นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

โอ๋-อโณ
Ico64
ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ์
หัวหน้างานเคมีคลินิก
หน่วยเคมีคลินิก ภาควิชาพยาธิวิทยา
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 319 · ผู้ติดตาม: 15

อ่าน: 837
ความเห็น: 1

เก็บมาฝากจากการประชุม "อายุรศาสตร์ฉลาดเลือก" (3)

- SMART management in advanced non small cell lung cancer อ.นพ.ศรายุทธ ลูเซียน กีเตอร์
หัวข้อนี้อยากฟังเพราะคิดถึงใครบางคน อยากฟังอ.หมอกีเตอร์ (เราเรียกแกด้วยชื่อนี้จนนามสกุลกลายเป็นชื่อไปแล้ว ทั้งที่คุณพ่อแกก็ยังอยู่ให้เราเรียกด้วยชื่อเดียวกันในมอ.นี่แหละ) เล่าเรื่องการทดลองยาแบบใหม่ที่เราได้ยินมาจากทางคนไข้มาแล้ว อยากฟังจากด้านมุมมองของหมอบ้าง

ดีใจที่เลือกฟังเรื่องนี้ ได้ฟังอ.หมอวรางคณาอีกรอบ เพราะอาจารย์เป็น Moderator ให้ อาจารย์น่ารัก พูดเร็วแต่เสียงสดใสแต่มีมุกเยอะมาก และไม่ว่าจะพูดวิชาการเรื่องอะไรก็ฟังสนุกไปหมด

มะเร็งปอดในบ้านเรามี สองหมื่นเคสใหม่ต่อปี ในผู้ชาย ในผู้หญิงเก้าพัน โอ้ว...เยอะมากจัง

มะเร็งปอดในไทย พบในผู้ชายเป็นอันดับหนึ่ง ผู้หญิงเป็นอันดับสี่ ของมะเร็งทุกแบบ เยอะจริงๆ ไม่รู้ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ อ.กีเตอร์ถามว่ามีใครรู้จักกราฟ Kaplan-Meier บ้าง ยกมือหน่อย ไม่มีใครยกมือทั้งถามว่ารู้ และไม่รู้ อาจารย์บอกว่าสมเป็นคนไทยกันจริงๆ อิ อิ

แกยังไม่ยอมแพ้ ขยันให้ยกมือจริงๆ สองสามคำถามแล้ว ไม่มีใครยก แกก็ยังอุตส่าห์ถามให้ยกมืออีก ใครรู้จักการทดลองยา phase สามบ้าง ว่าหมายความว่ายังไงอันนี้ค่อยยังชั่ว มีคนยกตอนไม่รู้จักบ้าง แกเริ่มบอกว่า เราต้องมีปฎิสัมพันธ์กันบ้างนะ มีเสียงหัวเราะเบาๆ (นี่แหละคือปฎิสัมพันธ์ในคนไทยนะ อาจารย์นะ)

สมัยที่อาจารย์เป็นนศ.แพทย์ ใครที่มารพ.แล้วถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอด ก็ให้กลับบ้านได้ เพราะรักษายังไงก็ตายในเวลาประมาณเดียวกัน แต่ตอนนี้เริ่มไม่ใช่แล้ว มีการแบ่งชนิดของมะเร็งปอด เพราะการรักษาให้ถูกแบบเริ่มมีความสำคัญ ยาบางชนิดจะมีผลดีในบางชนิด แถมมีบางแบบไม่ให้ยาอาจจะอยู่ได้นานกว่าอีกต่างหาก ดูแล้วการรักษามะเร็งปอดนี่ต้อง personalize อย่างหนึ่งเหมือนกัน

มะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็กนี่พบเยอะกว่าคือ 90% และมีการรักษาที่หลากหลายกว่าเพราะสาเหตุและพยาธิสภาพต่างกัน ก็เลยเป็นหัวข้อที่เอามาพูดให้ฟัง และตอนนี้ biomarkers เป็นตัวเอกในการช่วยแบ่งวิธีการรักษา ที่อาจารย์เอามาพูดถึงมากๆคือ EGFR กับ ALK เพราะการกลายพันธุ์ในยีนสองตัวนี้ ให้ผลต่างกันชัดเจนในการใช้ยารักษา และการศึกษาต่างๆก็ดูแยกตามนั้น

เรื่องเศร้าคือ ในบ้านเราทางเลือกมีน้อยมาก ไม่ต้องแบ่งแบบเพราะเขาให้รักษาแบบเดียวโดยเฉพาะในกลุ่ม 30 บาท ข้าราชการมี option มากขึ้นหน่อยแต่ก็ยังน้อยอยู่ดี แต่กลายเป็นทางเลือกที่ให้เลือกก็คือ มียาในพวก Clinical trial นี่แหละกับ self-pay

ตอนนี้มีคำถามว่า ถ้าเงินไม่ใช่ข้อจำกัด ควรจะทำอย่างไร อาจารย์ก็ตอบว่าควรตรวจ EGFR TKI ดูผลการตรวจ mutation ก่อนว่าเป็นแบบไหน เพราะจะได้เลือกยาถูก ตาม evidence-based ที่มี

ส่วนสมุนไพรทั้งหลาย ก็ยังไม่มีหลักฐานให้ตอบได้จริงๆ ในแง่ของหมอ แต่อาจารย์ก็เล่าแบบขำๆว่า มีคนไข้คนหนึ่งของแก ใช้วิธีจับจิ้งจกเป็นๆกิน แล้วตอนนี้ก็ยังดีอยู่ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนอื่นจะใช้วิธีนี้ได้บ้างหรือเปล่า

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 14 กุมภาพันธ์ 2557 17:24 แก้ไข: 14 กุมภาพันธ์ 2557 18:54 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 ทดแทน, และ Ico24 ใยมะพร้าวน้องใยไหม.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ถ้าอยากหายไวๆ ต้องกินตุ๊กแกเป็นๆ มั้ยครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.204.176.189
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ