นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1564
ความเห็น: 1

ไม่ระบายออกบ้างก็คงท่วมถึงคอหอยแล้ว

เราน่าจะได้เรียนรู้บทเรียนของการต้องสื่อสารกันได้แล้วนะครับ

มีคนไม่ต้องระบายไปแล้ว 1 คน แต่มีบางคนที่ต้องการจะระบายออกไปบ้างอยู่

 

น้ำท่วมครั้งนี้ มีบทเรียนหลายอย่างที่ทำให้คนไทยได้รับรู้ร่วมกันมากขึ้น

 

ข่าวสารที่ถูกต้องทันเวลาเป็นสิ่งที่คนตัวเล็ก ๆ ต้องการครับ หลายคนต้องการข้อมูลจริง เพื่อตั้งสติและประเมินท่าทีที่ตอบสนองอย่างถูกต้อง ท่ามกลางความขัดแย้งว่าการให้ข้อมูลจริงหรือเกินจริงจะทำให้เกิดการตื่นตระหนกจนเกินเหตุ ดังนั้นจึงควรปิดบังข้อมูลเอาไว้ก่อน

 

ในสังคมยุคใหม่นี้ การปิดบังข้อมูลน่าทำได้น้อยลง และการไม่เปิดเผยข้อมูลทำให้เกิดความคลางแคลง ข้องใจ โดยเฉพาะเรื่องเงินๆ ทองๆ และขับเคลื่อนไปอย่างยากลำบาก เพราะขาดความสามัคคีร่วมใจกัน

 

ตั้งแต่เข้ามาทำงานในหน้าที่ผู้ใหญ่บ้าน ผมก็ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลแบบเปลือย(หัวใจครับ)ว่า หมู่บ้านเราได้รับการจัดสรรเงินมาเท่าใด มีแผนการที่ต้องใช้เงินในแต่ละกิจกรรมเป็นอย่างไรในตลอดทั้งปี รวมถึงการรายงานผลการใช้เงินในแต่ละรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ก็ดูเหมือนว่า ความกังขาในเรื่องเงินๆ ทองๆ จะน้อยลง เพราะลูกบ้านรู้ว่าหมู่บ้านเราได้รับเงินน้อย ดังนั้นเมื่อไม่ได้รับความสะดวกตามที่คิดก็จะเข้าใจว่าเพราะมีสาเหตุที่ต้องพยายามประหยัดและรัดเข็มขัด ในขณะที่ผู้ใหญ่บ้านอย่างผมก็พยายามใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลและประหยัดมากที่สุด หาของถูกมาใช้งาน ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น

 

สิ่งที่ผมรู้สึกอึดอัดในขณะนี้ก็คือท่าที่ของจังหวัดครับ ที่ไม่ค่อยได้ชี้แจงเรื่องงบประมาณ หรือแม้กระทั่งการกำหนดมาตรฐานเวลาปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจน ตอนนี้ผมก็อึดอัดมากเพราะขอใช้เงินรายได้สะสมไป น่าจะเกือบเดือนแล้ว แต่เรื่องก็เงียบหายไม่มีคำตอบคำอธิบาย หรือแนวทางแก้ไขปัญหามาให้หมู่บ้านได้เข้าใจกันบ้าง (ร่ำๆ จะชักธงประกาศศึกกันแล้ว ฮา)

 

หมู่บ้านเราขอทำหลังคาห้องประชุมไปครับ เพราะหลังคารั่วเดือดร้อนกันมานานแล้ว เราก็ทำแผนการใช้เงินรายได้ใหม่ตั้งแต่ต้นปี เหตุที่ปลายปีไม่ได้รีบทำก็เพราะหากทำไปอำเภอจะตอบว่าอยู่นอกแผนต้องทำเรื่องเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งก็ดูจะยุ่งยากอีก ที่เรากำหนดให้ใช้เงินรายได้สะสมก็เพราะว่ารายได้ประจำปีมีรายการต้องใช้ครบถ้วนแบบรับรองได้ว่าไม่มีเหลือแน่ และการใช้เงินรายได้สะสมต้องขออนุมัติจังหวัดครับ

 

สิ่งที่ผมบันทึกไว้นี่ หากไม่ถูกต้องในเชิงเทคนิคก็อย่ามองว่าผู้ใหญ่บ้านไม่รู้เรื่องนะครับ(ก็ไม่รู้เรื่องจริงๆนี่ครับ) ก็เพราะผู้ใหญ่บ้านนั้นมีวาระการทำงาน มาแล้วก็ไป ตั้งนั้นควรบอกว่า เจ้าหน้าที่อยู่ทำงานประจำจะต้องคอยให้ความเห็นและแนวปฏิบัติที่ถูกต้องมากกว่า คงต้องมองอีกมุมเหมือนกันว่า เจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำได้ให้ความรู้และข้อมูลที่ชัดเจนถูกต้องแก่หมู่บ้านไว้แล้วหรือยังเช่นกัน มิใช่คอยแต่นั่งทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเดียว และก็รับความชอบไปว่าตรวจสอบได้ดีเยี่ยม

 

ผมก็แว่วมาว่าคงมีปัญหาเรื่องการเงินงบประมาณที่ยังไม่ได้ผ่านสภาฯไป สิ่งที่อยากได้คือคำอธิบายที่ชัดเจนครับว่า แล้วเมื่อเรารู้ปัญหาหรือคาดเดาปัญหาเหล่านี้ได้แล้ว เราได้เตรียมการแก้ไขป้องกันไว้อย่างไรบ้าง หรือจะปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ คือให้อยู่แบบไม่ต้องรู้อะไรเลยดีกว่า ค่อยแก้ไขเมื่อปัญหามาถึงตัวแล้ว

 

กลับมาเรื่องเดิมว่าผมขอทำหลังคาเพราะกลัวน้ำฝนจะมา ความเสียหายจะมากขึ้นไปอีก เมื่อต้องรออนุมัตินาน ๆ เข้าก็เกิดความร้อนใจ เพราะเดี๋ยวใบเสนอราคาจะหมดอายุ ต้องขอกันใหม่ ทำให้การทำงานเพิ่มมากขึ้นไปอีก

 

ผมก็พยายามเข้าใจคนที่ทำงานนะครับว่าก็อึดอัดกันทั้งนั้น แต่ผมก็ว่าต้องลองสื่อสารกันดูให้มากขึ้นครับ ลองเสนอว่าถ้ามีความล่าช้าแบบนี้ มีหนทางใดที่ทำได้ดีกว่านี้หรือไม่ เพิ่มทางเลือกมากกว่าการรอแบบไม่รู้กำหนดเวลา และระหว่างการรอนี้ความทุกข์มันเกิดครับ

 

เราน่าจะได้เรียนรู้บทเรียนของการต้องสื่อสารกันได้แล้วนะครับ

 

ผม..เอง

 

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 03 พฤศจิกายน 2554 11:57 แก้ไข: 03 พฤศจิกายน 2554 11:57 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 ล.ลิงไต่หลังแกะ, Ico24 หยกมณี, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ ทั้งผู้ใหญ่บ้านที่มาแล้วก็ไป

 

และลูกบ้าน หรือ เจ้าบ้านที่อยู่มานาน ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงาน แต่ทำงานไม่ได้ดั่งใจ เพราะปัจจัยเรื่องเงิน

 

ตนเองดูข่าวที่ฝ่ายค้านต่อว่ารัฐบาลว่าหลังจาดรัฐบาลยุบสภาเมือ่เดือนสิงหา 2554 แล้วตอนนั้นมีน้ำอยู่แคครึ่งเขื่อน ทำไมนายกไม่ดูน้ำในเขื่อนต่อและเฝ้าระวังก่อนเหตุการณ์น้ำท่วมจะเกิดขึ้น

 

ทั้งๆ ที่เรื่องการระบายน้ำไม่ทราบว่าเป็นหน้าที่ของใคร ระหว่างเจ้าหน้าที่เขื่อน ผอ.เขื่อน ผู้อำนวยการกรมน้ำ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ หรือ นายกรัฐมนตรีรักยิ่ง กันแน่

 

บอกแล้วก็เห็นใจทุกฝ่ายจริงๆ ครับ

 

เพราะคนเราชอบสื่อสารแต่เรื่องแย่ๆ ต่อว่ากัน ไม่ค่อยสื่อสารเรื่องที่เป็นประโยชน์เท่าไหร่นัก

 

เฮ้อออออ

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.234.223.162
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ