นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 14803
ความเห็น: 20

งานวิจัยนวัตกรรมใหม่ การผลิตแป้งฝุ่นโรยตัวโดยใช้แป้งสาคูเป็นวัตถุดิบ

ถ้าใครได้ลงไปในพื้นที่ป่าสาคูของลุ่มน้ำปากพนัง แล้วจะพบว่าเราทิ้งชาวบ้านเค้าไม่ได้จริงๆ เค้ารอการกลับมาของเรา ทิ้งไม่ลงค่ะ ต้องช่วยเค้า....จากการให้สัมภาษณ์ของ ผศ.ดร.ประภาพร บุญมี ในการประเมินคุณภาพภายในของสถาบันทรัพยากรชายฝั่ง วันที่ ๙ ต.ค. ๕๐

หลังจากเกริ่นนำเรื่องการสำรวจข้อมูลมา ๒ ตอนแล้ว คราวนี้เอาจริงแล้วค่ะ...ต่อจากความเดิมตอนที่แล้วกันเลยนะคะ...ผู้บริหาร นักวิจัย และเจ้าหน้าที่ภาคสนามของ CORIN นำโจทย์วิจัยที่ได้มาทบทวนและพิจารณาความเป็นไปได้ของงานพัฒนาค่ะ...ท่าน ผอ. (อาจารย์สมศักดิ์ บรมธนรัตน์) ได้เกิดไอเดียเยอะแยะมากมายค่ะ (ขออุบไว้ก่อนนะคะ...จะทยอยเล่าให้ฟังทีหลัง) ..

ไอเดียแรกที่มีความเป็นไปได้และมีความท้าทายดึงดูดใจอยู่ข้างหน้าคือการทำแป้งฝุ่น ...ด้วยการสังเกตจากการลงพื้นที่ สัมผัสกับผงแป้ง พบว่า คุณสมบัติของแป้งสาคูมีความลื่นมากค่ะ ก็เลยคิดกันว่าน่าจะนำมาทำแป้งฝุ่นได้...กลับมาที่สำนักงาน เลยปรึกษากับอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์...เล่าย่อๆ นะคะ ว่าทางเภสัชฯ สนใจที่จะทำงานวิจัยชิ้นนี้ ..ทาง CORIN เองก็ยินดีสนับสนุนงบประมาณการวิจัยเต็มที่ค่ะ..เมื่อทีมงานพร้อม เราก็...เริ่มกันเลยค่ะ

ลงพื้นที่กันใหม่ เพื่อเก็บตัวอย่างให้เป็นไปตามขอบเขตของการศึกษา (ที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น)

รวบรวมข้อมูลทุติยภูมิเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนหลักการและเหตุผลของงานวิจัย

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจเริ่มเบื่อแล้วใช่มั้ยคะ?? งั้นเอารูปมาให้ดูพร้อมคำบรรยายสรุปดีกว่า จะได้ตื่น!!

มาแล้วค่ะ เริ่มจากดูรูปต้นสาคูก่อนนะคะ

สาคู มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Metroxylon sagu Rottboell เป็นพืชชนิดหนึ่งในวงศ์ Palmae เป็นพืชประจำท้องถิ่นของภาคใต้ มีอยู่กระจัดกระจายทั่วไป บริเวณใกล้แหล่งน้ำ เช่น ห้วย คลอง บึง และเป็นพืชที่ให้คุณประโยชน์กับชาวบ้าน ทั้งทางตรงและทางอ้อม เกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตของชาวบ้านมาช้านาน แต่ในปัจจุบัน การขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของประชากรทำให้ความจำเป็นในด้านการใช้พื้นที่ดินสูงยิ่งขึ้น เพื่อรองรับกิจการด้านธุรกิจ อุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย ฯลฯ ชาวบ้านจึงให้ความสำคัญกับป่าสาคูน้อยลง มีการทำลายป่าสาคูมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศ จึงมีความจำเป็นต้องมีการศึกษาและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากต้นสาคู เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับต้นสาคูและอนุรักษ์ป่าสาคูให้ฟื้นคืนกลับมา

ส่วนต่างๆ ของต้นสาคูสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด เช่น ใบ (leaflets) นำไปเย็บเพื่อใช้มุงหลังคา, เปลือกต้น (cortex of trunk) นำไปเผาทำถ่าน, แก่นเนื้อไม้ (pith) นำไปสกัดแป้งสาคู (sago starch) เพื่อทำขนมและอาหาร เป็นต้น โดยแป้งสาคูเป็นส่วนที่เพิ่มมูลค่าให้ต้นสาคูมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม มูลค่าที่ได้ยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับศักยภาพที่พึงได้จากแป้งสาคู

แป้งสาคูได้มาจากส่วนแก่นเนื้อไม้ของต้นสาคูที่เห็นในรูปข้างบนค่ะ

มาดูกรรมวิธีการผลิตแป้งสาคูแบบพื้นบ้านของชาวบ้านที่อาศัยในบริเวณป่าพรุของลุ่มน้ำปากพนังกันดีกว่าค่ะ

เค้าตัดลำต้นสาคูแล้วเอาเปลือกออก นำแก่นเนื้อไม้ซึ่งเป็นส่วนที่มีแป้งแทรกอยู่ในเสี้ยนไม้ไปขูด

มาดูรูปลักษณะของแป้งที่แทรกอยู่ในเสี้ยนไม้สาคูภายใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยาย ๔๐ เท่ากันนะคะ

 

หลังจากนำไปขูดด้วยเครื่องขูดเนื้อมะพร้าว จะได้ผงหยาบๆ

 นำมาขยี้ในน้ำและกรองด้วยผ้าขาวบาง

แป้งสาคูจะแยกออกจากเสี้ยนไม้ลอดผ่านรูผ้าขาวบางไปตกตะกอนที่ก้นภาชนะรองรับ

 จากนั้นรินน้ำทิ้ง

และล้างซ้ำด้วยน้ำหลายๆ ครั้ง

ตะแด่ม!!!! เราก็จะได้แป้งที่ขาวสะอาดค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้เริ่มเบื่อกันรึยังคะ?? ก็แหม มันเป็นงานวิชาการ เลยเขียนให้สนุกยากหน่ะคะ ขออนุญาตตรงนี้เลยแล้วกันว่าข้อความถัดไป จะเน้นวิชาการเข้าไปอีก (ท่านผู้อ่านที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ควรมีผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำค่ะ)

เพื่อเป็นการเน้นย้ำว่างานชิ้นนี้มีเนื้อหาสาระทางวิชาการ ... มาดูผลการทำงาน (เบื้องต้น) ที่นักวิจัยของเราได้มานะคะ

ก่อนอื่น แนะนำนักวิจัยก่อนเลยค่ะ

 ผศ.ดร. ประภาพร  บุญมี (อาจารย์ที่ปรึกษา) ...เราเรียกกันว่าอาจารย์ปลาค่ะ...อาจะคุ้นหน้าคุ้นตาในงานมอ.วิชาการที่เราเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไป

ดร.วิวัฒน์  พิชญากร (อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม) น.ส.มัฎฐา อาภรณ์ และน.ส. ศิโรวัลลิ์ (นักศึกษา)

ทั้งหมดมาจากภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มอ. นี้เองค่ะ (และนี่เป็นอีกหนึ่งการพิสูจน์การทำงานแบบบูรณาการของหน่วยงานในมอ.ของเรา)

และแล้วทีมงานก็พร้อมที่จะทำการศึกษาและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากแป้งสาคูในด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับต้นสาคูและทำให้ชาวบ้านตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าสาคู!!!!!

อันนี้เป็นสรุปย่อๆ ผลการวิจัยเบื้องต้นนะคะ

จากลักษณะภายนอกของแป้งสาคู ซึ่งเป็นผงละเอียดสีขาว และมีคุณสมบัติที่มีความเป็นไปได้สูงในการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเครื่องสำอางประเภทแป้งฝุ่นโรยตัว ในประเทศไทยแป้งฝุ่นโรยตัวประกอบด้วยผงทัลคัม (talcum) เป็นส่วนใหญ่ แต่ในสหรัฐอเมริกานิยมใช้แป้งจากพืช เช่น แป้งข้าวโพดและแป้งข้าวเจ้า การใช้แป้งจากพืชมีข้อดีกว่าการใช้ผงทัลคัม เพราะผงทัลคัมเป็นสารที่ไม่สลายตัว หากผู้บริโภคสูดเอาผงทัลคัมเข้าไปในปริมาณมาก อาจเกิด solicosis ในปอดได้ ในขณะที่แป้งจากพืชสามารถสลายตัวได้ อย่างไรก็ตาม แป้งจากพืชมีข้อเสีย เนื่องจากความเหนียวหนืดเวลาผสม แร่ง และเทออกจากภาชนะบรรจุ ซึ่งปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้โดยการตั้งสูตรตำรับที่เหมาะสม โดยการคัดเลือกส่วนประกอบที่เหมาะสม ได้แก่ ทัลคัม แคลเซียมคาร์บอเนตชนิดผงเบาละเอียด แมกนีเซียมคาร์บอเนตชนิดผงเบาละเอียด คาโอลินชนิดผงเบา ซิงค์ออกไซด์ เป็นต้น   มาผสมกับแป้งจากพืชในปริมาณที่เหมาะสม ก่อนการนำไปแร่งและบรรจุ นอกจากนี้ในตำรับอาจเติมสารแต่งกลิ่นเพื่อเพิ่มความน่าใช้ หรือเติมสารช่วยทำให้ผิวเย็นเพื่อให้ทาแล้วเกิดความรู้สึกเย็นสดชื่น

แหม อ่านแล้วค่อยใจชื้นขึ้นนะคะ ว่าเป็น green product

ในปัจจุบันยังไม่พบงานวิจัยที่ใช้แป้งสาคูมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตแป้งฝุ่นโรยตัว คณะผู้วิจัยจึงได้ศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพของแป้งสาคูที่เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะในการเป็นแป้งฝุ่นโรยตัว รวมทั้งตั้งสูตรตำรับแป้งฝุ่นโรยตัวที่มีแป้งสาคู  สารช่วยป้องกันความชื้น  สารฝาดสมาน  สารแต่งกลิ่น  และสารช่วยอื่นๆ เช่น สารช่วยทำให้ผิวเย็น เป็นส่วนประกอบ

อ้าว!!! งั้นงานนี้ก็เรียกว่าเป็นงานวิจัยนวัตกรรมได้ละสิ!!

ขณะนี้งานวิจัยกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ โดยผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่าสามารถผลิตแป้งฝุ่นโรยตัวโดยใช้แป้งสาคูเป็นวัตถุดิบ ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี กล่าวคือ มีคุณลักษณะในด้านความลื่น (slip), ความสามารถเคลือบคลุมผิว (covering power), การจับผิว (adhesiveness), การซับซึม (absorbency), ความเป็นนวลใย (bloom) และการแผ่กระจายเมื่อลูบไล้ (spreading power) อยู่ในเกณฑ์ดี รวมทั้งมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ที่เหมาะสำหรับใช้ทาผิว  นอกจากนี้ยังพบว่าต้นสาคูสามารถนำมาสกัดแป้งได้ในปริมาณที่สูง โดยปริมาณของแป้งที่ได้ขึ้นกับอายุของต้น จากการวิจัยพบว่าต้นสาคูที่มีอายุ 8 ปี สามารถนำมาสกัดได้แป้ง 49.3 กิโลกรัม/ต้น ขณะที่ต้นสาคูที่มีอายุ 15 ปี สามารถนำมาสกัดได้แป้งถึง 70.3 กิโลกรัม/ต้น ดังนั้นปริมาณแป้งสาคูที่ผลิตได้ จึงเพียงพอสำหรับการป้อนเป็นวัตถุดิบในการผลิตเครื่องสำอางประเภทแป้งในระดับอุตสาหกรรมในอนาคต 

อืม...งั้นเรามาดูรูป ผลิตภัณฑ์เบื้องต้นที่ได้จากงานวิจัยกันดีกว่า

 

กระซิบ (ดังๆ ) นิดนึงว่าตอนนี้งานวิจัยยังไม่เสร็จนะคะ ...แต่เราอยู่ระหว่างการดำเนินการจดอนุสิทธิบัตรแล้วค่ะ

และขอย้อนความทรงจำของเพื่อนๆ กลับไปตอนงาน มอ.วิชาการปี ๕๐ นิดนึงนะคะ เพราะเป็นงานแรกที่เราเปิดตัวผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยนี้อย่างเป็นทางการ เพื่อทดสอบความพึงพอใจของผู้ยินดีที่ให้เราทำการทดสอบค่ะ (หลายคนน่าจะจำได้นะคะ) นำภาพมาให้ดูอีกครั้งค่ะ

 

เล่ามาซะยาวเลยนะคะสำหรับบันทึกนี้ อยากให้เพื่อนๆ ร่วมกันเป็นกำลังใจให้กับผู้ทำงานทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวบ้านในพื้นที่ป่าสาคูที่คอยให้ข้อมูล ทำขนม (จากแป้งสาคู) ให้ทานทุกครั้งที่ทีมงานลงพื้นที่ ร่วมทำงานวิจัยกับนักวิชาการ รวมถึงอาจารย์และนักศึกษาจากคณะเภสัช ที่หันมามองวัตถุดิบพื้นบ้าน ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ หวังให้ชาวบ้านสามารถผลิตแป้งได้เอง จะได้เพิ่มมูลค่าขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

(**ขอขอบคุณข้อมูลจากอาจารย์ประภาพร ค่ะ**)

และตามสไตล์เดิมๆ นะคะ ผู้เขียนต้องปิดท้ายด้วยการบอกใบ้บันทึกเล่มต่อไป  อ๊ะๆๆ ท่านผู้อ่านคงคิดว่าเรื่องแป้งสาคูจะจบแค่นี้แล้วใช่มั้ยคะ?? ยังค่ะ ยังไม่จบ...จำรูปอาจารย์ฝรั่งๆ ตัวใหญ่ๆ จากเอไอที (ที่จดบันทึกเป็นภาษาเยอรมัน) ได้มั้ยคะ นั่นละค่ะ เค้าก็ไม่ได้นิ่งเฉยนะคะ นำโจทย์วิจัยจากในพื้นที่กลับไป แล้วมาใหม่ พร้อมนักศึกษาปริญญาโทจากเอไอที!!! มาทำเรื่องอะไร? ทำยังไง? ได้ผลอย่างไรบ้าง? ....เราจะมาเล่าต่อในบันทึกหน้าค่ะ...

สร้าง: 27 พฤศจิกายน 2550 14:29 แก้ไข: 27 พฤศจิกายน 2550 15:24 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

  • อยากได้ส่วนผสมแป้งสาคูทาหน้าบ้างจ๊ะ หน้าจะได้นวลใย จากหน้าไม่สวยจะได้สวย  แต่เสียหน้าไม่เอานะ ไม่ยอมด้วย (อิ อิ อิ)
Ico48
Kon1Kon (Recent Activities)
27 November 2007 19:11
#2735
ไม่ทราบสนใจลงไปพื้นที่ที่ตรังด้วยมั้ยคะ..ที่ตำบลนาข้าวเสีย ชาวบ้านก็อยากอนุรักษ์ป่าสาคูไว้เหมือนกัน แล้วก็มีความพยายามที่จะนำสาคูมาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหมือนกันค่ะ..
  • พี่อัมพรคะ พี่กลัวเสียหน้า แล้วไม่กลัวหน้าเสียเหรอคะ??....ล้อเล่นค่ะพี่...จริงๆ แล้วใช้ทาที่หน้าได้ค่ะ แต่งานวิจัยยังไม่เสร็จสิ้น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย เราจึงใช้ทาที่ตัว (เพราะผิวที่บริเวณหน้าบอบบางกว่า) ...มีข้อมูลเพิ่มนิดนึงนะคะว่าแป้งที่มาจากสาคูจะมีความแวววาวกว่าแป้งอื่น (เหมือนกับมีเกร็ดคริสตัล) ทำหน้าทาแล้วรู้สึกถึงความกระจ่างใสค่ะ...เนื้อแป้งละเอียดแต่จะมีลักษณะเฉพาะตัวในเรื่องของความสากนิดๆ ค่ะ ทางทีมงานวิจัยกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาค่ะ
  • อาจารย์ P คะ เราสนใจที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อสนับสนุนงานวิจัยในพื้นที่อื่นค่ะ แต่เนื่องจากจังหวัดตรังไม่ได้อยู่ในพื้นที่เป้าหมายที่เราได้รับงบประมาณ ขอเป็นฝ่ายสนับสนุนได้มั้ยคะ...ยินดีสนับสนุนข้อมูลและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ค่ะ
  • ประชาสัมพันธ์นิดนึงนะคะ วันนี้ (๒๘ พ.ย. ๕๐) จะมีการสัมภาษณ์สดรายการสนทนาสาระใน "สภากาแฟ" คลื่นวิทยุ ๘๘ ของ มอ. เรื่อง "จากแป้งสาคูกลายเป็นแป้งฝุ่นได้อย่างไร" โดย อาจารย์ประภาพร บุญมี นักวิจัยโครงการนี้ค่ะ ไปรับฟังรายละเอียดกันได้นะคะ

งานวิจัยชิ้นนี้เสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ ในฐานะ pr แหวนจะรีบป่าวประกาศให้โลกได้รับรู้เลยค่ะ (เหอๆ ใหญ่เกินตัวไปมั้ยเนี่ย) จะรอนะคะ และจะติดตามความคืบหน้าเรื่อยๆ

Ico48
Kon1Kon (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
28 พฤศจิกายน 2550 10:51
#2824
เสียดายจังที่ตรังไม่ได้อยู่ในพื้นที่เป้าหมายด้วย..แต่ก็ชื่นใจว่าถ้าชุมชนแถวนั้นต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูล ก็จะมีคนสนับสนุนแล้ว..ดีใจจัง..

เมื่อกี้ฟังรายการสภากาแฟ วิทยุมอ.  (เพราะเค้าสัมภาษณ์งานวิจัย ภายใต้การสนับสนุนของCORIN) ในตอนท้ายผู้ดำเนินรายการบอกว่าวันเสาร์นี้จะสัมภาษณ์การใช้ประโยชน์ในทางเลือกที่หลากหลายของสาคูในพื้นที่บ้านนาโยงจังหวัดตรัง (ที่เดียวกับของอาจารย์ ตำบลนาข้าวเสียหรือเปล่าคะ?)....อืมม น่าสนใจในการบูรณาการข้อมูลสนับสนุนกันนะคะ...ขอทำการบ้านก่อนนะคะ..ยังไม่มีข้อมูลที่ตรังเลยค่ะ

**ชื่อตำบลนาข้าวเสีย ..สะกดถูกหรือเปล่าคะ?? ชื่อมันไม่ค่อยเป็นมงคลเลย!!

ถึงน้องแหวน (แขนอ่อน...เห็นพี่ศิเรียกอย่างนี้) P

  • ยินดีค่ะ...แต่ถึงแม้ว่างานวิจัยยังไม่เสร็จ ทางพี่ก็ยินดีให้น้องนำไปประชาสัมพันธ์ได้ตลอดเวลานะค่ะ
  • ช่วยกันๆ ...
แปะ ๆ ปรบมือดัง ๆ ให้กับทีมวิจัย...ทีสามารถคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยนำของที่มีในท้องถิ่นมาพัฒนา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้มากมาย *-* ...สุ้ ๆ ต่อไป เพื่องานวิจัยใหม่ ๆ นะคะ ^^v
อ่า?...ถ้าทาแล้วขาวกว่าเดิม อุโยะคงจะสนใจเป็นพิเศษ ฮ่าๆๆๆๆๆ
  • "พี่อัมพรคะ พี่กลัวเสียหน้า แล้วไม่กลัวหน้าเสียเหรอคะ??...."
  • นั่นแน่ มีมุขด้วย
  • ว่าแล้วแป้งสาคูมีความแวววาว หน้าขาวเป็นยอใย  คนหน้าดำทาแล้วหน้าขาวหรือเปล่า?

พี่อัมพรคะP .. แป้งสาคูมีความแวววาวค่ะ เหมือนแผ่นคริสตัลเล็กๆ ...แต่ที่ว่าทาแล้วจะหน้าขาวหรือเปล่า อันนี้ไม่รับรองนะคะ ..อาจารย์ที่ทำวิจัยเคยทดลองทำเป็นแป้งแข็ง (แป้งพับ) ปรากฎว่ามันแตกค่ะ มันแข็งเกินไป ...เอาเป็นว่าเรามาทาที่ตัวกันก่อนดีกว่านะคะ ถ้าทาแล้วขาว คาดว่าน้องอุโยะจัง P.จะประกาศให้ทราบกันทั่วหน้าแน่นอนค่ะ....แฮะๆๆ ล้อเล่นนะจ๊ะน้องอุโยะ...

ฮ่าๆ...ถ้าขาวจริงอุโยะได้เป็นพรีเซนเตอร์ โฆษณาสรรพคุณให้ไง *0*
  • ลืมชมว่าหัว Blog สวยจังมีนาง.....สาวคว้าด้วย

ขอบคุณค่ะพี่อัมพร...เป็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่งที่ไปแอบขอของชาวบ้านเค้ามา ... ทำเองไม่เป็นหรอกค่ะ ..มีน้องเค้าให้มา..อิอิ

วันนี้ใส่เสื้อ PSU.KM ไปอบรมที่ศูนย์คอมฯ ยังไม่ได้ซักเลยค่ะ กลิ่นใหม่อยู่เลย แบบว่าเห่อค่ะ

Ico48
Kon1Kon (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
29 พฤศจิกายน 2550 22:01
#3109

ดูเหมือนจะเป็นที่เดียวกันค่ะ..แต่ยังไม่ได้เป็นพื้นที่วิจัยของพี่หรอก..มี นศ. สนใจทำวิจัยเรื่องมูลค่าค่ะ.. วันก่อนเลยลงไปดูพื้นที่ (คณบดีมอบหมายให้ไปด้วยแหละ) พอไปมาแล้ว ได้คำถามวิจัยมาหลายอย่าง..ฝากคณบดีกลับคืนไปแล้ว..แต่เห็นยังเงียบๆ อยู่.. พอเห็นของ CORIN ก็เลยคิดว่า เผื่อจะต่อกันได้ค่ะ..เพราะชุมชนเองฝากมาหลายคำถามเหมือนกันค่ะ..

 

  • เห่อเหมือนพี่เลย ได้ปุ๊บ...ใส่ปั๊บ

อาจารย์ P คะ อาจารย์ได้ไปเสนอความเห็นในบันทึกเล่มอื่นด้วย แต่อยากจะนำเนื้อหาใจความมาตอบในบันทึกเล่มนี้ เพราะเกี่ยวกับงานวิจัย

  • ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ยังมีโจทย์วิจัยที่ต้องการนักวิจัยมาจัดการความรู้ในพื้นที่ให้เป็นระบบอีกเยอะมากค่ะ
  • สนใจที่อาจารย์ชำนาญในเรื่องการตีมูลค่าทรัพยากร แต่อยากมองในมิติอื่นเชื่อมโยง เช่น ตีมูลค่า แล้ว...อย่างไร ...คือผลที่ได้มันจะก่อให้เกิดการปฏิบัติอะไรบ้าง ...แบบว่าไม่อยากรู้แค่มูลค่ามันเฉยๆ หน่ะค่ะ ...
  • อยากคุยกับอาจารย์...หากอาจารย์มีเวลา ...

พี่อัมพรคะ P

เป็นเพราะหนูเห่อของใหม่นี่แหละค่ะ ทำให้เกิดเรื่องในห้องอบรม share เมื่อวาน

พี่เมตตา เรียกให้หนูไปยืนหน้าห้อง แล้วหมุนตัว present เสื้อค่ะ

เห่อ...เหงื่อไหลท่วมตัวเลยค่ะ ...รู้งี้ไม่ใส่มาก็ดี!!

Ico48
นายสหภัทร ชลาชัย [IP: 203.159.72.124]
15 ตุลาคม 2551 15:56
#36831

กระผมเป็นนักศึกษาจาก AIT กำลังทำวิจัยร่วมกับอาจารย์ที่นี้นะครับ เลยอยากขอรายระเอียดเกี่ยวกับการทำแป้งสาคูมาเพิ่มอีกหน่อย กรุณาช่วยส่งเข้าเมลน้อยนะครับ

Ico48
พจนา บุญนวล [IP: 222.123.178.250]
18 พฤศจิกายน 2551 16:33
#38237

อยากได้ข้อมูลและภาพของต้นสาคูให้ชัดเจนกว่านี้ค่ะ

ถ้าปาล์ม ท.1สะเดาเปิดเห็นข้อความของโฟคล์ ท.2 แล้วขอให้รู้ไว้ว่าโฟคล์คนนี้กำลังเหงาใจ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.239.192.241
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ