นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

โอ๋-อโณ
Ico64
ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ์
หัวหน้างานเคมีคลินิก
หน่วยเคมีคลินิก ภาควิชาพยาธิวิทยา
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 319 · ผู้ติดตาม: 15

อ่าน: 11439
ความเห็น: 9

KM คืออะไร ทำไมเราต้องทำ KM...เหตุผลง่ายๆอยู่ที่นี่ค่ะ

KM (Knowledge Management) ที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยๆนี้ ถ้าเราแปลเป็นไทย แล้วคิดให้ดีๆ ว่าการจัดการความรู้คืออะไร ทำไมเราต้องทำก็จะช่วยให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้น อย่างที่ตัวเองเริ่มจะเข้าใจมากขึ้นๆ เพราะเคยสงสัยมาก่อนเหมือนกัน เคยคิดว่า อะไรๆก็ KM ใครๆก็พูดถึง KM หน่วยงานจะต้องทำ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรา

จากการอ่านบ้าง คิดบ้าง ดูตัวอย่างต่างๆใน GotoKnow รวมทั้งจากการเตรียมตัวเป็นวิทยากรเรื่องเกี่ยวกับ KM และต้องพูดเรื่องบทบาทของคนในองค์กร ทำให้เริ่มเข้าใจขึ้นว่า การจัดการความรู้ ทำได้เสมอ ส่วนใหญ่คนที่ทำงานดีๆ มักจะทำ KM โดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวอยู่แล้ว แต่ถ้าเรารู้จักเครื่องมือต่างๆในการทำ KM เราจะยิ่งสามารถจัดการความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตัวเอง และยังสามารถถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่นได้ด้วย

เรามีบทบาทในการจัดการความรู้ได้เสมอ ในระดับแรกสุดก็คงจะเป็นงานที่เราทำประจำ (ว่าไปแล้วก็ใช้ได้ทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน) ถ้าที่บ้าน ก็ลองนึกถึงภาระกิจประจำวัน ถ้าเราใช้การจัดการความรู้ (KM) ในการล้างจาน โดยมีวัตถุประสงค์ว่า ทำให้เสร็จเร็วและสะอาดดี เราก็จะต้องคิดว่า เราควรเริ่มจากการแยกของต่างๆ จานที่เลอะมาก เลอะน้อย แก้วน้ำที่สะอาดที่สุด ล้างอันไหนก่อนจะเร็วที่สุด จะต้องวางยังไงที่จะทำให้หยิบทุกอย่างได้ตามลำดับ ฯลฯ ถ้าเปรียบเทียบกับการทำไปเรื่อยๆ ไม่คิดถึงการจัดการความรู้ เราอาจจะไม่ได้ทำให้การล้างจานดีขึ้นเลย อาจจะเร็วขึ้นเมื่อเราทำจนชิน รู้โดยอัตโนมัติจากการทำซ้ำๆว่าต้องทำยังไงจึงจะเสร็จเร็ว แต่สิ่งเหล่านี้จะสะสมเป็นความรู้ฝังลึก(tacit knmowledge)ของเราในการล้างจาน ถ้าหากเราสามารถคิดระหว่างทำว่า ทำยังไงถึงจะดีขึ้น เร็วขึ้น ลดเวลาลง ฯลฯ ซึ่งก็คือการทำ KM อย่างตั้งใจในการล้างจาน ไม่ใช้แต่เฉพาะ tacit knowledge เราก็น่าจะพัฒนาการล้างจานให้ดีขึ้นได้ แล้วถ้าต้องสอนให้ลูกล้างจาน เราก็จะบอกสิ่งที่ควรระวังต่างๆ เช่น เอามีดออกจากกองช้อนก่อน แยกแก้วไว้ล้างก่อน ฯลฯ ทำให้ลูกไม่ต้องลองเอาเอง สิ่งเหล่านี้ถ้ามีการบันทึกไว้ก็จะเป็นคลังความรู้ในการล้างจานได้

เห็นๆไหมคะว่า ทำ KM แล้วเราจะพัฒนาตัวเอง ทำให้คิดเวลาลงมือทำงานที่เคยทำๆอยู่เป็นประจำ แล้วถ้าเรามองคนอื่นที่ทำงานแบบเดียวกับเราว่าเขาทำงานนั้นๆอย่างไร เราอาจจะได้อะไรมากขึ้น หรือถ้ามีบางขั้นตอนที่เราทำแล้วได้ผลดีกว่า เราอาจจะเสนอแนะแลกเปลี่ยนกันได้ด้วย ก็จะทำให้เราได้วิธีการในการทำงานนั้นๆที่ดียิ่งๆขึ้น สิ่งที่เรารู้ก็จะได้ถ่ายทอดไปให้คนอื่นที่จะทำงานอย่างเดียวกันได้ด้วย

นี่เป็นเพียงระดับที่หนึ่ง เริ่มที่ตัวเราเองกับภาระกิจของเราในบ้าน หากเราใช้กับการทำงานด้วย มองการงานที่เราทำประจำแบบ KM มองคนอื่นที่ทำงานแบบเดียวกับเราว่าเขาทำ KM ในงานเขาอย่างไร เขาทำได้ดีกว่า ด้อยกว่าเราตรงไหน มีอะไรแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้บ้าง เราก็จะได้เห็นประโยชน์ของการทำ KM และจะค่อยๆเข้าใจมากขึ้นว่า KM คืออะไร ทำแล้วดียังไง

การทำ KM ณ.จุดนี้เราเรียกตัวเองว่าเป็น "คุณกิจ" ของการจัดการความรู้ได้อย่างเต็มที่ ถ้าเป็นงานในองค์กร เราก็จะเป็นเฟืองตัวเล็กๆที่แข็งแรง หมุนได้ไม่ติดขัด 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 08 มกราคม 2551 00:17 แก้ไข: 08 มกราคม 2551 00:17 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 pom และ Ico24 เมตตา.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ดีคะพี่โอ๋...หายหน้าหายตาไปหลายวัน เพิ่งส่งเมลหาเมื่อคืนนี้เองคะ...มาทักทายให้หายคิดถึง...แถมได้ความรู้กลับไปด้วย ดีจริงๆเลย

อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายเลยครับ

ขอบคุณค่ะที่แบ่งปันความรู้..เขียน tacit ของคุณโอ๋อีกเยอะๆ นะคะ..กำลังกระหายค่ะ..ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณน้องดวงมากๆนะคะ อุตส่าห์ตามไปทักถาม พี่โอ๋สะดุดความตั้งใจตัวเองอยู่ค่ะ อีกสักพักได้ผลงานที่อยากทำให้ Share (ถ้าทำได้จริงๆ) คงจะบันทึกบ่อยกว่านี้ค่ะ แล้วจะแวะไปทักทายน้องดวงบ้างค่ะ

ตกผลึกอยู่ตั้งนานแน่ะค่ะ อาจารย์คนธรรมดา กว่าจะเขียนบันทึกนี้ได้ เลยเก็บมาฝากไว้ใน Share.psu ของเราด้วย

อาจารย์ Kon1Kon คะ กำลังอยากทำให้วันนึงๆมีสัก 30 ชั่วโมงอยู่ค่ะ ในหัวมีเรื่องอยากทำเยอะเหลือเกินค่ะ ตอนนี้นอนแค่ 4 ชั่วโมงยังทำได้ไม่ถึงครึ่งของสิ่งที่อยากทำเลยนะคะ แต่รับรองจะพยายามต่อไปค่ะ ถ้ามีกำลังใจน่ารักๆอย่างอาจารย์

ฟังๆดูแล้วเหมือนจะเครียดๆ ยุ่งๆ เหนื่อยๆ ยังไงชอบกล พี่โอ๋ลองเข้าไปบันทึกนี้มั้ยคะ เผื่อจำช่วยได้บ้างคะ

http://share.psu.ac.th/blog/happy-surat/3017

http://share.psu.ac.th/blog/student-surat/3053

 

 

 

Ico48
yaya [IP: 114.128.78.149]
27 มิถุนายน 2552 09:29
#45802

ขอบคุณนะคะ...ได้รับมอบหมายให้แบ่งปันเรื่อง KM ให้เพื่อนร่วมงานทราบ  แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เขาเข้าใจได้ง่ายๆ และไม่รู้สึกเป็นภาระ  ได้มาอ่านของคุณโอ๋ เจอทางออกเลยค่ะ  ขอบคุณจากใจ

Ico48
ชาย [IP: 125.24.147.109]
16 มีนาคม 2555 18:48
#75944

ทำไม่ต้องทำในเมื่อยังจัดการกับตัวเองยังไม่ได้จะเขียนให้ใดรอ่านแล้วมันจะรู้เรื่อง มันไม่ใช่นักเขียนจะได้เขียนให้สวยหรูอย่างไรก็ได้

Ico48
วิชุฎา วิเศษ [IP: 125.26.73.214]
25 สิงหาคม 2555 09:44
#79988

พอดีก้อเรียนอยู่ แต่หาข้อมูลไม่ได้คะ

บันทึกนี้เวียนกลับมาเพราะมีความเห็นล่าสุดเข้ามา ยินดีที่คุณ วิชุฎา วิเศษ [IP: 125.26.73.214] จะได้ใช้ประโยชน์นะคะ ส่วนคุณ ชาย [IP: 125.24.147.109] นี่คงไม่เข้ามาอ่านอีกแล้ว แต่ถ้าตอนนี้พี่โอ๋ตอบได้ ก็คงจะบอกให้ลองเขียนดูก่อน เราไม่ต้องเป็นนักเขียนหรอกค่ะ ขอแค่เขียนได้ก็พอ เพราะการเขียนสิ่งที่เรารู้ เราคิดนี่ก็เหมือนการพูดนี่เอง ถ้าเราพูดได้ก็ต้องเขียนได้ แค่เล่าสิ่งที่เราทำออกมาเป็นตัวหนังสือ ใครทำแล้วจะรู้ว่า การเขียนช่วยให้เราลำดับเรื่องราวได้เห็นชัดขึ้น เพราะมันคงอยู่ให้เราดู ไม่เหมือนเวลามันอยู่ในหัวที่เรามองไม่เห็น พอเราเห็น เราก็จะค่อยๆเรียนรู้วิธีการเรียงเรื่องราว แล้วถ้าทำไปเรื่อยๆจะพบว่าเราเขียนเล่าอะไรๆได้ดีขึ้น พี่โอ๋เจอมากับตัวเอง ก็เลยยิ่งอยากชักชวนให้คนลงมือเขียนค่ะ เป็นการลงทุนพัฒนาตัวเองที่ดีมากๆ และถ้ามีเวทีซึ่งคนอื่นสามารถช่วยเราออกความเห็นได้ด้วยว่าเรื่องที่เราเล่านั้น เขาได้ประโยชน์อะไรไหม อยากแลกเปลี่ยนอะไรกับเราหรือเปล่า ก็ยิ่งเป็นการต่อยอดที่ดี สรุปว่าลงมือเขียนก็จะรู้เองนะคะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.175.191.168
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ