นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1437
ความเห็น: 3

บางเรื่องเกี่ยวกับเอชไอวี, เอดส์ และเด็ก

เมื่อวานนี้พยายามสะสางงานบนโต๊ะที่คั่งค้างให้เบาบางลงบ้าง (เป็นจันทร์โกลาหลเหมือนหลาย ๆ คน) ก็สำเร็จไปส่วนหนึ่ง และก็ได้เปิดอ่านเอกสารจาก unicef ซึ่งส่งมาถึงผมนานแล้ว(แต่ไม่ได้เปิดอ่าน) ผมก็ว่าน่าสนใจมากเพราะเอกสารนี้ประกอบไปด้วย "ความรู้" และ "ความรู้สึก" และที่ตัดสินใจบันทึกก็เนื่องมาจากความรู้สึก

 

ความรู้

เอกสารนี้พูดถึง Aids และ HIV ครับ

1. ถ้ายุงกัดผู้ติดเชื้อเอชไอวี แล้วมากัดเรา เราจะติดเชื้อหรือไม่?

ไม่ติด เพราะยุงไม่ได้เป็นพาหะนำเชื้อเอชไอวี จากคนที่มีเชื้อไปสู่คนอื่น ๆ เชื้อเอชไอวีไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในน้ำลายยุงได้

 

2. เด็กทารกที่เกิดจากมารดาที่มีเชื้อเอชไอวีทุกคน จะติดเชื้อเสมอไป ใช่หรือไม่

ไม่ใช่ โดยทั่วไปโอกาสที่หญิงมีครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี จะสามารถแพร่เชื้อให้กับทารกในระหว่างการตั้งครรภ์ ระหว่างการคลอดและการให้นมลูกด้วยนมแม่อยู่ที่ประมาณร้อยละ 30 แต่การที่แม่ได้รับยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก จะลดโอกาสเสี่ยงนี้ลงเหลือเพียงร้อยละ 2-8 เท่านั้น

 

3. เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี สามารถเรียนร่วมกับเด็กปกติในโรงเรียนได้หรือไม่

ได้ โดยที่ไม่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษมากไปกว่าเด็กอื่น ๆ เด็กที่ได้รับยาต้านไวรัสและดูแลสุขภาพดีจะแข็งแรงเหมือนเด็กทั่วไป สามารถเรียน เล่นกีฬา และใช้ชีวิตได้เป็นปกติไม่ต่างจากเด็กคนอื่น ๆ ดังนั้นการเลือกปฏิบัติที่ทำให้แตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ จะทำให้เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีไม่มีความสุข

 

4. ลูกหลานของเราสามารถติดเชื้อเอชไอวีจากการสัมผัสหรือเล่นกับเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีได้หรือไม่

ไม่ได้ เพราะเชิ้อเอชไอวีไม่สามารถติดต่อได้จากการสัมผัสหรือการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ เด็กทั่วไปสามารถใช้ชีวิตร่วมกับเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีได้อย่างปกติ ทั้งการเรียน การเล่น การสัมผัส ทานอาหาร หรือใช้ห้องน้ำ

 

5. เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีสามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน เช่นเดียวกับเด็กที่ไม่ติดเชื้อใช่หรือไม่

ใช่ การที่เด็กได้รับการดูแล รักษาที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ ได้รับยาต้านไวรัสและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ จะทำให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงมีชีวิตอยู่ได้นานจนเติบโต เป็นผู้ใหญ่เหมือนเด็กทั่วไป สามารถเรียนหนังสือ ทำงาน และใช้ชีวิตได้เช่นเดียวกับเด็กที่ไม่ติดเชื้อเช่นกัน

 

ความรู้สึก

คำขอร้องจากเด็กเยาวชนไทยอายุระหว่าง 14-20 ปีที่ติดเชื้อเอชไอวี

  • เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี ควรที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจกับเอชไอวีและเอดส์เพื่อที่จะไม่ต้องกลัวและทนทุกข์ทรมาน
  • เขาว่ากันว่าเราไม่ต้องไปตรวจเลือดก่อนสมัครเข้าเรียนหรือสมัครงาน แต่ทำไมบางครั้งการตรวจเลือดจึงยังจำเป็นอยู่ เราไม่ต้องการถูกเลือกปฏิบัติเช่นนี้ หากเราไม่ได้ทำงานแล้วเราจะอยู่ได้อย่างไร มันจะทำให้เรากลายเป็นภาระของสังคมในที่สุด
  • ผู้ใหญ่มักกลัวว่าเราจะไปมีเพศสัมพันธ์และแพร่เชื้อ ถึงเวลาแล้วที่ควรจะหยุดโยนความผิดให้เราและช่วยให้เราเรียนรู้เรื่องเพศสัมพันธ์เหมือนกับเด็กวัยรุ่นคนอื่น ๆ เมื่อเราโตขึ้น เราอยากมีคู่ มีครอบครัว และมีลูกและเราก็ไม่ต้องการให้คนอื่นติดเชื้อ ดังนั้นเราจึงควรที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับการป้องกันตนเอง
  • เราเคยคิดว่าเราไร้ค่าถูกเหยียดหยาม เราเคยคิดว่าเราป่วยและต้องตายในเร็ววันจึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะดิ้นรนใช้ชีวิต แต่เรากลับเติบโตขึ้นทุกๆวัน และไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไรมากมาย เมื่อเรามีโอกาสได้เรียนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราก็ตระหนักว่าสามารถทำสิ่งนั้นได้ดีเท่าคนอื่นๆ เราจึงเกิดความหวังขึ้นในชีวิต ดังนั้นขอให้สังคมสนับสนุนเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี เพื่อที่เราจะได้มีโอกาสเรียนหนังสือเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ
  • เราต้องไปตรวจเลือดเป็นประจำดังนั้นกรุณาอย่าเจาะเลือดพลาดบ่อยนัก หรือปล่อยสายยางรัดแขนเร็วเกินไป หรือเจาะเลือดจำนวนมากนัก เพราะมันเจ็บเหลือเกิน
  • เรารู้ว่ายาต้านไำวรัสช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อทวีตัวขึ้นและช่วยให้เราแข็งแรงและไม่รู้สึกป่วยเหมือนเมื่อก่อนและเราก็รู้ว่าควรกินยาตามเวลา แต่กรุณาช่วยทำให้ยาเหล่านี้ง่ายต่อการกลืนมากขึ้น ไม่ติดคอ ขนาดไม่ใหญ่เกินไปและไม่ต้องกินบ่อยนัก จะช่วยให้เรากินยาได้อย่างมีความสุขมากขึ้น
  • เราอยากให้พ่อแม่ทุกแห่งหนเข้าใจเอชไอวีและเอดส์ กรุณาอย่าสอนให้ลูกเกลียดชังคนที่ติดเชื้อเพราะเชื้อไม่ได้แพร่ง่ายดายและไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

 

คงเป็นวลีสุดท้ายกระมังครับที่ทำให้ผมอยากเผยแพร่บันทึกนี้ออกไปอีกสักนิด แทนที่จะให้เอกสารนี้มันกลายเป็นเศษกระดาษอยู่บนโต๊ะของผม

 

เด็กเขาไม่ได้ขอร้องอะไรจากเรามากมายนักนะครับ เขาขอเพียง"ความเข้าใจ" เขาต้องการความสุขเช่นกับเราทุกคน เขาได้รับความทุกข์มากมาย จากสิ่งที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อหรือสร้างขึ้น เขาเป็นคนที่ได้รับความทุกข์ที่เพิ่มขึ้นจาก"สังคม"ที่ไม่เข้าใจในตัวของเขา

ก็ทำดีที่สุดเท่าที่เราควรทำได้ก็แล้วกันครับ

 

ผม..เอง


 


 

 

 

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 11 ตุลาคม 2554 09:11 แก้ไข: 11 ตุลาคม 2554 09:11 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 anni, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ต้องช่วยกันเผยแพร่คำถามเหล่านี้ให้ทุกๆ คนได้ทราบ เพื่อเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องต่อเด็ก/ ผู้ติดเชื้อฯ เพื่อให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุขไม่แบ่งเขาแบ่งเรา

เราเอง

บางทีคนที่ติดเชื้อ HIV ยังมีคุณค่ามากกว่าคนที่ สบายดีอยู่เสียอีก

 

เคยเห็นผู้ติดเชื้อ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมทำในสิ่งที่ยากๆ ได้ ทั้งการวาดรูป การทำงานด้านคอมพิวเตอร์ การทำงานฝีมือ ทำงานไม้ การขับรถ และ การเป็นคนดีต่อสังคม

 

การให้โอกาสแก่ผู้ติดเชื้อ จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับพวกเขามาก

 

เคยคิดเล่นๆ ว่าหากชีวิตนี้บังเอิญมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันให้ต้องเป็น "ผู้ด้อยโอกาส" ในสังคมเมื่อไหร่ เมื่อนั้นคงจะได้ออกจากวงจรอันวุ่นวายและแก่งแย่งแบบนี้เสียที และได้เข้ามาอยู่กับตัวเองมากขึ้น

 

อาจได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ได้ค้นพบพรสวรรค์ ที่ตัวเองไม่เคยรู้ ได้มีเวลาทำสิ่งต่างๆ ที่อยากทำ และได้ "ใช้ชีวิต" อย่างแท้จริง

 

เพราะทุกวันนี้ ยังคิดอยาก "ใช้ชีวิต" แบบที่ไม่ใช่แบบทุกวันนี้อยู่ แต่ก็ขอบคุณทุกสิ่งที่อย่างที่ทำให้ตนเองมีโอกาสอยู่

 

 เมื่อเรามีโอกาสมากกว่า ก็ต้องช่วยเหลือคนที่มีโอกาสน้อยกว่า และยอมรับในตัวตนของเขาครับ...สู้ๆ ครับ

 

"ใจสั่งมา"

เห็นด้วยค่ะ และสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกที่บันทึกเลยคะ

1.ต้องรู้จักวิธีการป้องกัน และทำความเข้าใจให้ทุกคนในครอบครัว

2.ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่เห็นจากวิถีชีวิต เอาแค่ไวรัสตับอักเสบ วิธีการป้องกันง่ายๆคืิอหลักสุขอนามัยส่วนบุคคลง่ายๆ เช่นการรับประทานอาหารด้วยการใช้ช้อนกลาง ถึงแม้ว่าจะเป็นที่บ้านก็ตามที่

3.เคยได้ยินมากับหูว่า รังเกียจที่จะต้องกินช้อนเดียวกัน นั้นแสดงให้เห็นหลักสุขวิทยาส่วนบุคคลพื้นฐานนั้นไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างจริงจังค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.75.196
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ