นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

โอ๋-อโณ
Ico64
ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ์
หัวหน้างานเคมีคลินิก
หน่วยเคมีคลินิก ภาควิชาพยาธิวิทยา
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 319 · ผู้ติดตาม: 15

อ่าน: 1329
ความเห็น: 0

ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (17): ระบบการเรียนการสอนของโรงเรียนที่ Perth

เป็นเรื่องที่เขียนเล่าไว้ในวารสาร"สายใยพยาธิฯ"แล้วเอามาลงในบล็อกที่ GotoKnow เมื่อ 6 ปีที่แล้ว อยากเอามาเก็บไว้ใน Share ของเราด้วยค่ะ

เรื่องราวที่เล่าไว้ใน เรื่องเล่า"ย้อนรอย PhDฯ" ในวารสารสายใยพยา-ธิของภาควิชาเรา ตอนนี้มาถึงเรื่องเกี่ยวกับลูกๆ ก็เลยถือโอกาสไปเก็บรูปสมัยไปออสเตรเลียใหม่ๆมาดู Large_family สามหนุ่มน้อยในรูปตอนนี้ไม่เหลือเค้าเดิมเลย คราวนี้ต่อเรื่องโรงเรียนจากคราวที่แล้วค่ะ


ระบบการเรียนการสอนที่แตกต่าง

โรงเรียนที่ออสเตรเลียจะมีเวลาปิดเปิดเทอมไม่เหมือนกันทั้งประเทศ แต่ละรัฐจะต่างกันไปเล็กน้อย ทาง WA ที่พวกเราอยู่ จะมี 4 เทอมตามฤดูกาล หน้า Autumn จะปิดเทอมแถวๆปลายเมษาประมาณ 2 อาทิตย์ แล้วก็หน้าหนาว (Winter) จะปิดเทอมอีกทีประมาณกลางเดือนกรกฎา 2 อาทิตย์เหมือนกัน พอหน้าใบไม้ผลิ (Spring) ก็มีปิดเทอมอีกรอบราวๆต้นตุลา 2 อาทิตย์ ส่วนปิดที่ยาวที่สุดคือหน้าร้อน ประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของธันวา ปิดยาวไปจนถึงสิ้นเดือนมกราโน่นเลยล่ะค่ะ แต่ละปิดเทอมเด็กๆก็จะมีกิจกรรมไปเที่ยว ดูหนัง ดูละคร แค้มพ์ปิ้ง มีกิจกรรมในห้องสมุดประชาชนให้เด็กๆมาทำ ฯลฯ ไม่ค่อยได้เห็นใครเรียนพิเศษอะไรแบบเด็กบ้านเรา ดังนั้นเด็กประถมของเมืองเพิร์ธจะถือว่าเรียนสบายรู้เรื่องวิชาการอะไรๆน้อยกว่าเด็กไทยเยอะเลย จำได้ว่าลูกทั้ง 2 คนดีใจที่ตัวเองเก่งกว่าเพื่อนๆในเรื่องการคิดเลข และการสะกดคำ พี่วั้นและน้องเหน่นมาเล่าว่า “แม่รู้ไหม เด็กที่นี่เค้าคิดเลขไม่เก่งเลย” เวลาคุณครูเขียนโจทย์ให้บนกระดาน เป็นพวกเลขบวกลบกัน เขาจะใช้ plastic counter เป็นพลาสติกที่ทำเป็นเหรียญวงกลมเล็กๆ เอามากองรวมกันหรือแยกออกจากกัน แล้วนับเพื่อหาคำตอบกันอยู่เลย พี่วั้นน้องเหน่นบอกว่า คิดได้ในใจเสร็จตั้งแต่ครูเขียนบนกระดานจบแล้ว เพราะเด็กๆของเราเรียนเลขกันมาตั้งแต่อนุบาลแล้ว พี่วั้นและน้องเหน่นเป็นนักเรียนโรงเรียนสุวรรณวงศ์ค่ะ สอบได้ที่ต้นๆกันทั้งคู่จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเก่งเลขกว่าเด็กที่นี่ นอกจากนั้นที่เห็นคือเด็กที่นี่มีเครื่องคิดเลขเป็นอุปกรณ์การเรียนตั้งแต่ป.5 ค่ะ น่าแปลกนะคะที่เขาไม่ยักกะฝึกให้เด็กคิดเลขด้วยสมองตัวเองกันสักเท่าไหร่ ส่วนมากเด็กที่เก่งก็จะเป็นเพราะชอบเอง ไม่ใช่เพราะการสอนที่เข้มข้นอันใด ใครที่คิดเก่งๆคุณครูก็จะมีแบบฝึกหัดเพิ่มเติมให้เองต่างหาก ส่วนคนอื่นๆก็เรียนเท่าที่อยากเรียน เห็นได้ชัดว่า คุณครูเขาจะไม่มุ่งให้เด็กเก่งเหมือนกันหมด เขาจะสอนให้รู้จักเรื่องนั้นๆมากกว่า แล้วถ้าชอบหรือสนใจคุณครูก็จะส่งเสริมเพิ่มเติมให้ ส่วนการสะกดคำ ที่เรียกว่า spelling นั้นรู้สึกว่าจะเป็นที่เน้นสำหรับคุณครูมากกว่า เขาจะมีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายเล่ม ให้เด็กๆได้ฝึกเขียน ฝึกสะกดกันค่อนข้างบ่อย คำที่สะกดผิด ก็จะให้เด็กเขียนบ่อยกว่าคำที่เขียนถูก ต้องขอบคุณต้นทุนจากโรงเรียนสุวรรณวงศ์อีกตามเคยค่ะ เพราะทั้งพี่วั้นพี่เหน่นจะเก่งสะกดคำมากกว่าเพื่อนๆในห้อง พี่เหน่นถึงกับมาเล่าให้เราฟังว่า “แม่ เด็กที่นี่น่ะ เค้าพูดได้ แต่เค้าสะกดไม่ถูกหรอก” 

วิชาต่างๆในชั้นประถมต้น (Year 1-4) จะค่อนข้างเป็นแบบบูรณาการคือคุณครูประจำชั้นเป็นคนกำหนด จะมีจดหมายมาถึงผู้ปกครองว่า เทอมนี้เป็นเรื่องอะไร เช่น animals in the farm เขาก็จะใช้ผสมการเรียนเลข เรียนวิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยไม่ได้แบ่งว่าเป็นวิชาอะไรแยกกัน เด็กๆก็ไม่รู้ตัวว่าตอนนี้เรียนวิชาอะไร รู้แต่เรียนเรื่องเกี่ยวกับอะไรมากกว่า จึงสนใจอยากรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ คุณครูจัดการเรียนให้โดยมีทั้งแบบนำของจริงมาที่โรงเรียน หรือแบบพานักเรียนไปที่นั้นๆจริงๆ โดยจะขออาสาสมัครคุณพ่อคุณแม่ไปช่วยดูแลเด็กๆด้วย ผู้ปกครองที่นี่ตอนที่ลูกเล็กๆส่วนมากคุณแม่จะไม่ทำงาน ดังนั้นจึงมีเวลามาร่วมช่วยคุณครูได้มาก เขามีชั่วโมงอ่านหนังสือตอนก่อนเข้าห้อง ให้คุณพ่อคุณแม่ที่มีเวลาว่าง มานั่งฟังเด็กๆอ่านหนังสือ และสอนอ่านไปด้วยทุกเช้า สลับสับเปลี่ยนเวรกันมา ตัวเองไม่เคยไปช่วยเลยในกิจกรรมนี้ เพราะคิดว่าช่วยไม่ได้แน่ แต่ก็มีกิจกรรมอื่นๆอย่าง วิชาเลข กับ วิชาภาษาอังกฤษ ที่เขามีชั่วโมงให้คุณพ่อคุณแม่ไปช่วยเด็กทำกิจกรรม เขาจะแบ่งเด็กเป็นกลุ่มๆ 4-5 กลุ่ม แล้วมีชุดกิจกรรมเป็นถุงๆเตรียมไว้ให้เราไปช่วยนำเด็กเล่น  เด็กๆก็สนุกที่ได้คุยกับพ่อแม่เพื่อนๆหรือดีใจเวลาพ่อแม่ตัวเองมาเป็นคนช่วย ก็เป็นชั่วโมงสนุกสนานเสียมากกว่า ให้คุณครูได้มีเวลาทำงานอื่นๆบ้าง 

ที่แปลกแตกต่างจากระบบบ้านเราอีกอย่างก็คือ เขาไม่มีการสอบค่ะ เด็กๆจะเลื่อนชั้นไปเรื่อยๆจนถึง year 7 โดยไม่มีการสอบ แถมบางครั้งยังมีการตามพ่อแม่ไปเที่ยวกลับมาก็ได้เลื่อนชั้นไปเรื่อยๆเหมือนเพื่อน เขาเพียงให้เด็กได้เรียนรู้เท่าที่เด็กรับได้ รู้สึกว่าสิ่งที่เขาเน้นคือการอ่านและเขียนรวมทั้งการสะกดคำ โดยไม่ได้จำกัดมากว่าอ่านอะไร ขอให้อ่าน แต่ที่นั่นมีหนังสือสำหรับเด็กระดับชั้นเล็กๆ เยอะมาก เป็นคล้ายๆนิทานของบ้านเรา ในแต่ละชั้นจะมีเป็นกล่องๆให้เด็กเลือกยืมกลับบ้านไปอ่านได้ การบ้านที่มีก็คือการอ่านหนังสืออ่านเล่นพวกนี้ ตั้งแต่ชั้น year 1 ยัน year 7 เลยค่ะ แต่หนังสือก็จะยากขึ้น ยากขึ้นตามวัย แล้วเขาจะให้เด็กเริ่มอ่านในใจกันตอนประมาณ year 5ขึ้นไป ต่ำกว่านั้นจะพยายามให้เด็กได้อ่านออกเสียงกัน พี่วั้นน้องเหน่นก็เลยเป็นนักอ่านตัวยง ตามอ่านหนังสือของนักเขียนหนังสือเยาวชนเป็นชุดๆมากมาย ทั้งจากโรงเรียนและจากห้องสมุด 

อ่านเองอีกทีแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ระบบของบ้านเรากับบ้านเขานี่ น่าจะเอามาหารครึ่งกันนะคะ กลับมาบ้านเราก็สงสารเด็กไปอีกแบบ อยู่โน่นก็เสียดายโอกาสบางอย่างในการใช้สมองของเด็ก ที่เขาปล่อยจนเกินไป

ต่อมาจาก: ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (1): จุดเริ่มต้น
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (2): สองวันแรกในออสเตรเลีย
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (3): ปริญญาโทหลักสูตร Master of Laboratory Medicine
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (4): การสมัครเรียนปริญญาเอก
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (5): Proposal
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (6): เรื่องประทับใจเกี่ยวกับอาสาสมัครในงานวิจัยต่างๆ 
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (7): ความประทับใจที่ได้รับจากอาสาสมัคร
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (7): ความประทับใจที่ได้รับจากอาสาสมัคร (2)
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (8): น้ำใจที่ได้รับตอบแทน
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (9): ชีวิตทั่วๆไปในเมืองเพิร์ธ
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (10): เรื่องของลูกๆ

ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (11): วิธีการทำงานในห้อง lab ที่ได้รับคำชมว่าดี
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (12): ธรรมชาติคือส่วนประกอบของชีวิตประจำวันในเมืองเพิร์ธ
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (13): ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สนุกสนานของเรา
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (14): อาหารการกินแบบเอเชียหาได้ไม่ยากที่เพิร์ธ
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (15): โรงเรียนอนุบาลและสถานเลี้ยงเด็กปฐมวัยที่เพิร์ธ
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (16): โรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนชั้นประถม

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 19 กันยายน 2556 16:32 แก้ไข: 20 กันยายน 2556 13:29 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 นาย ฉัตรชัย จันทร์พริ้ม, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.66.217
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ