นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1557
ความเห็น: 0

สร้างภูมิคุ้มกันด้วยการเตรียมใจไว้ล่วงหน้า

เช้าวันหยุด 16 พ.ค. 2554 ก่อนเข้ามาที่ห้องทำงานผมก็แวะเข้าห้องน้ำ ปิดไฟฟ้า 2 ดวง ที่คงเปิดค้างคืนเป็นสิ่งแรก (ซึ่งผมมักจะทำเป็นประจำอยู่แล้ว ฮา) ทำธุระกิจส่วนตัว เข้าโต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ เปิดเน็ต อ่านแชร์ แล้วเตรียมเขียนบันทึก

เมื่อคืนที่ผ่านมาผมดูรายการเปลี่ยนประเทศไทยของช่อง Thai PBS (ที่ผมเป็นลูกค้าประจำมาหลายเดือน) พบว่าแนวทางหนึ่งที่กรรมการปฏิรูปเสนอคือการกระจายอำนาจ และบอกว่าเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ มิใช่รอให้ใครหรือหน่วยงานใดมาทำหน้าที่นี้ และการเปลี่ยนแปลงนั้นจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง มิใช่กำหนดเวลาว่าปีนั้นปีนี้ทำแล้วเสร็จ

หลายวันมานี้ ผมคิดเรื่อยเปื่อยไปว่า การบริหารองค์กรนั้นทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นงานที่หนักมากที่จะขับเคลื่อนองค์กร เพราะบริบทของสังคมนั้นเปลี่ยนไปมาก

การกระจายอำนาจเป็นแนวทางที่ผมเห็นด้วยว่าน่าจะเหมาะสมกับบริบทในยุคนี้ ด้วยความซับซ้อนของสังคม ความต้องการที่หลากหลาย เสรีภาพที่มีขอบเขตที่แตกต่างกันของแต่ละคน ความไม่เท่าเทียมกันในโครงสร้าง ทำให้เกิดความขัดแย้ง และวิธีลดความรุนแรงของความขัดแย้งประการหนึ่งได้ ก็คือการกระจายอำนาจ

ม.อ.ของราก็คงได้รับผลกระทบอย่างมากจากความคิดการกระจายอำนาจนี้ครับ เพราะเรามี 5 วิทยาเขต ซึ่งการมีวิทยาเขตจำนวนมากก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ผมเองในปัจจุบันนี้ถือว่าไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเชิงบริหารแล้วก็ยังคิดว่า สักวันหนึ่งอาจมีการจัดตั้งแต่ละวิทยาเขตเป็นอิสระได้ และการเตรียมใจ/เตรียมพร้อมไว้ก่อนก็เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันไว้ล่วงหน้า

ในระดับคณะฯ นั้น คณะฯใหญ่ ๆ ก็อาจต้องเตรียมการกระจายอำนาจให้ภาควิชาฯ มากขึ้น ลดการรวมศูนย์ฯ ลดกำลังคนในส่วนกลางลง คงต้องศึกษาการบริหารจากสถาบันการศึกษาที่เกิดใหม่ว่า เขาดำเนินการโดยใช้บุคลากรจำนวนน้อยกว่ามากได้อย่างไร เพราะหากดูงบประมาณที่ได้มาเมื่อสิบปีก่อนนั้น เราก็ตระหนักได้ถึงการคุกคามที่มาจากการได้งบประมาณที่เพิ่มขึ้นในระดับต่ำ โดยมีงบเงินเดือนเกิน 50% ก็เริ่มตกใจกันแล้ว และความจริงที่ปรากฎในปัจจุบันก็คือ งบประมาณแผ่นดินที่เราได้ เป็นงบเงินเดือนมากกว่า 90% และหากเราไม่เห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงแนวคิด หรือต้องเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ในเวลาไม่นานนักเราจะพบวิกฤตที่รุนแรง (ความเห็นผมนั้นวิกฤตเกิดขึ้นแล้ว)

มีเรื่องที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งก็คือ หมู่เกาะ Easter ของประเทศชิลี เป็นดินแดนที่มีผู้อยู่อาศัยโดดเดี่ยวมากที่สุดในโลก เพราะชุมชนที่ใกล้ที่สุดห่างไปมากกว่า 2000 กิโลเมตร เทียบได้ว่าหากเดินโดยเรือแคนูในสมัยก่อน จะต้องใช้เวลาประมาณ 17 วัน เมื่อมีการค้นพบเกาะนี้พบว่าประชากรประมาณ 500 คน หิวโหยและล้มตายไปแล้วจำนวนมาก แต่บนเกาะมีรูปหินแกะสลักขนาดใหญ่ (Moai) จำนวนมาก (เป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน) ที่แสดงถึงความเข้มแข็งของหมู่บ้าน ว่ากันว่ายิ่ง Moai นี้ยิ่งใหญ่ยิ่งแสดงถึงอำนาจที่สูงส่ง แต่บนเกาะไม่เหลือต้นไม้ใหญ่ไว้ทำเรือแคนูอีกแล้ว เพราะถูกตัดมาใช้เป็นอุปกรณ์ในการเคลื่อนย้าย Moai เหล่านี้หมดแล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถเดินทางออกไปจากเกาะนี้ได้ต่อไป เหมือนตอนที่ใช้เรือเดินทางเข้ามายังเกาะนี้ อันแสดงถึงสังคมแห่งความเชื่อมากกว่าสังคมแห่งปัญญา

 

เรามักคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงที่สั่งการมาจากข้างบน ซึ่งผมก็เชื่อว่าในยุคปัจจุบันนั้น การเปลี่ยนแปลงยังคงต้องการสถาบันหรือกฎหมายมาบังคับใช้อยู่ แต่ในแง่บุคคลนั้น ผมก็ยังเห็นว่าหากเราเปลี่ยนแนวคิดแนวปฏิบัติไว้ก่อนล่วงหน้า ก็ไม่เห็นจะเสียหายแต่อย่างไร ปลาที่มีชีวิตจะว่ายทวนกระแสน้ำเพื่อไปวางไข่ เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ที่ดีต่อไปมิใช่หรือ??

ผมไม่ได้หวังว่าผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้ แต่ผมหวังว่าพลังของประชาชนส่วนใหญ่จะเปลี่ยนประเทศไทยได้ เช่นเดียวกับวินัยของชาวญี่ปุ่นที่ยังคงความเข้มแข็งแม้ในยามวิกฤตทุกข์ยาก

ผม..เอง

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 16 พฤษภาคม 2554 09:44 แก้ไข: 16 พฤษภาคม 2554 09:44 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.234.223.162
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ