นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1123
ความเห็น: 1

ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (20): โรงเรียนระดับมัธยมของเมืองเพิร์ธ

เป็นเรื่องที่เขียนเล่าไว้ในวารสาร"สายใยพยาธิฯ"แล้วเอามาลงในบล็อกที่ GotoKnow เมื่อ 6 ปีที่แล้ว อยากเอามาเก็บไว้ใน Share ของเราด้วยค่ะ

 

โรงเรียนระดับมัธยม

คราวนี้ได้เล่าเรื่องโรงเรียนมัธยมบ้าง เพราะพี่วั้นกับพี่เหน่นนั้น ได้เรียนที่เพิร์ธมาตั้งแต่Year 3 และ Year 2 ในโรงเรียนประถมแถวๆบ้านคือ Nedlands Primary School อย่างที่เล่าไปตอนที่แล้ว พอจบชั้นสูงสุดคือ Year 7 ก็ถึงเวลาต้องไปต่อโรงเรียนมัธยมซึ่งมีจำนวนน้อยลงกว่าชั้นประถมและอยู่ไกลขึ้น เขตสำหรับการรับนักเรียนของโรงเรียนมัธยมก็เลยกว้างกว่าโรงเรียนประถม แต่ก็ยังคงเหมือนระดับประถมที่ไม่มีการสอบเข้าค่ะ เพียงแต่สมัครโรงเรียนในเขตที่เราอาศัยอยู่เท่านั้นเอง แถมโรงเรียนมัธยมแต่ละโรงยังมีการส่งคุณครูหัวหน้าช่วงชั้น Year 8 มาพร้อมกับนักเรียนที่เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนประถมนั้นๆมาที่โรงเรียนในเทอมสุดท้ายของปีเพื่อมาแนะนำโรงเรียนให้รุ่นน้อง โรงเรียนที่พี่วั้นและพี่เหน่นไปเรียน Year 8 ชื่อโรงเรียน  Shenton College จากที่เคยเดินไปโรงเรียน คราวนี้ต้องไปไกลขึ้น แต่ที่นั่นเค้าจัดบริการรถเมล์ตามรายทางที่มีคนใช้บ่อย ซึ่งสะดวกมากเพราะตรงที่เราอยู่เป็นบริเวณมหาวิทยาลัย เป็นที่รวมศูนย์ของรถเมล์อยู่แล้ว พี่วั้นเป็นคนบุกเบิกก่อน เพราะย้ายไปเรียน Year 8 ก่อนปีนึง ขณะที่พี่เหน่นยังอยู่โรงเรียนNedlands Primary School ใน Year 7 กับน้องฟุงที่อยู่ Year 2

การย้ายไปเรียนโรงเรียนใหม่ไม่มีปัญหาอะไรเลยกับพี่ทั้ง 2 คน ก่อนที่พี่เหน่นจะกลับบ้านเราก็เป็นปีที่อยู่ Year 8 และได้เป็นตัวแทนโรงเรียนกลับไปเล่าและตอบคำถามให้น้องๆเกี่ยวกับโรงเรียนของตัวเองเสียด้วย  สำหรับ Year 8 ขึ้นไปนั้น ค่อนข้างเป็นเด็กโต ที่เรียนหนัก มีหลากหลายวิชา แต่ดูๆแล้ววิธีการเรียนเขาเหมือนเด็กมหาวิทยาลัยเรามากกว่าเด็กมัธยม เพราะเขาจะให้เด็กคิดค้นคว้า มากกว่าการอ่าน และท่องจำตำรา พี่วั้นเองก็บอกว่า เรียนที่โน่นสนุกกว่า ได้ทำอะไรๆนอกห้องเรียน ได้เห็นของจริง เรื่องจริง ชีวิตจริงมากกว่าการเรียนที่เมืองไทย ตอนนี้ทั้งพี่วั้น พี่เหน่นก็ยังคงติดต่อพูดคุยกับเพื่อนๆที่เคยเรียนด้วยกันที่โน่น ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นว่า บ้านเราเรียนวิชาการเยอะกว่าที่โน่นมาก

ทำให้นึกได้ว่า เคยพบกับนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งซึ่งเขาเรียนต่อ Master ทางแล็บ เขาเคยเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนมาเรียนแพทย์กับนักเรียนแพทย์ปี 4 ที่ม.เชียงใหม่อยู่ช่วงหนึ่ง เขาเล่าให้ฟังว่า เขาประทับใจนักเรียนแพทย์บ้านเรามาก เพราะเรียนรู้ทุกอย่างลึกซึ้งกว่าที่เขาเรียนรู้ที่นี่มากมาย ขนาดว่าเขาเป็นนักเรียนที่ชอบอ่านเขียนท่องจำมากกว่านักเรียนแพทย์ออสซี่คนอื่นๆแล้ว ยังไม่ได้ครึ่งนักศึกษาแพทย์ไทยทั่วๆไปที่เขาเจอเลย แต่เขาก็เห็นว่านักศึกษาแพทย์บ้านเราเครียดกว่าพวกเขาเยอะมากๆ ฟังแล้วไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีนะคะ

ต่อมาจาก: ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (1): จุดเริ่มต้น
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (2): สองวันแรกในออสเตรเลีย
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (3): ปริญญาโทหลักสูตร Master of Laboratory Medicine
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (4): การสมัครเรียนปริญญาเอก
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (5): Proposal
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (6): เรื่องประทับใจเกี่ยวกับอาสาสมัครในงานวิจัยต่างๆ 
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (7): ความประทับใจที่ได้รับจากอาสาสมัคร
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (7): ความประทับใจที่ได้รับจากอาสาสมัคร (2)
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (8): น้ำใจที่ได้รับตอบแทน
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (9): ชีวิตทั่วๆไปในเมืองเพิร์ธ
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (10): เรื่องของลูกๆ

ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (11): วิธีการทำงานในห้อง lab ที่ได้รับคำชมว่าดี
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (12): ธรรมชาติคือส่วนประกอบของชีวิตประจำวันในเมืองเพิร์ธ
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (13): ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สนุกสนานของเรา
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (14): อาหารการกินแบบเอเชียหาได้ไม่ยากที่เพิร์ธ
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (15): โรงเรียนอนุบาลและสถานเลี้ยงเด็กปฐมวัยที่เพิร์ธ
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (16): โรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนชั้นประถม
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (17): ระบบการเรียนการสอนของโรงเรียนที่ Perth
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (18): ระบบการสอบวัดมาตรฐานของเด็กประถม
ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (19): ระบบที่น่าประทับใจของการเรียนระดับประถม 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 22 กันยายน 2556 09:05 แก้ไข: 22 กันยายน 2556 09:06 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 คนธรรมดา, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

รู้สึกสงสารเด็กไทยเหมือนกัน ที่เราเรียนกันหนักหน่วง เน้นเรียนมากกว่ากิจกรรมนอกห้องเรียน แต่ก็คิดว่าเป็นข้อดีได้เหมือนกัน เพราะกิจกรรมนอกห้องเรียน เด็กๆ คงพร้อมที่จะทำอยู่แล้ว แต่เรื่องการเรียน หากไม่บังคับ คงหลุดออกไปได้

 

เอาแค่พอดี คงดีที่สุด ทางสายกลาง ดังพระพุทธเจ้าตรัสไว้

 

เป็นคนไทย โชคดีที่สุดแล้วครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.233.55
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ