นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1430
ความเห็น: 3

เรียนรู้นั้นเป็นเช่นไร?

งานการเรียนการสอนไม่ได้เป็นงานน่าเบื่อหน่าย แต่เป็นงานที่ท้าทาย อยู่ที่ตัวเราเองจะคิดสร้างสรรค์
  สุข 13 พฤศจิกายน 2552

ว่ากันตามความจริงแล้ว ผมก็จำๆเขามาในเรื่องการสอนแบบเรียนรู้นะครับ

 ตามตำราหลายเล่มที่ผมอ่านมามันก็หลากหลาย แต่เอาล่าสุดที่ได้จากวารสารประชาคมวิจัย กันยายน-ตุลาคม 2552 หน้าที่ 43 บอกว่า การวัดผลการเรียนรู้ ไม่เน้นที่ความรู้ที่ผู้เรียนได้รับ แต่เน้นการวัดผลที่

1.ผู้เรียนได้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาตนเองสู่ความสำเร็จในชีวิตอย่างจริงจัง ประกอบด้วย การโปรแกรมสมอง การสร้างแรงบันดาลใจ การตั้งเป้าหมายชีวิต การวางแผนชีวิต การดำเนินการตามแผน ผลการปฏิบัติตามแผนชีวิต

2. ผู้เรียนมีพฤติกรรมที่แสดงถึงคุณลักษณะและคุณธรรมแห่งความสำเร็จ 18 ประการ เป็นหลักรายวิชาการพัฒนาชีวิตสู่ความสำเร็จ มุ่งให้ผู้เรียนมีพลังในตนเอง มีความมุ่งมั่นกระตือรือร้น ขยันขันแข็ง อดทน ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ด้านการเรียน ด้านสุขภาพและใจ ด้านครอบครัว ด้านสังคม ด้านการทำงานและอาชีพเป้าหมาย โดนอาศัยคุณลักษณะและคุณธรรมแห่งความสำเร็จ 18 ประการ ดังนี้

o      กำหนดเป้าหมายสำคัญที่แน่นอน

o      มีความเชื่อมั่นในตนเอง

o      มีนิสัยประหยัดอดออม

o      มีความคิดริเริ่มและการเป็นผู้นำ

o      มีจินตนาการ

o      มีความกระตือรือร้น

o      มีการควบคุมตนเอง

o      ขยันขันแข็ง อดทน

o      มีบุคลิกภาพที่ดี

o      มีความคิดถูกต้องเที่ยงตรง ซื่อสัตย์ ยุติธรรม

o      มีจิตใจจดจ่อ

o      มีความสามัคคี

o      ใช้ความล้มเหลวเป็นบทเรียน

o      มีความใจกว้าง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

o      รักเพื่อนมนุษย์ ช่วยเหลือสังคม

o      ใช้กฎทองคำ อยากให้เขาทำอะไรให้เรา ให้เราทำสิ่งนั้นกับเขาก่อน

o      ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง และลักษณะนิสัยที่ไม่ดี

o      กตัญญูต่อพ่อแม่ ต่อผู้มีพระคุณ และต่อแผ่นดิน 

ผมอ่านแล้วเดาๆว่า สงสัยนักวิชาการการศึกษาเขียนแน่เลย เอกสารประเภทนี้ เพราะผมคงบอกได้เลยว่าหากให้ผมวัดผลในทำนองนี้ ผมคงทำการวัดผลไม่ได้แน่ๆ โอ! นักศึกษา 60 คน วัดกัน 18 ด้าน แต่ละด้านต้องการคำนิยามที่ชัดเจนเพิ่มเติมอีกมาก ผมว่ามันน่าจะล้มเหลวตั้งแต่เขียนออกมาแล้วครับ 

ผมริเริ่มที่จะเปลี่ยนวิธีการสอนไปที่ละเล็กละน้อยจะดีกว่า และได้ทำไปแล้วครับ

 การทดลองแบบมั่วๆ ของผมเริ่มจากการแบ่งกลุ่มนักศึกษาออกเป็น 4 กลุ่มครับ เรียกตามชื่ออันเก๋ไก๋ที่มาจาก สุนทรียสนทนาว่า กระทิง อินทรี หนู และหมี 
ผมต้องการให้นักศึกษามีส่วนร่วมในชั้นเรียน โดยการตั้งคำถามให้กลุ่มช่วยกันยกมือตอบ กลุ่มไหนยกมือเร็วได้ตอบก่อน และให้คะแนนเป็นกลุ่ม มีการแข่งกันยกมือครับ แต่ 2 สัปดาห์ผ่านไป ผู้ยกมือจะเป็นคนหน้าเดิมๆ (เอาน่า อย่าเพิ่งไปหวังอะไรมาก ดูแล้วชั้นเรียนยังสนุกอยู่ กะๆเอาว่าสนใจที่จะฟังผมพูดมากขึ้นก็แล้วกัน ค่อยไปดูผลตอนการประเมินปลายเทอมก็แล้วกัน)
 ประเด็นที่สอง ผมลอกมาจากคุณ wwibul และอาจารย์ไร้กรอบ คือบอกให้นักศึกษาแต่ละกลุ่ม ช่วยออกข้อสอบพร้อมเฉลยมากลุ่มละ 10 ข้อ บอกด้วยว่า คะแนนอยู่ที่ความสมเหตุสมผลของข้อสอบ ถ้าง่ายไปจะไม่ให้คะแนนนา และต้องมีเหตุผลระบุเป้าหมายข้อสอบแต่ละข้อด้วย บอกไปอีกว่า ผมอาจจะเอาข้อสอบนี้มาออกในอีกรูปแบบหนึ่งก็ได้ เพื่อให้สมาชิกในกลุ่มมีความเข้าใจที่มาที่ไปของข้อสอบ มากกว่าจะจำเฉลยเอาไว้ก่อนเข้าสอบ 
บันทึกไว้กันลืมก่อนครับ ถ้าวัตถุประสงค์ไม่ใช่การวัดความรู้ แต่เป็นการวัดผลหรือพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เปลี่ยนไป ผมก็เดาว่ามันน่าจะพอใช้ได้นา
 งานการเรียนการสอนไม่ได้เป็นงานน่าเบื่อหน่าย แต่เป็นงานที่ท้าทาย อยู่ที่ตัวเราเองจะคิดสร้างสรรค์ ผมยังคิดว่าตัวเองเป็น เคน-ธีรเดช (ครูกุ๊ก) เวลาอยู่หน้าชั้นเรียนเลยครับ (ฮา...........) 

ผม..เอง

 
หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 13 พฤศจิกายน 2552 15:45 แก้ไข: 13 พฤศจิกายน 2552 15:48 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
wwibul (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
14 พฤศจิกายน 2552 22:51
#50836
  • มาเชียร์ครับ
  • ผมเองใช้สูตรว่า ฟังบรรยาย 1 ชั่วโมง ออกมา 1 ข้อ ต่อคน
  • เจอปัญหาว่า บางคนไม่มีพัฒนาการ ไปลอกของเพื่อนมา
  • ก็ได้เห็นตัวจริงของนักศึกษาในอีกมุม
  • ส่วนตัวแล้ว ผมกลัวอย่างเดียวว่า การกำหนดงานกลุ่มที่ใช้ความคิดเข้มข้น อาจมีกรณีที่สมาชิกกลุ่มบังคับให้ขาประจำที่ยกมือตอบ เป็นผู้ออกข้อสอบหมด จะทำให้การเรียนรู้รายคน ไม่เกิดขึ้นอย่างที่หวัง
  • ผมมีความสุขกว่าที่จะเห็นเขาออกข้อสอบร้าย ๆ มาแบบเป็นตัวของตัวเอง ไม่ไปเที่ยวลอกข้อสอบของเพื่อนมา (โดยข้อสอบของเพื่อน ก็อาจร้าย ๆ ไม่แพ้กัน)
  • ฉบับร่างของการกำนดให้นักศึกษาออกข้อสอบที่ผมมองว่า ลงตัวสำหรับผมที่สุดตอนนี้คือ
  1. หนึ่งคน หนึ่งชั่วโมง ไม่เกินหนึ่งข้อ (ดูความเหมาะสมจากขนาดชั้นเรียน)
  2. ระบบคะแนนโหดสำหรับการลอกเพื่อนและการให้เพื่อนลอก
  3. เป็นระบบที่เน้นให้นักศึกษามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสมองในกระบวนการเรียนรู้ แม้ออกข้อสอบร้าย ๆ มา คะแนนก็จะให้แบบผ่อนปรน  แต่จะไม่ได้เต็ม - ถ้าออกดี จึงจะให้เต็ม
Ico48
wwibul (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
14 พฤศจิกายน 2552 22:57
#50837
  • ลืมไปอีกประเด็นครับ
  • เกณฑ์ 18 ข้อ ถ้าใช้กับนักศึกษา 100 คน เห็นแล้วต้องอุทานว่า โอ.... (อึ้ง บรรยายไม่ถูก)
  • ให้ผู้สอนประเมินแบบตามจริง สอน 1 ชั่วโมง ใช้เวลาในการประเมิน 100 ชั่วโมง ไม่รู้จะเสร็จไหม
  • ให้ผู้สอนประเมินแบบโกหก ก็เท่ากับให้ส่งเสริมให้อาจารย์ไม่มีจริยธรรมในการสอน
  • เห็นแล้วปวดใจครับ

ขอบคุณคุณ wwibul ครับ

ผมว่าจะลองปรับไปเรื่อยๆ แบบตัวเองก็ได้รับการเรียนรู้เช่นกัน ว่าอะไรคือจุดที่เหมาะสมพอประมาณ

ผมยังไม่รู้ว่า นศ.จะรับได้หรือไม่กับวิธีการสอนของผมแบบนี้ กะว่าจะรอ feedback ตอนสิ้นเทอม Project นี้คงเป็นระยะยาวครับ

ตอนนี้ปรับไปนิดนึงแล้ว ผมบอกว่านศ.ที่ตอบมากๆนะหยุดได้แล้ว ผมมีลิมิตให้เพียง 5 คะแนนต่อคนเท่านั้น ก็คงต้องรอผลอีกต่อไปนะครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.232.62.209
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ