นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
Network
Members · Following: 0 · Followed: 0

อ่าน: 4812
ความเห็น: 10

ทันตสุขภาพในเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

บางรายมีฟันผุมากจนเกิดการติดเชื้อที่หัวใจแล้วเสียชีวิตก่อนที่จะได้รับการผ่าตัดหัวใจ และถ้ามีการติดเชื้อที่หัวใจก็จะทำให้ผ่าตัดหัวใจไม่ได้หรือโอกาสเสี่ยงสูงมาก ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากในเด็กกลุ่มนี้จึงสำคัญมาก

ถ้าพูดถึงโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในเด็ก อาจจะนึกถึงภาพของเด็กที่มีภาวะเขียวหรือเหนื่อยง่าย แต่มีใครเคยคิดถึงบ้างไหมว่าปัญหาสุขภาพช่องปากในเด็กกลุ่มนี้จะเป็นอย่างไร ? วันนี้เลยอยากจะเล่าสู่กันฟังในประเด็นทันตสุขภาพในเด็กกลุ่มนี้ครับ

แรงบันดาลใจที่จะเล่าเรื่องนี้เป็นเพราะลูกสาวก็เคยมีภาวะผนังหัวใจรั่วแต่กำเนิด ซึ่งต้องคอยดูแลไม่ให้เกิดการติดเชื้อในหัวใจ เพราะทำให้มีโอกาสเสียชีวิตได้ และแหล่งของการติดเชื้อที่สำคัญและพบมากคือการติดเชื้อจากฟันผุในช่องปาก ที่มีเชื้อโรคมากมาย การดูแลจึงต้องให้ความใส่ใจสุขภาพช่องปากมาก แต่ส่วนใหญ่พ่อแม่จะไม่ค่อยได้นึกถึงเพราะไม่รู้ จะรู้ก็เมื่อแพทย์จะนัดผ่าตัดหัวใจแล้วแนะนำให้มาทำฟันก่อน จึงอยากจะเล่าเรื่องนี้ให้คนที่มีปัญหาเหล่านี้ได้ป้องกันไว้ก่อนครับ

กล่าวโดยย่อๆ คือโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดจะแบ่งตามอาการหลักเป็นกลุ่มที่มีภาวะหอบ เหนื่อยง่ายกับกลุ่มที่มีภาวะเขียว  โดยกลุ่มที่มีภาวะหอบ เหนื่อยง่ายจะเกิดจากการมีเลือดไปที่ปอดมากเกินจนเกิดภาวะน้ำเกินในปอดหรือน้ำท่วมปอด ซึ่งสาเหตุมาจากผนังกั้นหัวใจห้องล่างรั่ว หรือความผิดปกติของเส้นเลือดใหญ่ของหัวใจ อาการของเด็กจะเหนื่อยง่าย กินนมได้ทีละน้อย ต้องหยุดพักเพราะหายใจไม่ทัน หายใจเร็ว หอบจนบางครั้งเห็นซี่โครงยก น้ำหนักตัวจะน้อย และมือเท้าอาจจะซีด/ เย็น เป็นหวัดติดเชื้อระบบทางเดินหายใจบ่อย หัวใจโตจนทำให้หน้าอกนูนเป็นอกไก่ อาจพบลักษณะนิ้วปุ้มคือมีการนูนของเล็บมือ/เท้า ถ้าเป็นนานๆ โดยไม่ได้รักษา บางรายจะเกิดภาวะเขียวตามมาเมื่ออายุมากขึ้น แต่บางรายก็อาจจะหายได้เองโดยไม่ต้องผ่าตัด ขณะที่กลุ่มที่มีภาวะเขียว เกิดจากการมีเลือดไปที่ปอดน้อยกว่าปกติ จากการตีบของเส้นเลือดที่ไปปอดหรือการสลับเส้นเลือดใหญ่ อาการจะเห็นริมฝีปากคล้ำ เป็นมากขึ้นเวลาร้อง หรือเวลาวิ่งเล่น บางรายอาจมีอาการหยุดนิ่งถ้าเหนื่อยเขียวมาก หรืออาจมีอาการเหมือนการชัก และหลายรายที่เวลาเหนื่อยเด็กจะปรับตัวแก้ไขโดยการนั่งยองๆ สักพักก็จะวิ่งเล่นต่อ ส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะต้องได้รับการผ่าตัดซึ่งอาจจะทำการผ่าตัดหลายครั้ง เพราะการผ่าตัดแก้ไขทั้งหมดต้องรอให้เด็กโตแข็งแรงพอที่จะรับการผ่าตัด หลายรายจะได้รับการผ่าตัดย้ายเส้นเลือดบางเส้นให้ไปเลี้ยงที่ปอดมากขึ้นในระยะแรก ผู้ป่วยเด็กทั้งสองกลุ่มจะมีปัญหาที่พ่อแม่ต้องให้การดูแลมาก และการที่เด็กป่วยบ่อยก็มักจะไม่กล้าขัดใจเด็ก อีกทั้งสงสารที่ลูกเกิดมาเป็นแบบนี้เลยไม่อยากขัดใจอยากกินขนมอะไรก็ไม่ห้าม ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดปัญหาในสุขภาพช่องปากมาก บางรายมีฟันผุมากจนเกิดการติดเชื้อที่หัวใจแล้วเสียชีวิตก่อนที่จะได้รับการผ่าตัดหัวใจ และถ้ามีการติดเชื้อที่หัวใจก็จะทำให้ผ่าตัดหัวใจไม่ได้หรือโอกาสเสี่ยงสูงมาก ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากในเด็กกลุ่มนี้จึงสำคัญมาก

ตั้งแต่ช่วงเด็กทารก ซึ่งมีการดูดนมเป็นหลัก หลังการดูดนมต้องเช็ดทำความสะอาดฟันทุกครั้ง คอยสังเกตจุดดำที่ฟันหรือเนื้อฟันที่สีเปลี่ยนเป็นขาวขุ่น อย่าให้เด็กหลับคาขวดนม ให้ดูดน้ำตามทุกครั้ง การทำความสะอาดฟันให้ใช้แปรงเด็กชนิดขนอ่อนพิเศษ ทำความสะอาดให้ทั่ว กรณีที่เด็กได้รับยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดต้องระวังอย่าแปรงแรงจนเหงือกเลือดออก และเลิกกินนมขวดให้เร็วที่สุด สามารถพาเด็กไปพบทันตแพทย์เพื่อค่อยๆ ทำความรู้จักคุ้นเคยกับการมีเครื่องมือในปาก

ช่วงเด็กเริ่มเข้าอนุบาล-ประถม เป็นช่วงที่เริ่มมีการดูการ์ตูน ซึ่งจะมีโฆษณาขนมขบเคี้ยว ขนมซอง ซึ่งส่วนใหญ่เด็กจะติด ดังนั้นให้หลีกเลี่ยงทั้งการดูทีวีช่วงดังกล่าว เพราะนอกจากผลเสียต่อฟันแล้ว บางครั้งจะมีปัญหาจากเกลือที่มีในขนมที่ทำให้ความดันสูง หัวใจเด็กต้องทำงานหนักมากขึ้น และการกินขนมดังกล่าวทำให้เด็กกินอาหารหลักได้น้อยลง ยิ่งเมื่อเกิดฟันผุ ทำให้ไม่อยากกินข้าว บางรายกินแต่นม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกินนมจากขวดแล้วหลับคาขวด ทำให้เกิดฟันผุแบบลุกลามและเกิดปัญหาการขาดสารอาหารร่วมด้วย วัยนี้การทำฟันอาจจะต้องการทันตแพทย์เฉพาะทางสำหรับเด็กเพื่อดูแล หลายรายที่มาหามักจะมีฟันผุทั้งปากซึ่งต้องบูรณะฟันทั้งปากในครั้งเดียว และส่วนใหญ่ต้องมาทำการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลทันตกรรม

ปัญหาที่มักจะเกี่ยวข้อง

1. การป้องกันการติดเชื้อที่หัวใจก่อนการทำฟัน โดยการกิน/ ฉีดยาปฏิชีวนะป้องกันทุกครั้ง และต้องแจ้งประวัติการแพ้ยาด้วย(ถ้ามี) เพื่อเลือกยาป้องกันที่เหมาะสม

2. การดูแลเรื่องการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ/ หวัด เพราะเกิดอันตรายถ้าต้องมีการดมยาสลบเพื่อทำฟัน ซึ่งต้องเลื่อนการรักษาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์

3. ยาประจำตัวของผู้ป่วยที่ต้องนำมาทุกครั้ง เพราะยาบางชนิดทำให้เลือดออกง่ายหยุดยาก บางชนิดต้องกินเพื่อป้องกันหัวใจเต้นผิดจังหวะ รวมถึงกรณีมีประวัติแพ้ยา ต้องขอประวัติให้ชัดเจนและแจ้งแพทย์/ ทันตแพทย์ทราบทุกครั้ง

4. การแก้ไขอาการเขียวในเด็ก บางรายที่เขียวเวลาร้อง ต้องเตรียมออกซิเจนและแจ้งประวัติดังกล่าวให้แพทย์/ ทันตแพทย์ทราบทุกครั้ง ซึ่งบางรายอาจจะต้องทำการรักษาที่โรงพยาบาลจะปลอดภัยกว่า

5. การเลิกนมขวดหรือการหลับคาขวด การพบทันตแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีฟันขึ้น รวมถึงอย่าขู่เด็กด้วยการนำชื่อหมอฟันไปขู่ และต้องปฏิบัติให้ตรงกันทุกคนในครอบครัว (รวมปู่ย่าตายายด้วย เพราะหลายรายที่เกิดปัญหาเพราะผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ)

ก็คงพอจะเกิดประโยชน์บ้างสำหรับผู้ที่สนใจ ถ้าจะสอบถามเพิ่มเติมก็ยินดีครับ

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 11 พฤศจิกายน 2551 11:26 แก้ไข: 11 พฤศจิกายน 2551 11:26 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
natt [IP: 58.9.249.5]
14 ตุลาคม 2553 14:00
#60905

ลูกสาวเป็นโรค TOF ค่ะ

ตอนนี้อายุได้ 10 เดือนแล้วค่ะ

ฟันข้างบนขึ้น 4 ซีก ข้างล่าง 2 ซีก ค่ะ

ฟันข้างบน 1 ซีก มีจุดสีน้ำตาลที่ผิวเคลือบฟัน

ได้ทำการเช็คฟันและเหงือกและระวังมาตลอด แต่ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร 

รบกวนปรึกษาคุณหมอว่าควรพาไปพบทันตแพทย์มั๊ยคะ

Ico48
Dr อ่อน [IP: 192.168.100.112]
14 ตุลาคม 2553 15:13
#60908

อาจจะเป็นเพียงคราบฟันซึ่งบางครั้งแปรงไม่ออกถ้าทิ้งไว้นาน แต่ต้องดูว่ามีปัจจัยอื่นด้วยหรือไม่เช่นยังดูดนมหลับคาขวดหรือไม่

สำหรับการไปพบทันตแพทย์ ถ้าได้ขัดฟันซักเล็กน้อยก็จะช่วยให้ฟันสะอาดขึ้นแต่ต้องแจ้งทันตแพทย์เรื่องโรคหัวใจด้วย กรณีทำฟันที่มีโอกาสเกิดเลือดออกต้องได้รับยาปฏิชีวนะกินก่อนทำฟันหนึ่งชั่วโมง ซึ่งถ้าเด็กให้ความร่วมมือ การขัดฟันก็ไม่เป็นอันตราย

ส่วนโรคหัวใจที่เป็น ตอนนี้ได้ผ่าตัดบ้างหรือยัง อาการเป็นมากน้อยเพียงใดข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการประเมินความเสี่ยงในการทำฟันครับ

Ico48
saranrat [IP: 110.168.108.222]
24 พฤศจิกายน 2553 10:28
#61816

ลูกชายเป็น TOF ลิ้นหัวใจรั่ว เส้นเลือดไปปอดตีบ ตอนนี้อายุได้ 3 ขวบ 3 เดือนแล้ว เพิ่งไปเคลือนฟลูออไรด์มา หมอบอกว่าฟันผุต้องอุด และบางซี่ต้องถอนออก อยากทราบว่า

1. วันที่ 5 ธ.ค.53 นี้หมอนัดไปอุดฟัน หมอบอกว่าไม่ต้องหยุดยา (แอสไพริน) แล้วต้องได้รับยาปฏิชีวนะไหมคะ

2. การถอนฟันสำหรับเด็กต้องฉีดยาชาไหมคะ

ขอบคุณมากค่ะ

Ico48
Dr อ่อน [IP: 192.168.100.112]
24 พฤศจิกายน 2553 11:54
#61817

ต้องได้รับยาปฏิชีวนะครับ โดยจะให้เป็น Amoxycillin 50  mg/ Kg ก่อนรักษา 1 ชั่วโมง

ส่วนการถอนฟันต้องฉีดยาชาแน่นอนครับ แต่ทันตแพทย์จะทายาชาก่อนฉีดเพื่อลดความเจ็บจากการฉีดครับ

Ico48
แม่น้องผักกาด [IP: 182.52.106.48]
22 กุมภาพันธ์ 2555 15:28
#75371

ลูกเป็นโรคหัวใจ แต่ไม่ยอมให้ทำความสะอาดฟัน ฟันจะผุแล้ว จะป็นอันตรายเปล่า จะแก้ไข อย่างไร ปัจจุบันเป้นคนป่วยของ รพ.เด็ก ยังไม่ได้รับการผ่าตัดค่ะ รออายุ และน้ำหนักค่ะ น้องเป็น TOF ค่ะ

Ico48
รัชนก [IP: 110.77.210.189]
31 ตุลาคม 2556 14:51
#94102

ลูกชายอายุ 1.9 ขวบ เป็นโรคหัวจชนิด VSD และได้รับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว มีฟันบนหน้า4ซี่ และล่างที่ตรงกับฟันบน4ซี่ เริ่มพุมีลักษณะเหมือนเป็นหลุมเล็กๆเหมือนเข็มทิ่มลงไปจำนวนมาก ตรงบริเวณที่ฟันติดกับเหงือก พาไปพบทันตแพทย์ ได้เคลือบฟลูออไรด์ให้ และแนะนำให้แปรงฟันเช้าเย็น ก่อนนอน และถามสาเหตุทันตแพทย์บอก อาจเป็นเพราะโรคประจำตัวของลูกที่ทำให้ฟันพุง่าย 1.จริงหรือป่าวค่ะ 2.แล้วการเคลือบฟลูออไรด์สามารถทำได้บ่อยครั้งแค่ไหน ป้องกันอะไรได้บ้าง 3.และต้องไปพบทันตแพทย์ทุกๆกี่เดือนค่ะ

Ico48
Dr อ่อน [IP: 192.168.43.105]
31 ตุลาคม 2556 15:21
#94105

คุณรัชนก

โรคหัวใจที่เป็น อาจทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอก็จะเกิดการผุได้ง่ายครับ การเคลือบฟลูออไรด์ ช่วยได้บ้าง แต่ที่สำคัญคือการแปรงฟันให้ทั่วถึง งดของหวานที่เสี่ยงต่อฟันผุ และไม่ดูดนมหลับคาขวดนมครับ แนะนำให้พบทันตแพทย์เด็กทุก 3 เดือน เพื่อประเมินสภาพฟันผุ ซึ่งการเคลือบฟลูออไรด์ก็จะทำไปในช่วงที่นัดมาตรวจครับ

Ico48
ทิพวรรณ [IP: 49.230.218.22]
10 ธันวาคม 2560 06:27
#107952

ตอนนี้ลูกสาวอายุ 3ปี4เดือน น้ำหนัก6โลค่ะน้องเปนโรคหัวใจชนิดเขียวมีหัวใจสามห้อง และตัวเล็กค่ะน้องฟันผุค่ะหลายซีแต่ยังมายได้รักษาค่ะวันจันทร์จะไปโรงพยาบาลค่ะตอนนี้กังวนมากค่ะอยากทราบค่ะว่าทำฟันจะต้องเตรียมอารายไปบ้างต้องนอนโรงพยาบาลไหม

Ico48
อมั้ล [IP: 223.24.182.8]
10 พฤษภาคม 2561 08:19
#108110

แล้วถ้าน้องไม่สบายด้วยล่ะครับต้องทำยังไง

ตอนนี้น้องอายุ2ปี นน.10กิโลกรัม เป็นโรคหัวใจชนิดเขียว

ฟันผุด้วย ต้องรอให้หายไข้ก่อนหรือป่าว หรือ ไปถอนฟันได้เลยครับ

Ico48
Dr.อ่อน [IP: 1.46.226.176]
10 พฤษภาคม 2561 20:15
#108111

ปกติ ถ้ามีอาการไข้ ก็มีโอกาสติดเชื้อเพิ่มได้ง่าย การมาถอนฟันจึงควรรอให้พ้นภาวะไข้ก่อนครับ แต่เด็กไม่ให้ความร่วมมือต้องใช้วิธีให้ยาสงบประสาทหรือดมยาสลบ ก็ควรให้ปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพิ่มเติมครับ แต่ส่วนใหญ่จะต้องเลื่อนไป 1 เดือนครับถ้าใช้วิธีพิเศษ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.208.159.25
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ