นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 5406
ความเห็น: 7

ป่าสาคู ทรัพยากรธรรมชาติ สู่งานวิจัยนวัตกรรมใหม่ (2)

การตั้งโจทย์วิจัยต้องพิจารณาว่ากำลังศึกษาอะไร และตรงวงจรใดของปรากฎการณ์ จะเป็นคำตอบของกลุ่ม "ดำรงอยู่" หรือต้อง "เปลี่ยนแปลง"

วันนี้มาฟังกันว่านักวิจัยเมื่อได้ข้อมูลเบื้องต้นจากการสำรวจ (Preliminary Survey) แล้ว เค้าทำอะไรกันต่อ...มาเริ่มกันเลยนะคะ..สืบเนื่องจากป่าสาคูในตอนก่อนหน้านี้ นักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย ก็จดบันทึกกันอย่างสนุกค่ะ ถามไปจดไป คิดไป(ตามประสาคนมีความรู้ และมีใจที่คิดจะช่วยให้งานวิจัยมีประโยชน์มากที่สุด) บรรยากาศเป็นไปแบบกันเอง

 แอบกระซิบนิดนึงว่าไปแอบดูสมุดจดเค้ามาแล้วค่ะ ..เค้าจดเป็นภาษาของเค้าค่ะ คนเวียดนามก็จดเป็นภาษาเวียดนาม คนเยอรมันก็จดเป็นภาษาเยอรมัน แต่เห็นคนฟิลิปปินส์จดเป็นภาษาอังกฤษค่ะ (อาจเป็นเพราะเค้าใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาเขียนอย่างเป็นทางการ)

ส่วนเราก็พยายามสุดฤทธิ์ที่จะแปลเป็นภาษาไทยค่ะ อืม...ทำงานวิจัยที่ต้องฝึกการดำน้ำภาษาอังกฤษนี้ก็เป็นทักษะอย่างหนึ่งนะคะ....แค่คิดเฉยๆ นะคะ ว่าในตอนนั้นถ้าความคิดของทุกคนมีเสียงดังขึ้นมา คงจะมีหลายภาษาวุ่นวายไปหมดค่ะ..น่าสนุก...แต่อย่าลืมนะคะ เรามาทำงานวิจัย ไม่ได้มาเรียนภาษา ดังนั้นตอนนี้เราต่างคุยภาษาเดียวกันค่ะ ...ภาษางานวิจัยชุมชน จะทำอย่างไรให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพโดยขจัดปัญหาความยากจนไปพร้อมๆ กับการปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ที่เค้าฮิตกันในตอนนี้ค่ะ

"Effective Use of Natural Resources to Alleviate Poverty while Protecting the Environment" ....(ขอตามกระแสนิดนึงค่ะ)

มาว่าด้วยเรื่องของเราต่อดีกว่าค่ะ...การลงพื้นที่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับนักวิจัยค่ะ แม้ว่าปัจจุบันเราสามารถค้นหาข้อมูลทั่วโลกได้จากทางอินเตอร์เนต (ประมาณว่าอยากรู้อะไรถามกูเกิล) แต่มันขาดอารมณ์ร่วมค่ะ ข้อมูลในพื้นที่เป็นข้อมูลที่มีชีวิต (ถาม-ตอบ ได้ค่ะ) เมื่อเราสัมผัสเราจะมีความรู้สึกร่วม ...ความรู้สึกถึงความทุกข์ยาก ความสูญเสีย ...ซาบซึ้งถึงความตั้งใจจริงของชาวบ้านในการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง การมีน้ำใจช่วยเหลือกัน และอื่นๆ อีกมากมายค่ะ บรรยายไม่หมด ใครที่เคยลงพื้นที่จะทราบความรู้สึกนี้เป็นอย่างดี ...

นอกจากซักถามได้แล้ว ยังมีแสดงให้ดูอีกด้วยนะคะ เอาให้เห็นภาพของจริงกันไปเลยค่ะ

 

เเล้วก็ตามประสานักวิชาการค่ะ..สงสัยไปซะทุกเรื่อง..เห็นแกนเนื้อสาคูอ๊อนอ่อน เลยชิมซะเลยว่ารสชาดเป็นอย่างไร

 

 สาธิตขั้นตอนการทำเพื่อให้ได้แป้งด้วยค่ะ ...คุณสามารถหาจากกูเกิลได้มั้ยละค่ะอย่างนี้??

 

 

 อันนี้เป็นกากที่เหลือ..ชาวบ้านเอาไปให้เป็ด ไก่กินค่ะ ...สำหรับนักวิจัยอย่างเราก็ต้องทดเลขไว้ในใจสิคะ...ตั้งไว้ก่อนนะ ฉันจะกลับมาคิดทีหลัง!!!

และแล้วเราก็ได้นางงามรอบแรก....แป้งจากต้นสาคูที่พร้อมสำหรับนักวิจัย นักวิชาการทั้งหลายไปคิดกันหล่ะคะ ว่าจะทำอย่างไรกับมันดี

 

 เราก็มาถึงช่วงสุดท้ายของงานภาคสนามแล้วหล่ะคะ ได้แป้งแล้วหล่ะ...ชาวบ้านก็นำแป้งนี้ไปเป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร ทำขนม ขายในชุมชนค่ะ...แต่หน้าที่ของเราไม่ได้หมดตรงนี้นะคะ..นี่คือจุดเริ่มต้นของงานวิจัยค่ะ..ก็แหม กระบวนการกว่าจะได้แป้งก็ลำบากแสนเข็ญ นำไปทำขนมขายได้ถ้วยละ ๕ บาท (ขออนุญาตใช้เลขไทยนะ..ไปอ่านบล็อคของพี่ศิ RDO วันก่อน เค้าอนุรักษ์ภาษาไทยกันค่ะ) เราน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้นะคะ...เริ่มกันที่ทดสอบก่อนเลยค่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว เสียงบประมาณเดินทางตั้งเยอะ ฟังชาวบ้านมาทั้งวัน ก็ทำหน้าที่ซะหน่อย..ทดสอบกลิ่น ทดสอบความเนียนของแป้ง แล้วก็ปรึกษาทางวิชาการกันอย่างสนุกสานค่ะ

ก่อนกลับ...เหมือนเดิมค่ะ เราต้องถ่ายรูปเพื่อเตือนใจไว้เสมอว่าเราจะกลับมา..พร้อมสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชน...

 

กระซิบนิดนึงค่ะ ว่าชาวบ้านชอบถ่ายรูปกับฝรั่งมาก ... ดูเป็นหลักฐานทางการกว่าถ่ายกับคนไทยมั้งคะ...แต่ชาวบ้านปลื้มมากนะคะ... เค้ารอเราค่ะ..รอการกลับมา...มาช่วยเค้า..ช่วยชุมชน...ช่วยป่าสาคู..

ติดตามอ่านบันทึกหน้าต่อไปนะคะ...คราวนหน้าจะเล่าให้ฟังว่าหลังจากกลับมาจากพื้นที่พร้อมโจทย์วิจัยแล้ว สถาบันทรัพยากรชายฝั่ง (CORIN) ทำอะไร....บอกใบ้นิดนึง...เราไม่ได้ทำงานตามลำพังค่ะ...อาจารย์และนักศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันค่ะ...อืมมม...เภสัชกับแป้งสาคู!!!! นึกภาพออกมั้ยละคะ...ใบ้อีกนิดนึงว่าเราไม่ได้ทำยาค่ะ มาตามต่อตอนต่อไป หลังจากผู้เขียนกลับจากประชุมที่กรุงเทพฯ อาทิตย์หน้านะคะ

ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ต้นสาคู เป็นต้นไม้ในฝันของผมตอนเด็กครับ อ่านนิยายโรแมนติกเรื่องแปล พระเอกเป็นกลาสีเรือ เรือแตกไปติดเกาะพร้อมนางเอกสูงศักดิ์ ต้องเอาชีวิตรอดและเจอต้นสาคูที่รู้วิธีเอามาทำเป็นอาหาร และพบโจรสลัดที่เอาสมบัติมาซ่อน ต้องสู้กับโจรสลัดอีก สนุกมากอ่านหลายรอบ เลยจำต้นสาคูได้ขึ้นใจ
Ico48
อัมพร (Recent Activities)
22 November 2007 12:35
#2150
  • พี่อ่านเสียจนเพลินพร้อมได้ดูภาพ เหมือนอยู่เหตุการณ์จริงด้วยแหละ
  • ขอบคุณมากค่ะ
Ico48
นู๋นิด [IP: 203.159.3.175]
22 พฤศจิกายน 2550 13:37
#2163

เล่าเรื่องได้สนุก น่าติดตาม

เริ่มจะคล้อยตามแล้วค่ะว่า "วิชาการ" เป็นเรื่องไม่ไกลจากตัวเรา และมีสีสรรไม่แพ้งานอื่น

เข้าใจค่ะว่านักวิจัยไม่ค่อยมีเวลามาเล่าให้คนอื่นฟังอย่างดี แต่ดีใจนะคะที่ได้ฟังการแบ่งปันประสบการณ์สนุกๆ ให้ฟัง

เล่าให้ฟังอีกเยอะๆ นะคะ ...ให้กำลังใจค่ะ

ขอบคุณทุกท่านค่ะ ที่ติดตามอ่าน วันนี้กลับมาถึงที่ทำงานแล้วค่ะ แต่ยังวุ่นวาย เลยไม่ได้เล่าเรื่องสาคูให้ฟังต่อ...แต่ว่าฟังที่อาจารย์P แสดงความคิดเห็นมา เราน่าจะมีเบรคพักฟังนิยายโรแมนติกที่อาจารย์เกริ่นไว้ก็น่าจะดีนะคะ ...พี่อัมพรกับนู๋นิดว่ายังไงคะ??

 

Ico48
[[ddlink]] [IP: 123.153.73.36]
28 กรกฎาคม 2554 17:44
#67004

mouth form a very simple low key hand full of nostalgic retro red and white

Ico48
[[ddlink]] [IP: 123.153.66.137]
01 August 2011 18:27
#67099

sponsor Omega over the years golf in digression although only watch the

Ico48
[[ddlink]] [IP: 101.66.56.129]
24 November 2011 08:16
#72124

Late Digital Indicators Left Blancpain watch industry in China Past and Present

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.237.178.91
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ