นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

โอ๋-อโณ
Ico64
ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ์
หัวหน้างานเคมีคลินิก
หน่วยเคมีคลินิก ภาควิชาพยาธิวิทยา
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 319 · ผู้ติดตาม: 15

อ่าน: 1344
ความเห็น: 2

วิธีง่ายๆเพื่อประเมินว่าเรามีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขนาดไหน เพื่อจะได้ดูแลแก้ไขก่อนจะสายเกิน

ต่อเนื่องจากบันทึกเมื่อวานนี้ เกี่ยวกับไขมันในเลือดค่ะ ยิ่งดูผลแล็บที่ตรวจทุกๆวัน รวมกับประสบการณ์ที่เคยทำกับอาสาสมัครสมัยทำแล็บเพื่องาน PhD เกี่ยวกับวิธีการที่ร่างกายเผาผลาญไขมัน และจากความรู้มากมายที่ได้อ่าน ได้รู้ ได้เข้าใจตอนที่ต้องขุดค้นหาเพื่อเอามาเขียนวิทยานิพนธ์ ก็ยิ่งรู้สึกว่าอยากจะช่วยรณรงค์เรื่องการรักษาดูแลตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดโรคอันเนื่องมาจากการมีไขมันในเลือดสูง อย่างที่เขียนมาเมื่อวาน รู้สึกว่าพวกเราทั้งหลาย อาจจะไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ ทั้งๆที่เป็นเรื่องสำคัญแต่ง่ายดายที่จะดูแลตัวเองให้รอดปลอดภัย

ปัจจัยที่เราเกิดมาและแก้ไม่ได้ที่ต้องพิจารณาก็คือ

  • พันธุกรรม ซึ่งก็พอจะดูได้จากญาติสายตรง โดยเฉพาะพ่อ แม่ว่ามีใครเป็นโรคหัวใจ มีอาการหัวใจวาย มีภาวะไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ความดันหรือเปล่า
  • เพศ ผู้ชายจะเสี่ยงต่อโรคหัวใจล้มเหลวมากกว่าและเร็วกว่า (ในช่วงอายุที่น้อยกว่า) ผู้หญิง แต่ผู้หญิงจะมีโอกาสรอดน้อยกว่า ถ้าหากเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
  • อายุ ยิ่งเยอะก็ยิ่งเสี่ยงมากขึ้น (โดยเฉพาะถ้าเราไม่ระวังวิธีการใช้ชีวิตประจำวันให้ดีสม่ำเสมอ)

ทีนี้ปัจจัยที่เราควบคุมดูแลได้และสามารถปรับเปลี่ยนให้โอกาสเสี่ยงลดลงได้

  • อาหารการกิน: หนักไปทางธัญพืช ผัก ผลไม้ดีกว่าหนักไปทางเนื้อ นม เนย ไข่ ของทอด ของมัน
  • บุหรี่: ทำลายผนังหลอดเลือดทั้งหลาย ทำให้ไขมันไปเกาะสะสมได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • การออกกำลังกาย: ควรจะได้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงต่อวัน ถ้าได้แบบที่ทำให้เลือดสูบฉีดได้แรงๆยิ่งดี เหมือนล้างท่อน้ำที่อาจจะสกปรกทุกๆวัน
  • ความดันควรจะอยู่แถวๆ 120/80 อย่าให้สูงกว่านี้ แล้วถ้าถึงขนาดมากกว่า 140/90 ก็ควรจะต้องพบแพทย์เพื่อหาวิธีลด
  • ตรวจวัดไขมันในเลือด ค่าไขมันตัวดี HDL-c ควรจะมากกว่า 40 mg% ถ้าต่ำกว่านี้ต้องออกกำลังกายให้มากขึ้น ส่วนไขมันตัวร้าย LDL-c ไม่ควรเกิน 130 mg% ถ้าเกินไม่มากก็ต้องปรับอาหารการกิน ถ้าเกินยิ่งมากควรจะขอยากลุ่ม Statin จากแพทย์ทันที หาคนที่สนใจจะสั่งให้เราดีกว่าไปทนให้ไขมันมาลอยวนเวียนในเลือดอยู่มากๆ เพราะยาจะมีผลเร็วมาก ภายใน 1 อาทิตย์ไขมันก็จะลดลงทำให้โอกาสเสี่ยงเราลดลงเร็วๆ อย่ามัวรอให้ไขมันไปสะสมในเส้นเลือดเส้นไหนๆเลยค่ะ ไม่คุ้มกันเลย
  • ความเครียด ต้องหาวิธีลดๆลงจะได้ไม่กินเยอะ สูบบุหรี่จัด
  • น้ำหนักเกิน ความอ้วนทำให้หัวใจยิ่งทำงานหนัก ยิ่งคนที่อ้วนลงพุงจะยิ่งมีความเสี่ยงสูง
  • เบาหวาน ที่ไม่ได้ควบคุมให้ดีๆก็จะเป็นสาเหตุสำคัญให้เกิดโรคหัวใจล้มเหลวได้

มารักษาตัว รักษาหลอดเลือดหัวใจให้แข็งแรงกันเถิดนะคะ

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 30 กรกฎาคม 2551 00:07 แก้ไข: 21 มิถุนายน 2552 14:39 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

หากเบาหวานลดลงอยู่ที่ระดับ 47 ควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรค่ะ จะนำไปปฏิบัติกับแม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะน้องเปตอง ต้องขอโทษด้วยที่มาตอบช้ามาก ป่วยเสียเองมาเกือบเดือนแล้วค่ะ

ค่า 47 นี่เป็นระดับน้ำตาลจริงหรือเปล่าคะ ต่ำไปนะคะ คุณหมอน่าจะมีคำแนะนำให้มาด้วยแล้วนะคะ ถ้ายังไงลองเขียนมาคุยกันอีกทีนะคะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.209.80.217
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ