นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1977
ความเห็น: 6

เร็ว เร็ว และเร็ว คือวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่

ช่องทางการเอาตัวรอดของการศึกษาไทยคือ คงต้องแสดงจุดขายของ first hand knowledge ให้มากขึ้น และเปลี่ยนรูปแบบการสอนเป็นการเรียนรู้แทน
  เช้านี้ (6 ม.ค. 2553) ผมนั่งกินมื้อเช้าที่ร้านน้ำชาเล็กๆ ระหว่างทางที่มาม.อ. ซึ่งปกติหากผมอยู่คนเดียว ร้านเล็กๆก็เป็นร้านที่ผมชอบนั่ง เพราะผมจะได้ใกล้ชิดและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนไทยในค่าเฉลี่ยไปด้วย (ผมถือว่าวิถีชีวิตของคน ม.อ. เป็นชนชั้นสูงนะครับ) 
ก็มีหนังสือพิมพ์ให้อ่านนะครับ แรกๆก็สนใจคอลัมน์งานวิจัยที่ไม่ต้องการให้ขึ้นหิ้ง และอ่านเปะปะไปเจอ คอลัมน์ที่บอกว่า สื่อสิ่งพิมพ์ จะมีอายุเหลืออีกเท่าใด ซึ่งคนในวงการสิ่งพิมพ์เริ่มคุยกันถี่ขึ้นแล้ว เพราะอินเตอร์เน็ตและวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้เขียนซึ่งเป็นนักหนังสือพิมพ์อาวุโสตอบว่าน่าจะเหลืออีก 30 ปี ตามอายุขัยของคนอายุ 40 up ที่ยังคุ้นชินกับสิ่งพิมพ์ และคงบริโภคไปจนหมดอายุขัย
 เขาบอกว่า วัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่คือ ทำเร็ว อ่านเร็ว คิดเร็ว ไม่สนใจในอรรถรสและความลึกซึ้งครับ 
ผมเอามาคิดต่อว่าจริงหรือเปล่า ก็คิดได้ว่าคงมีส่วนเป็นจริงในเปอร์เซ็นต์ที่สูง ร้านสะดวกซื้อขายอาหาร fast food ที่ผมเห็นว่ารสชาติกลางๆ ไม่อร่อย ราคาไม่ถูก แต่กินได้ (ผมก็กินอยู่บ่อยๆ)  และขยายชนิดอาหารอยู่ตลอดเวลา เหตุผลที่ผมซื้อกินก็พราะว่า ผมรีบ มีเวลาน้อย ซื้อปุบขับรถไปพอติดไฟแดงก็หยิบมากัดมาเคี้ยว พอถึงที่หมายก็หมดพอดี (ฮา..)
 คนรุ่นใหม่จะรู้มากมาย รู้กว้าง แต่อาจไม่รู้ลึกซึ้ง เมื่อเช้าผมเข้าไปสอนก็บอกนักศึกษาว่า จริงๆแล้วมีอาจารย์อินเตอร์เน็ตที่เก่งกว่าผมมากมายนะ แต่สิ่งที่สังคมยังต้องการอยู่คือใบผ่านทาง(ปริญญาบัตร) ซึ่งหากอินเตอร์เน็ตออกใบปริญญาให้ได้และสังคมรับรอง ผมก็คงต้องตกงานแน่นอน (ฮา..) 
ผมไม่ได้บอกอย่างประชดประชันนะครับ ผมรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ผมรู้สึกว่าในอินเตอร์เน็ตมีความรู้มากมาย เมื่อก่อนผมมองประเด็นการจัดจำหน่ายหนังสือเป็นสำคัญ ผมเคยส่งตำราผมไปให้สำนักพิมพ์จุฬาฯดู แต่บังเอิญรายวิชาซ้ำกับหนังสือที่อาจารย์จุฬาฯแต่งขายอยู่เขาก็บอกว่านโยบายเขาสนับสนุนอาจารย์จุฬาฯ ผมก็ยอมรับในนโยบายนี้และเอามาให้คณะพิมพ์แทน ผมไม่ได้หวังเรื่องค่าตอบแทน แต่ผมรู้ว่าหากพิมพ์โดยคณะ หนังสือผมก็จำกัดการจำหน่ายอยู่ที่ ม.อ.นี้เท่านั้น แต่ในปัจจุบันนี้ ผมคงไม่สนใจสำนักพิมพ์แล้ว เพราะผมอาจจัดทำเป็น e-book แทนได้ เพราะสิ่งที่ผมต้องการ คือ ให้หนังสือสามารถใช้ประโยชน์ในวงกว้างมากกว่าผลตอบแทน
 ผมคิดต่อนะครับ หากวัฒนธรรมของนักศึกษาเปลี่ยนไปจริง การสอนของเราในปัจจุบันจะต้องปรับเปลี่ยนไปอย่างไร ที่นึกออกในตอนนี้ คือ การหาจุดอ่อนของอาจารย์อินเตอร์เน็ต ว่า 1. เป็นองค์ความรู้แบบ second hand knowledge 2. เป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีตัวช่วย อันไม่ใช่วัฒนธรรมของคนไทย ดังนั้นช่องทางการเอาตัวรอดของการศึกษาไทยคือ คงต้องแสดงจุดขายของ first hand knowledge ให้มากขึ้น และเปลี่ยนรูปแบบการสอนเป็นการเรียนรู้แทน 
นี่คือความท้าทายใน PMQA ของมหาวิทยาลัยนะครับ การต้องเปลี่ยนรูปแบบการสอนและเรียนรู้ โดยทั่วไปก็อาจมีเสียงว่า ทำไมอาจารย์จะต้องเปลี่ยน นักศึกษาต้องการความรู้ก็ปรับรูปแบบการเรียนรู้มาหาอาจารย์ซิ ผมก็เข้าใจปัญหาตรงนี้นะครับ มหาวิทยาลัยเอกชนก็เคยเจอปัญหาแบบนี้ นักศึกษาพื้นฐานไม่แข็งแรง ออกข้อสอบมาตรฐานก็มีการสอบผ่านน้อย เด็ก/ผู้ปกครองเด็กก็โวย และส่งผลถึงอัตราการจบน้อยและอัตรานักศึกษาเข้าเรียนใหม่น้อย ต้องพยายามแก้โดยหาทางช่วยให้นักศึกษาสอบผ่านมากขึ้น เพราะผู้บริหารต้องการให้เป็นอย่างนั้น ม.อ.เราก็เจอปัญหานี้ ต้องเพิ่มโครงการต่างๆมากมายเพื่อให้นักศึกษาสามารถเรียนได้จบมากขึ้น โครงการติว โครงการพี่สอนน้อง อะไรต่างๆ ซึ่งต้องใส่แรงงานและความพยายามลงไปมากขึ้นทุกปีทุกปี แล้วเราจะยืนหยัดสู้กับวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่ได้นานอีกเพียงใด?
 ผมปรับเปลี่ยนแล้วครับ ผมไม่พยายามเอาความรู้อันมหึมาที่ล้าสมัยไปยัดใส่สมองนักศึกษาอีกแล้ว ผมสอนเนื้อหาน้อยลง แต่ไปเน้นๆที่ให้เขาได้คิดเองมากขึ้น บางบทเรียนที่อ่านเองได้ ก็บอกให้ไปอ่านเอง คุยกันเรื่องการเชื่อมโยงความรู้กับชีวิตจริง เล่าประสบการณ์จริงสัพเพเหระให้นักศึกษาฟัง วิจารณ์แนวทางการใช้ชีวิตหลังมหาวิทยาลัยให้ฟัง ก็ไม่รู้ว่าได้ผลเพียงใด คงต้องรอการประเมินผลเมื่อจบภาคเรียนนี้ก่อนครับ 
แต่ผมยังบอกนักศึกษาอยู่นะครับว่า
 "อันความรู้ รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิด จะเกิดผล" ยังคงใช้ได้ดีอยู่ครับ 

ผม..เอง

 
created: 06 January 2010 17:50 Modified: 06 January 2010 17:50 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
น้องอิน [IP: 192.168.100.112]
06 January 2010 20:30
#52787

เข้ามาแอบอ่านบทความของอาจารย์หลายครั้งแล้ว

แต่ไม่เคยเม้น

อันนี้กินใจเลยขอหน่อย เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

วันนี้ผมก็นั่งคิดเรื่องนี้เหมือนกันครับ

 บังเอิญว่าช่วงเที่ยงมีโอกาสนัดเพื่อนที่กระจายทำงานกันอยู่ในวิทยาเขตมาทานข้าว

 กลับมาก็นั่งคิดว่า อีกประมณ 10 ปีข้างหน้า คนเหล่านี้จะมีอายุอยู่ในระนาบ 40 และก็จะเริ่มมีคนที่กลายเป็นผู้บริหารระดับกลาง

 และด้วยความที่อยู่กับในมหาวิทยาลัยกับนักศึกษา (พร้อมกับที่ตัวเองก็เป็นนักศึกษา) ก็ตระหนักอย่างหนึ่งว่า เมื่อคนเหล่านี้ต้องเจอกับผู้มาใหม่ (พนักงานใหม่  new commer ขององค์กร) ซึ่งก็น่าจะเป็น นักศึกษามัธยมปลาย-ปริญญาตรี 

ในขณะที่ผมและเพื่อน ๆ โตมาในสังคมที่อาศัยเครือข่ายผู้คนและหมู่เพื่อนและเทคนิกการบริหารในการทำงาน

เด็กรุ่นใหม่จะโตมาในเครือข่ายเสมือนจริงและการจัดการผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (ถ้าสังเกตุให้ดี เด็กนักศึกษาสมัยนี้จะไม่พยายามไปต่อแถวที่ธนาคาร เพราะใช้ระบบ Internet Banking กัน ไม่ต้องต่อแถวจองวิชาลงทะเบียน เพราะใช้ระบบ online ทั้งหมด) 

ปัญหาที่ผมคิดว่าคนสองรุ่นนี้จะเจอแน่ ๆ คือ ระบบคิดในการบริหาร  ในขณะที่คนรุ่นผมจะไม่เคร่งครัดต่อการสร้างกฎตายตัว (เช่น บอกว่าให้ PMQA วันที่ 5 แต่ถ้ามีปัญหา ก็โทรมาขอส่งวันที่ 6 ก็ได้)  เพื่อให้การจัดการปัญหามีความยืดหยุ่น

เด็กในรุ่นนี้ จะต้องการระบบที่รวดเร็วที่สุด สะดวกที่สุด และเชื่อถือได้ในตัวของมันเองมากที่สุด (ระบบเดียวกับที่สามารถใช้เมาท์จิ้มคอมพ์เพื่อโอนเงินได้วันละไม่เกินสองแสน) ดังนั้น ถ้าระบบบอกว่าส่งออนไลน์มาภายในวันที่ 5 พอพ้นเที่่ยงคืน ระบบก็จะปิดตัวเอง และ....... คนส่งช้าก็จะกลายเป็นคนอีกพวกหนึ่งไปเลย

 

อันนี้คิดเล่น ๆ หลังทานข้าวเที่ยงน่ะครับ

ประเด็นที่คุณนักเรียนห้องสันติศึกษากล่าวมาน่าสนใจมากครับ

ผมยังเชื่อว่าหากระบบเคร่งครัดจริง เช่น 24.00 น. ระบบปิด มนุษย์ก็หาทางออกได้เสมอ คือต้องส่งทันเวลา เพียงแต่คุณภาพจะเป็นอย่างไรนั้นอีกประเด็นหนึ่ง

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเพื่อความอยู่รอดได้นะครับ เหมือนประเด็น"ฆ่าวัวตัวนั้นเสีย"ที่ท่านที่ปรึกษาสุรพล อารีย์กุลส่งมาให้นะครับ

Ico48
wwibul (Recent Activities)
07 January 2010 13:41
#52798
  • อ่านเรื่อง "ฆ่าวัวตัวนั้นเสีย"แล้วทำให้นึกถึง simulated annealing algorithm ในการทำ optimization เลยครับ
  • "ต่อให้มีพัฒนาการน่าพอใจ ก็ควรหัดทิ้งความเคยชินเก่าไปตั้งต้นใหม่หมดเสีียบ้าง" 
  • การนำความรู้อันมหึมาที่ล้าสมัยไปยัดใส่สมองนักศึกษา เป็นสิ่งที่เราคงต้องหัดฝืนความเคยชิน ไปลองวิธีใหม่ ๆ บ้าง อาจยังมีวิธีที่ดีกว่าเดิมมากรอเราอยู่
  • มองไปข้างหน้าอีก 30 ปี ถามตัวเองเล่น ๆ ดูว่า "งาน" ในความหมายที่เรารู้จัก ยังเหลืออะไรบ้างให้มนุษย์ทำ
  • คิดว่า คงเปลี่ยนไปไม่น้อย
  • ทักษะอะไรบ้าง ที่จำเป็นเมื่อถึงเวลานั้น ที่เราควรยัดใส่สมองนักศึกษา แทนความรู้อันมหึมานั้น ?
  • ปีนี้ที่ภาควิชา เริ่มปรับบาง lab เป็น PBL เป็นปีแรก ผมคิดว่า เห็นการก้าวกระโดดในวิธีคิด อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นมือใหม่ ด้านที่ยังล้มเหลว ก็มี ด้านที่น่าประทับใจ ก็มี
  • แต่ยังคิดว่า มีรูปแบบแปลก ๆ ให้ลองได้อีกเยอะ ขอเพียงแต่กล้าคิด และอยากทำ...
Ico48
p a m a d a (Recent Activities)
07 January 2010 16:38
#52812

สวัสดีค่ะน้าป้อม
พามไม่ได้เข้ามาในแชร์นานมากกกกกกกก

เข้าเรื่องว่า บางอย่างมันเร็วได้ ก็ดีอ่ะค่ะ
แต่บางอย่าง ช้าไปบ้างก็น่าจะดีกว่า

อย่างเรื่องของการเรียนการสอนที่น้าป้อมว่าเน้นให้เด็กได้คิด ....เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ เพราะเด็กเดี๋ยวนี้ มันต้องจำอะไรต่ออะไรเยอะมากกกกกก มากจนบางที มานั่งคิดว่า ทำไมต้องรู้เรื่องนี้ด้วยล่ะเนี่ย

วันก่อนคุยกะแม่ติ๋มค่ะ ^^ ว่าน่าจะสอนให้เด็กคิดในเชิงลึก มากกว่าคิดแบบกว้างๆ รู้เรื่องเรื่องเดียว แต่ให้ลึกซึ้ง ไม่ใช่เป็นเป็ด ที่จะว่ายน้ำก็พอไหว บินก็พอได้

ในความเห็นพามเอง พามว่าน่าจะเริ่มสอนสิ่งที่เป็นประสบการณ์ควบคู่ไปกับความรู้ที่ใช้ได้จริงตั้งแต่เด็กๆ ยิ่งเด็กน่าจะยิ่งดีค่ะ แต่นั่นหมายถึง พ่อแม่ต้องพร้อมที่จะสอน และมีวิชาในการสอนมากพอสมควร(วิชาในที่นี้ หมายถึง ทั้งประสบการณ์ ทั้งความรู้ และความเข้าใจในชีวิตและธรรมชาติ)

ยิ่งพูดยิ่งยาว 555555.... ไม่จบง่ายล่ะค่ะเรื่องนี้

สรุปง่ายๆ คือให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล เหมือนที่น้าป้อมว่า เห็นด้วยมากๆ เลยล่ะค่าาา ^^

Ico48
ยาดม (Recent Activities)
11 January 2010 12:46
#52884

   อ่านเรื่องนี้แล้วมาลองกลับหัว   อะไรคือสิ่งที่คนรุ่นใหม่สนใจและต้องการเชี่ยวชาญ  แล้วเนื่อหาของหลักสูตรตอบสนองได้หรือไม่    บทบาทครูจะนำไปสู่ความเชี่ยวชาญที่เขาต้องการได้อย่างไร  

         ชีวิตเลือกได้สำคัญที่เรากล้าเผชิญกับสิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้น  และหลุดพ้นจากความเคยชินเดิมๆเพียงใด

     ทดลองและเรียนรู้คือบทพิสูจน์ 

                     กล้าเผชิญ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.74.184
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ