นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

โอ๋-อโณ
Ico64
ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ์
หัวหน้างานเคมีคลินิก
หน่วยเคมีคลินิก ภาควิชาพยาธิวิทยา
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 319 · ผู้ติดตาม: 15

อ่าน: 1874
ความเห็น: 2

AAR ชีวิตของตัวเองถึงวันนี้ (เขียนเมื่อ 09 มีนาคม 2549)

After Action Review คือการทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ทำได้กับทุกงาน ทุกกิจกรรม

จากการเขียนเรื่องย้อนรอย PhDฯ กับประโยคที่ได้รับฟังจากน้องในห้องแล็บ หลังจากเราออกปากไปว่า น้องๆเก่งจัง ลูกยังเล็กๆยังทำงานอื่นๆได้ตั้งเยอะ สมัยพี่ลูกเล็กๆดูเหมือนจะทำแบบนี้ไม่ได้ น้องพูดว่า พวกเราชื่นชมพี่นั่นแหละ ที่มีลูกตั้ง 3 คนแล้วทำได้ขนาดนี้ ทำให้กลับมาคิดว่า เราน่าจะ After Action Review (AAR) ชีวิตที่ผ่านมาดูเหมือนกัน แต่ขอทำตามสไตล์ตัวเองที่มีหัวข้อไม่ครบ ตามแบบของจริงของ สคส. ที่ต้องมี จุดมุ่งหมาย, สิ่งที่ได้เกินคาด, ได้น้อยกว่าที่คาด, จะทำอะไรต่อไป และ ข้อเสนอแนะ

สิ่งที่คาดหมายในชีวิต
ดูเหมือนจะเป็นคนที่ไม่คาดหมาย ไม่เคยตั้งเป้าหมายอะไร แต่ถ้ามีอันต้องทำอะไรแล้วจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ คิดว่าเป้าหมายในชีวิตคงเป็นอยากให้คนเห็นว่า เราเป็นคนดี มากกว่า เป็นคนเก่ง เพราะคิดว่าคนเราจะอิจฉาคนเก่ง แต่ไม่มีใครอิจฉาคนดี ถ้าไม่ชื่นชมก็แค่เฉยๆ อยากให้คนเฉยๆหรือชื่นชมกับเรามากกว่าไม่อยากให้ใครอิจฉา

จบ PhD แล้วต้องทำอะไร
โดนคนแซวว่า อะไรกัน จบด๊อกเตอร์แล้วยังมานั่งลงทะเบียนอีก ทำไมยังมาทำงานอะไรที่ใครๆก็ทำได้อยู่อีก เกิดคำถามว่าแล้วคนจบปริญญาเอกนี่ควรจะทำอะไร ถ้าเราคิดว่าการจบปริญญาเอกเป็นสิ่งที่ทำให้คนเป็นคนเก่ง ต้องทำอะไรที่มันสร้างสรรค์ ให้ประโยชน์ใหญ่หลวง ทำงานพื้นๆไม่ได้ ลองคิดดูว่าคนหวังอะไรจากคนที่จบปริญญาเอก ตัวเองคิดว่า การจบปริญญาเอกไม่น่าจะทำให้เราทำอะไรไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ ถ้าคนจบปริญญาเอกทุกคนต้องไปนั่งคิด นั่งเขียน นั่งสอนคนอื่น โดยที่งานที่เคยต้องทำทำไม่ได้ ไม่เหมาะสม ก็ดูจะเป็นเรื่องประหลาด อย่างนั้นเราก็น่าจะส่งคนที่ต้องคิด ต้องเขียน ต้องสอนไปเรียนเท่านั้น คนทำงานพื้นๆไม่ต้องไปเรียนหรอก มีคนมากมายที่รู้เรื่องมากและเก่งโดยไม่ต้องมีปริญญารองรับ แล้วในทางกลับกันเราก็จะเห็นคนที่มีดีกรีด๊อกเตอร์ติดตัวอีกมากมายที่ทำให้เราสงสัยว่า ได้ปริญญามาได้ยังไง สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่ใช่คนที่มีดีกรีเองพูด คนก็อาจคิดว่าพูดเพราะตัวเองไม่มีนี่นาไปเสียอีก
   
การให้ความรู้แก่ผู้อื่นก็เป็นทางหนึ่งที่เราสามารถตอบแทนคืนให้จากการเรียนจบระดับนี้ คนจบ PhD ไม่ใช่คนรู้ทุกเรื่อง น่าจะเป็นคนรู้น้อย แต่เชี่ยวชาญชำนาญเฉพาะเรื่องมากไปด้วยซ้ำเพราะใช้เวลาศึกษาเรื่องเดียวนานๆถึงจะเรียนจบได้ (ระหว่างนั้นเรื่องอื่นๆแทบไม่ได้จับเลย) แต่การเรียนจบมีดีกรีนี้ติดตัวน่าจะเป็นการทำให้เรารู้จักคิด รู้จักวิเคราะห์วิจารณ์ รู้จักการโยงใยดัดแปลงสิ่งต่างๆมาใช้ มีระบบความคิดและการจัดการที่ดีมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น (ย้ำตรงนี้ เพราะถ้าเราไม่ได้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว สิ่งที่เราได้มาก็คงจะพอๆกับคนที่เขามีเยอะอยู่แล้ว)  มีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น (ส่วนหนึ่งก็เพราะคนรอบข้างให้เครดิต) พูดอะไรก็ดูเหมือนคนจะเชื่อมากขึ้น  และอีกส่วนหนึ่งก็ดูเหมือนว่าถ้าคนจบปริญญาเอกทำอะไรผิด ก็จะทำให้คนที่ทำถูกรู้สึกดีมากขึ้นว่ารู้มากกว่าคนจบเอกอีก ถ้ามีโอกาสได้ถ่ายทอดความเชี่ยวชาญที่เราได้มาจากการเรียนจริงๆก็ถือเป็นโชคดี แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องรอจนถึงเวลานั้นเพื่อจะทำอะไรให้เหมาะสมคู่ควรกับปริญญาเอก ไม่เช่นนั้นเราก็คงไม่ต้องทำอะไร เพราะงานไหนๆใครๆก็ทำได้ทั้งนั้น ไม่ต้องจบปริญญาเอกหรอก
ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
การมีตำแหน่ง การมีเงินมากขึ้น มีคนนับหน้าถือตา ไม่ใช่เป้าหมาย อาจจะดูแปลกและไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี แต่คิดแล้วว่า ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการจะไขว่คว้า อยากจะให้มากกว่า ให้อะไรก็ได้ที่คิดว่าให้ได้กับสังคม กับคนไทย กับเพื่อนร่วมงาน ถ้าการมีปริญญาเอกจะทำให้คนเชื่อเรามากขึ้น อยากเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องความเป็นคนดี มากกว่าเรื่องความเก่ง เพราะคนเก่งที่เป็นแบบอย่างได้มีอยู่มากมายแล้ว ตัวเองไม่สมบูรณ์แบบพอจะทำได้(ทั้งที่อยากเหมือนกัน)

ทำอะไรต่อไป
ให้คุณค่ากับสิ่งที่สำคัญในชีวิตจริงๆดีกว่า แล้วอะไรคือสิ่งที่สำคัญในชีวิตจริงๆ....นั่นนะสิ

ข้อเสนอแนะ
ให้พวกเราลอง AAR ชีวิตตัวเองจนถึงวันนี้ แล้วถ่ายทอดเป็นบันทึกให้อ่านกัน

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 27 มกราคม 2555 01:23 แก้ไข: 27 มกราคม 2555 01:25 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 anni, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ต้องเป็นคนเก่งและคนดีคู่กันคะ ...การให้แบบไม่หวังผลคือการให้ที่เป็นที่สุดของความเป็นมนุษย์เรา

อ่านแล้วทำให้มีแรง บันดาลใจอยาก AAR ชีวิตตัวเองบ้าง

ยังไปได้ไม่ถึงไหนเลย

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.94.129.211
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ