นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1463
ความเห็น: 0

การเดินทางและความเสี่ยง

 
20 พฤษภาคม 2554 มีการเดินทางที่ควรบันทึกเก็บไว้
 
ผมกับนักศึกษาป.เอก ป.โท (หนูอ้อย หนูอุ้ย และหนูเฟิร์น) รวมทั้งหมด 4 คน ต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อรับรางวัล STISA ครั้งที่ 4 ครับ
 
เริ่มจากการเดินทางไปสนามบินคลองหอยโข่งที่ได้ขอใช้บริการจากมหาวิทยาลัย นัดหมายกันออกเดินทาง 7.30 น. แต่กว่าจะได้ออกเดินทางจริงก็เลยไป 7.40 น. ท่ามกลางความกระวนกระวายใจของนักศึกษาที่กลัวว่าอาจไปสนามบินไม่ทันเวลา
 
นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมกลัวการใช้บริการของมหาวิทยาลัยในเรื่องนี้ เพราะวัฒนธรรมและวินัยของไทย เป็นในลักษณะการเอื้อเฟื้อและไม่เข้มงวด และในอีกประเด็นที่ผมชอบเดินทางไปสนามบินเองก็คือ ผมสามารถกำหนดเวลาเดินทางเองได้ ซึ่งบางครั้งผมก็ต้องทำงานจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนออกเดินทาง
 
ผมลองนั่งคิดไปเล่น ๆ ว่า หากผมต้องตกเครื่องบินไปด้วยสาเหตุดังกล่าว เช่น ออกสาย และเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในระหว่างทาง สมมติว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก่อนหน้าสัก 2 นาทีทำให้การจราจรติดขัด ใครควรจะต้องรับผิดชอบในการนี้ หรือไม่ต้องมีใครรับผิดชอบเลยเพราะเป็นโชคชะตาที่ดลบันดาลให้เป็นอย่างนี้เอง
 

ช่วงเย็นผมดูรายการ"คุยกับแพะ"ของสถานี Thai PBS มีรายการหน่วยราชการรุกที่ดินประชาชน เนื่องจากการเขียนผังแผนที่ผิด ที่กลับทิศจากเหนือเป็นใต้ของเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ทำให้ที่ดินของราษฎร์ถูกประกาศให้เป็นที่ดินของทางราชการ ถูกดำเนินการก่อสร้างตัดถนนไปมากมาย ราษฎร์เพียงครอบครัวเดียวต้องต่อสู้กับทางชุมชน หน่วยงานราชการ อย่างโดดเดี่ยว ตั้งแต่ 2533 จนกระทั่งเกิดการสอบสวนอย่างจริงจังของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจนสามารถปิดงาน และได้รับการชดเชยในส่วนที่เสียหายได้ ในปี 2553 ซึ่งผมมองว่ายังไงก็ไม่คุ้มกับความเจ็บปวดในใจตลอด 20 ปีได้ ความเสียหายจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ และการไม่ใส่ใจในการดำเนินการแก้ไขจากการร้องขอของคนตัวเล็ก ๆ อันแสดงให้เห็นถึงความดื้อดึงของคนทำงานราชการ ที่ไม่มีการยอมรับว่าทำผิดกันง่าย ๆ

 
แต่การเดินทางก็เรียบร้อยดีครับ ถึงดอนเมือง ก็นั่งแท็กซี่ไปที่บิ๊กซีลาดพร้าว เพื่อพบเจ้าหน้าที่ (คุณอุษา) และหาอาหารเที่ยงกิน เนื่องจากงานได้จัดที่ SCG experience ซึ่งคุณอุษาที่ต้องรับรอง 2 ทีมจากมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด บอกว่าอาหารแถวนั้นแพง ก็เลยให้มากินแหล่งที่ใกล้ ๆ และถูกกว่า คือ บิ๊กซีลาดพร้าว
ในการนั่งแท็กซี่นั้นเราก็ชวนคุยไปเรื่อย ผมถามว่าจากบิ๊กซีลาดพร้าวกลับมาดอนเมืองในตอนเย็นต้องใช้เวลาสักเท่าใด เขาก็บอกว่าเผื่อไว้ชั่วโมงครึ่งก็แล้วกัน เพราะเป็นวันศุกร์และรถติดตอนเย็น เขาก็เล่าว่าเคยมีอาจารย์จากขอนแก่น 3 คน เหมาแท็กซี่ของเขาให้ขับไปส่งที่ขอนแก่นในราคา 4,500 บาท ซึ่งถูกกว่าค่าเครื่องบินของ 3 คนรวมกัน และเขาก็ให้บริการแถวสนามบินเป็นส่วนใหญ่ จึงมีระยะทางวิ่งค่อนข้างน้อย (5 ปีวิ่งเพียง 400,000 กิโลเมตร) จอดรอคิววิ่งสัก 4 ชั่วโมงเอง เขามีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก เพราะจากสุวรรณภูมิไปพัทยาจะมีค่าบริการประมาณ 1,500 บาท และช่วงนี้นักท่องเที่ยวชาวอินเดียเข้ามาเที่ยวมาก (เป็นความรู้ใหม่ของผม) นอกเหนือจากชาวรัสเซีย เขาประเมินว่าเศรษฐกิจปีนี้ไม่ค่อยดี เพราะนักท่องเที่ยวเข้าน้อย นอกจากนี้ยังบอกว่า การแก้ตัวเลขของเข็มไมล์รถยนต์นะแก้ง่ายมาก เพราะมีผู้เชี่ยวชาญมือฉมังปรับแก้ได้ทุกรุ่น รับแก้ตัวเลขไมล์ของรถยนต์มือสองตามเต้นท์มาหลายเต้นท์แล้ว (ฮา) (สิ่งที่เราเห็นอาจไม่เป็นไปตามสิ่งที่เราคิดเสมอไป)
คุณอุษาก็แนะนำว่า จากบิ๊กซีลาดพร้าวไป SCG เสนอให้นั่งวินมอไซค์ไป เพราะหากนั่งแท็กซี่ไปก็ต้อง U turn ไกลมาก รถติดคงเสียเวลามาก โดยระห่างเพียง 5 กิโลเมตรอาจใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมง
นศ. ถามผมว่าไหวหรือไม่ ผมก็ตอบว่าไหว แต่ในใจก็หวั่นไหวแทน เพราะรู้สภาพว่าไขข้อของผมมันชำรุดเกินอายุไปมาก ทุกอย่างต้องช้า ๆ เพราะไม่สามารถปราดเปรียวได้เหมือนเช่นในอดีต คุณอุษาก็นั่งวินมอไซค์ล่วงหน้าไปก่อน ถึงเรียบร้อยก็โทรฯมาบอกว่าราคาเที่ยวละ 30 บาทเอง
หลังเที่ยงเล็กน้อยเราก็ผจญภัยกับการนั่งวินมอไซค์ ผมนั่งคันท้ายสุด ก็พบว่าในซอกซอยนั้นมีลูกระนาดเต็มไปหมด นั่งกระดอนตัวเป็นระยะ ๆ ด้วยการจับเบาะไว้แน่น นักซิ่งก็พาเราลัดเลาะไปบนทางเดินเท้าตัวหนอน สวนวันเวย์ของรถยนต์ ขึ้นๆลงๆ ตามทางเดินเท้า มีเสาเหล็กปักขวางพอไม่ให้รถยนต์วิ่งได้ ผมก็ต้องนั่งหนีบเข่าเอาไว้ไม่ให้ยื่นเกะกะออกไป (โดนกิ่งไม้ฟาดเอาที่หน้าไปหนึ่งครั้ง) มองเห็นเท้าของนศ.หญิงที่นั่งข้าง ปลายเท้าเฉียดเสาเหล็กไปตลอดทาง พอถึงที่หมายด้วยความปลอดภัย ก็พบว่า นศ.ทุกคนก็ตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้เป็นอย่างยิ่งทุกคน (ฮา)
หลังงานเราเดินทางกลับด้วยความอนุเคราะห์ของอาจารย์ม.ธรรมศาสตร์ที่ผมรู้จักดี ขับรถมาส่งให้ที่หน้าดอนเมือง เราก็เดินข้ามสะพานลอยไป นศ.หันมามองผมในทำนองว่า ผมขึ้นสะพานลอยไหวหรือไม่ ผมบอกในใจว่า แค่นี้เด็ก ๆ หรอก สมรรถนะของหัวใจผมนะแข็งแรงกว่าที่เห็นมากนัก เพราะการได้ออกกำลังกายเล่นเทนนิสอยู่เกือบทุกวัน ทำให้ผมหายเหนื่อยได้เร็วมาก
 
การเดินทางในขากลับก็เรียบร้อยดี ไม่มีอะไรทำให้ตื่นเต้นครับ (ผมว่ามันควรพอแล้วในวันนี้)
 
ผมคิดในใจว่า เป็นโชคดีของเราขนาดไหนแล้ว ที่ได้ทำงานในม.อ.แห่งนี้ ที่ชีวิตการเดินทางไม่ต้องเสี่ยงภัยมากอย่างคนเมืองกรุง
 
ผม..เอง
หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 21 พฤษภาคม 2554 11:23 แก้ไข: 21 พฤษภาคม 2554 11:23 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 75.101.220.230
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ