น: 0

ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคม (Social Learning Theory)

 จาก wikipedia ครับ

Social learning theory or SLT is the theory that people learn new behavior through observational learning of the social factors in their environment. If people observe positive, desired outcomes in the observed behavior, then they are more likely to model, imitate, and adopt the behavior themselves. Modern theory is closely associated with Julian Rotter and Albert Bandura.

ผมไม่ได้รู้เรื่องทฤษฎีมากมายอะไรนัก แต่ก็เชื่อว่ามนุษย์ปรับตัวเรียนรู้จากสังคมได้อาจรวดเร็วมาก

มีเรื่องจริงที่ผมสามารถเล่าได้ถึงการปรับตัวในการจัดอบรมบางส่วนของสังคมไทยเรา

ตามที่นโยบายการพัฒนาของประเทศไทยเรามองว่า สังคมไทยเรายังขาดความรู้ จึงเน้นไปที่การให้ความรู้ด้วยการจัดอบรมและให้เงินสนับสนุนกับโครงการจัดอบรมเป็นจำนวนมาก

แต่ละหน่วยงานก็ทำโครงการอบรมโน่นนี่ขึ้นมา และใช้ KPIs จากจำนวนผู้เข้าอบรมให้ครบตามจำนวนที่ระบุไว้ในโครงการ ก็ประเมินผลงานออกมาว่าบรรลุเป้าหมาย

โครงการประเภทนี้ มากกว่าครึ่งต้องใช้ระบบการเกณฑ์ผู้เข้าร่วมโครงการ เพราะเมื่อเป้าหมายบุคคลที่จะรับการอบรมไม่สามารถเข้าร่วมได้ ก็จัดตัวแทนที่ไม่ใช่เป้าหมายเข้ามารับการอบรมแทน ดังนั้นจึงสามารถคาดเดาผลลัพธ์ของการฝึกอบรมได้
(อ้างอิงจาก: เรื่องที่อยากป่วน ลานจอมป่วน http://lanpanya.com/jogger/) ที่มากกว่านั้น เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากผู้เข้าอบรมที่ดี จึงมีการให้เงินค่าเสียเวลาแก่ชาวบ้านที่เข้าอบรม

สังคมเกิดการเรียนรู้ครับ ในครั้งต่อ ๆไป ชาวบ้านจะถามว่ามีค่าร่วมรับการอบรมหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะไม่เข้าร่วมอบรม ดังนั้นจำนวนความคาดหวังการมีผู้รับการอบรม 60 คน อาจเหลือเพียง 15 คนเท่านั้น (ปลูกถั่วได้ถั่ว ปลูกงาได้งาครับ)

ความคาดหวังของการให้ความรู้/ให้โอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาส ถูกแปรเปลี่ยนไปด้วยน้ำมือของผู้ปฏิบัติที่คาดหวังผลงาน (KPIs) กลายเป็นการยัดเยียด กลายเป็นการสร้างความต้องการเทียม และเป็นความสูญเสียของสังคมไทย จากงบประมาณ จากเวลาของผู้ให้ความรู้ และผู้รับการอบรมซึ่งไม่ได้ต้องการความรู้นั้น ๆ

ผมจึงต่อต้านการอบรมแบบให้เปล่ามานานแล้ว ผมสนับสนุนการแบ่งปันค่าใช้จ่ายมากกว่า เช่น ถ้ามีค่าใช้จ่าย 100 บาท ให้ผู้เข้าอบรมจ่ายสัก 20 บาท ก็จะแสดงเจตนารมย์ของความตั้งใจจะรับความรู้ได้

ผมก็เข้าไปหาความรู้จาก internet ก็ได้เพิ่มเติมมาดังนี้ 

ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคม (Social Learning Theory)
ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ Ph.D.


นิยามของทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคมและการประยุกต์กับการเรียนรู้ :

การเรียนรู้ด้วยสังคมเน้นการเรียนรู้ที่เกิดจากบริบทการเข้าสังคม ทำการ ศึกษาว่ามนุษย์เรียนรู้จากกันและกันได้อย่างไร แนวคิดดังกล่าวรวมถึงการเรียนรู้ที่สังเกตได้ การเลียนแบบ และการเป็นแม่แบบ (Modeling) การเลียนแบบอาจพบเห็นในสัตว์หลายชนิด แต่ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคมสนใจเฉพาะการเรียนรู้ของมนุษย์ ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคมมีรากฐานมาจากทฤษฎีพฤติกรรมนิยม และคล้ายคลึงกับปัญญานิยม แต่ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคมขัดแย้งกับทฤษฎีทั้งสองตรงที่ทฤษฎีทั้งสองไม่มีการนำสิ่งแวดล้อมมาพิจารณาด้วย


หลักการทั่วไปของทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคม

1. มนุษย์สามารถเรียนรู้ได้จากการสังเกตพฤติกรรมและผลจากการแสดงพฤติกรรมนั้นๆของคนอื่น
2. การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
3. ผลที่เกิดจากการแสดงพฤติกรรมมีบทบาทต่อการเรียนรู้
4. ปัญญามีบทบาทต่อการเรียนรู้

การนำหลักทฤษฎีประยุกต์กับทฤษฎีการเรียนรู้
1. ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมหาศาลเพียงแต่สังเกตจากผู้อื่น
2. การพรรณาผลของพฤติกรรมสามารถเพิ่มความเหมาะสมของพฤติกรรมและลดส่วนที่ไม่เหมาะสมลง
3. การแสดงแบบเป็นทางเลือกในการสอนพฤติกรรมใหม่ๆ
4. พ่อแม่และครูจะต้องแสดงเป็นแบบอย่างพฤติกรรมที่เหมาะสม และระมัดระวังการเป็นแม่แบบไม่เหมาะสม
5. ครูควรนำรูปแบบหลากหลายให้นักเรียนได้เรียนรู้
6. นักเรียนจะต้องเชื่อว่าพวกเขามีความสามารถที่จะเรียนรู้ได้
7. ครูควรจะช่วยให้ผู้เรียนตั้งความหวังที่จะประสบผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการอย่างที่เป็นจริง
8. เทคนิคการควบคุมตนเองเป็นวิธีปรับปรุงพฤติกรรมที่ได้ผล

นอกจากนี้มีกฎของการเรียนรู้มาแถมด้วยครับ

1.    กฎแห่งความพร้อม (Law of Readiness) การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดี ถ้าผู้เรียนมีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ
2.    กฎแห่งการฝึกหัด (Law of Exercise) การฝึกหัดหรือกระทำบ่อย ๆ ด้วยความเข้าใจจะทำให้การเรียนรู้นั้นคงทนถาวร ถ้าไม่ได้กระทำซ้ำบ่อย ๆ การเรียนรู้นั้นจะไม่คงทนถาวร และในที่สุดอาจลืมได้
3.    กฎแห่งการใช้ (Law of Use and Disuse) การเรียนรู้เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง ความมั่งคงของการเรียนรู้จะเกิดขึ้น หากได้มีการนำไปใช้บ่อย ๆ หากไม่มีการนำไปใช้อาจมีการลืมเกิดขึ้นได้
4.    กฎแห่งผลที่พึงพอใจ (Law of Effect) เมื่อบุคคลได้รับผลที่พึงพอใจย่อมอยากจะเรียนรู้ต่อไป แต่ถ้าได้รับผลที่ไม่พึงพอใจ จะไม่อยากเรียนรู้ ดังนั้นการได้รับผลที่พึงพอใจ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเรียนรู้

ผมก็พยายามที่จะเรียนรู้นะครับว่า นักศึกษาจะเรียนรู้ได้ดีในสภาพเช่นใด ซึ่งผมคิดว่าสภาพของสังคมมีบทบาทอย่างสูง สังคมที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วจากเดิมอย่างมาก ทำให้เห็นถึงพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ต่างไปจากเดิม และบทบาทของผู้สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ในอุดมศึกษาไทยจะต้องถูกปรับเปลี่ยนไปด้วย (ตัวผมเองต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย)

แต่ขณะนี้ อุดมศึกษาของไทยเน้นไปที่การตรวจสอบด้วยเอกสารจำนวนมาก เน้นไปที่ตัวเลข (ที่อาจจะปลอม ๆ) เน้นที่ผลลัพธ์ (ก็อาจปลอม ๆ อีก เพราะอาจเป็นผลลัพธ์ที่ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไรเลย) เน้นที่ความรู้ (อาจปลอมอีก หากไม่ใช้เพื่อประโยชน์ต่อสังคม) ไม่เน้นที่พฤติกรรมที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นแบบอย่างของการเรียนรู้อย่างดียิ่ง

เขียนในโอกาสของเทศการการประเมินครับ

ผม..เอง

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 21 กุมภาพันธ์ 2554 12:19 แก้ไข: 21 กุมภาพันธ์ 2554 12:19 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 75.101.220.230
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ