นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
Ico64
รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 6

อ่าน: 1663
ความเห็น: 1

สายตรงคณบดี: บทบาทของสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยในการประชุมวิชาการของ ทปอ. เรื่อง “บทบาทของสภาวิชาชีพที่มีต่อการรับรองหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา”

สภาคณบดีวิศวฯ เตรียมประชุมเรื่อง บทบาทของสภาวิชาชีพที่มีต่อการรับรองหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน

สายตรงคณบดี: สื่อสารบทบาทของสภาคณบดีแก่สมาชิกสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยและประชาคมวิศวฯ ม.อ. เรื่อง “บทบาทของสภาวิชาชีพที่มีต่อการรับรองหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา”

คณบดีคณะวิศวฯ ม.อ. ในฐานะประธานสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศสมัยที่ 35 ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของสภาวิชาชีพที่มีต่อการรับรองหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จึงขอนำเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนทางวิศวกรรมศาสตร์ของเรา มาเล่าสื่อสารให้กับประชาคมวิศวฯ ม.อ. และสมาชิกสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยทั้ง 60 สถาบันได้รับทราบใน 2 ประเด็นคือ 1).ที่มาของคณะทำงานฯ และ 2). บทบาทของสภาคณบดีและการเตรียมการที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียดในแต่ละประเด็น ดังนี้ครับ

1. ที่มาของคณะทำงานฯ

ประเด็นเรื่องบทบาทของสภาวิชาชีพที่มีต่อการรับรองหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษาเป็นประเด็นที่สำคัญโดยเฉพาะในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ของเรา ที่มีประเด็นความไม่เข้าใจกันระหว่างสภาวิชาชีพและสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยมาช้านาน ที่ประชุม ทปอ. เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2555 ได้พิจารณาบทบาทของสภาวิชาชีพที่มีต่อการรับรองหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่ง ทปอ. เห็นว่า การที่สภาวิชาชีพได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อมาตรฐานของหลักสูตร โดยอาจจะพิจารณาถึงเนื้อหาและรายวิชา จำนวนหรือสัดส่วนของอาจารย์ รวมไปถึงคุณภาพและมาตรฐานของห้องปฏิบัติการต่างๆ นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียคือ

ข้อดี: เป็นการช่วยทำให้หลักสูตรวิชาชีพมีคุณภาพได้มาตรฐาน
ข้อเสีย: ทำให้สถาบันการศึกษาไม่สามารถปรับปรุงหลักสูตรให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับความต้อการ ของสังคมได้

ทปอ. จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของสภาวิชาชีพที่มีต่อการรับรองหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา ขึ้น โดยมี ผศ.ดร.ประเสริฐ คันธมานนท์ รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นประธานคณะทำงานฯ และมีผู้แทนมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับสภาวิชาชีพซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 14 กลุ่มวิชาชีพ เป็นคณะทำงาน
โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สภาวิชาชีพมีบทบาทที่เหมาะสมในการรับรองมาตรฐานของหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาซึ่งบทบาทดังกล่าวไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตรใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความก้าวหน้าในทางวิชาการและความต้องการของสังคม

2. บทบาทของสภาคณบดีและการเตรียมการที่เกี่ยวข้อง

ในส่วนของกลุ่มวิชาชีพวิศวกรรมศาสตร์ นั้น คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะประธานสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย สมัยที่ 35 ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานชุดนี้ และได้มีการประชุมคณะทำงานดังกล่าวไปแล้ว 2 ครั้งครับ กลไกหนึ่งที่ ทปอ. ดำเนินการเพื่อหาข้อสรุปและสร้างความร่วมมือที่ดีระหว่างสภาวิชาชีพกับสถาบันอุดมศึกษาคือ การจัดประชุมวิชาการของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ประจำปี 2555 เรื่อง “บทบาทของสภาวิชาชีพที่มีต่อการรับรองหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา” ขึ้นในวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2555 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทกระบวนการ ปัญหา แนวทางการแก้ไข ความร่วมมือ และหาข้อสรุปร่วมกันในการรับรองหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา
2. สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของสภาวิชาชีพที่มีต่อการรับรองหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา
3. นำเสนอข้อสรุปและยุทธศาสตร์ในการดำเนินการของมหาวิทยาลัย

ซึ่งรูปแบบของการจัดประชุมวิชาการในครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 วัน และมีกำหนดการ/สาระของการประชุมในแต่ละวันโดยย่อดังต่อไปนี้ครับ

วันแรก: 12 พ.ย. 2555

ช่วงเช้า 8.30-12.00 น.

ช่วงแรก: เป็นการปาฐกถาพิเศษ ในประเด็น กฎหมายใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับ การทำงานร่วมกันระหว่างสภาวิชาชีพกับสถาบันการศึกษา ซึ่งได้มีการร่างแล้วและกำลังจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดย ทปอ. จะเรียนเชิญ ท่านมีชัย ฤชุพันธ์ มาให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมครับ

ช่วงที่สอง จะเป็นการเสวนาใน 2 ประเด็นหลักๆ คือ 1. เกณฑ์/กระบวนการการรับรองหลักสูตร ระหว่าง สกอ. กับ สภาวิชาชีพ ว่าควรมีขั้นตอนอย่างไร 2. แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการทำงานร่วมกันระหว่างสภาวิชาชีพกับคณะวิชา/สาขา/หลักสูตร เพื่อพัฒนานักศึกษาให้ได้ผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย ในการเสวนาในช่วงนี้ ทปอ. จะเรียนเชิญ ตัวแทนจาก สกอ. สภาวิชาชีพที่มี Best Practice ในการทำงานร่วมกับคณะวิชา และ ผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับอุดมศึกษาและวิชาชีพ มาร่วมเสวนาหาแนวทางที่เหมาะสม สำหรับการทำงานร่วมกันระหว่าง สกอ. สมศ. สภาวิชาชีพ และ สถาบันอุดมศึกษา

ช่วงบ่าย: 13.00-16.40 น.

ช่วงบ่าย: แบ่งกลุ่มตามกลุ่มวิชาชีพ 14 กลุ่ม เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการ ปัญหา แนว ทางการแก้ไข ความร่วมมือและหาข้อสรุปร่วมกันในการรับรองหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา

สำหรับในกลุ่มวิชาชีพวิศวกรรมศาสตร์ นั้น ที่ประชุมสามัญสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย สมัยที่ 35 ครั้ง 2 เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2555 ที่ผ่านมา ได้ เตรียมการในการจัดประชุมกลุ่มย่อยนี้โดย ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่างๆไปแล้วดังนี้

1. เสนอรายชื่อประธานและเลขานุการกลุ่ม ดังนี้
ประธานกลุ่ม: รศ.ดร.จรัญ บุญกาญจน์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม. สงขลานครินทร์
เลขานุการ คนที่ 1. รศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมแกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง
เลขานุการ คนที่ 2. รศ.ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม. นเรศวร

2. เสนอรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องจากสภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สกอ. สภาอุตสาหกรรม สมาคมวิชาชีพ และ ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา รวม 23 ท่าน

3. เสนอชื่อคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์จำนวน 40 ท่าน

โดยประธานสภาคณบดี ได้นำเสนอรายชื่อทั้งหมดที่จะเรียนเชิญเข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อยในกลุ่มวิชาชีพวิศวกรรมศาสตร์ให้กับ ทาง ทปอ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับประเด็นในการประชุมกลุ่มย่อยนั้น ทาง ทปอ. ให้ทางประธานกลุ่มย่อย ไปกำหนดประเด็นต่างๆ ที่จะระดมความคิดเห็นในวันนั้นเองครับ ซึ่งนอกจากจะประเด็นหลักเรื่องกระบวนการ ปัญหา แนวทางการแก้ไขปัญหา ความร่วมมือระหว่างสภาวิชาชีพกับคณะวิชา/สถาบันการศึกษาแล้ว ทาง ทปอ. ขอให้กลุ่มย่อยระดมความคิดเห็นในเรื่องหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนที่เตรียมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในกลุ่มย่อยด้วยครับ

ซึ่งในส่วนนี้ ทางสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยของเราได้เตรียมการเรื่องนี้ไว้แล้วโดยได้มีกำหนดการประชุมสามัญสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย วาระพิเศษ เพื่อเตรียมการจัดประชุมกลุ่มย่อยนี้ในวันที่ 25 ตุลาคม 2555 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ เราก็คงจะได้กำหนดประเด็นต่างๆ ที่จะให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ทั้ง สภาวิศวกร สกอ. สมศ. วสท. สมาคมวิชาชีพต่างๆ สภาอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ของประเทศไทย และอาจจะต่อยอดประเด็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ AEC ที่เราได้หารือร่วมกันไปบ้างแล้วในการประชุมที่ ม.สงขลานครินทร์ เมื่อ 15 ก.ย. 55 ที่ผ่านมาด้วย

ดังนั้นเพื่อให้การประชุมกลุ่มย่อย กลุ่มวิชาชีพวิศวกรรมศาสตร์ในที่ประชุมวิชาการของ ทปอ. บรรลุผลและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการของสมาชิกสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ทุกสถาบัน ผมจึงขอเรียนเชิญสมาชิกสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยทั้ง 60 สถาบัน ร่วมประชุมสามัญสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประไทย วาระพิเศษ ในวันที่ 25 ตุลาคม 2555 ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยพร้อมเพรียงกันนะครับ ทั้งนี้หนังสือประชุมที่เป็นทางการจะส่งถึงท่านคณบดีทุกท่านต่อไปครับ

ช่วงเย็น: 17.00-19.30: งานเลี้ยงรับรอง


วันที่สอง: 13 พ.ย. 2555

ช่วงเช้า: 9.00-12.00 : เป็นช่วงที่สำคัญคือเป็นการนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย ที่ได้มีการประชุมระดมความคิดเห็นกันในวันแรกครับ

ผมเองได้เรียนถามท่านประธานคณะทำงานฯ ว่า Outcome ของการประชุมวิชาการครั้งนี้สุดท้ายแล้วจะเป็นอย่างไร ผลจากการประชุมกลุ่มย่อยนี้จะนำไปสู่การปฏิบัติหรือไม่อย่างไร ท่านประธานคณะทำงานฯได้แจ้งว่า การทำงานครั้งนี้เป็นการทำงานในนามของ ทปอ. เมื่อ ทปอ. ได้ข้อสรุปจากการประชุมกลุ่มย่อยในแต่ละกลุ่มวิชาชีพแล้ว ก็จะนำผลสรุปจากการประชุมครั้งนี้เสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สกอ. สมศ. สภาวิชาชีพ และ สถาบันการศึกษา ซึ่งการขับเคลื่อนเรื่องบทบาทของสภาวิชาชีพที่มีต่อการรับรองหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษาในนาม ของ ทปอ. ก็น่าจะมีพลังในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้ กระผมในฐานะประธานสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยสมัยที่ 35 ซึ่งมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ร่วมกับสมาชิกสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ทั้ง 60 สถาบัน และกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับสาขาและวิชาชีพทางวิศวกรรมศาสตร์ ต้องขอขอบคุณ ทาง ทปอ. ที่จัดให้เกิดการพูดคุยระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ครับ และถ้าทุกฝ่ายได้เข้ามาร่วมพูดคุย แสดงความคิดเห็น ด้วยเหตุ ด้วยผล โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ พัฒนาการศึกษาทางวิศวกรรมศาสตร์ของไทยให้มีความก้าวหน้า และพัฒนาวิศวกรไทยให้ก้าวไกล เพื่อโยชน์ของประเทศไทยของเรา ผมก็เชื่อ การประชุมร่วมกันของทุกภาคส่วน ในวันที่ 12 -13 พ.ย. 2555 นี้ก็ได้ข้อสรุปร่วมกันที่ดี ที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาทางวิศวกรรมศาสตร์ของประเทศไทยอย่างแน่นอนครับ

ช่วงบ่าย: การเสวนาเรื่องการเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน โดย ทปอ. จะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง ทั้ง จาก สกอ. สมศ. และผู้ทรงคุณวุฒิท่านอื่นๆ มาให้ความรู้และตอบปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษาเมื่อเราเปิดสู่ประชาคมอาเซียน ดังนั้นถ้าเรามีประเด็นคำถาม ข้อเสนอแนะ ที่เกี่ยวข้องกับ AEC จากการประชุมกลุ่มย่อย เราก็จะสามารถนำมาถามผู้ทรงคุณวุฒิในการเสวนาในช่วงนี้ได้ครับ

ทั้งหมดที่เล่ามานี้ก็เป็นอีก บทบาทหนึ่งของสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ที่เราต้องช่วยกันเพื่อพัฒนาการศึกษาทางวิศวกรรมศาสตร์ของประเทศนะครับ ถ้าสมาชิกสภาคณบดี และประชาคมวิศวฯ ม.อ. ของเรามีประเด็นข้อเสนอแนะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยสมัยที่ 35 ที่มี คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อ. เป็นประธาน ท่านก็สามารถใช่ช่องทางนี้เป็นอีกช่องหนึ่งในการสื่อสารกับประธานสภาคณบดีได้ครับ

ขอบคุณครับ
อ.จรัญ

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 23 กันยายน 2555 13:24 แก้ไข: 24 กันยายน 2555 09:36 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 anni, Ico24 นางสาว แสงจันทร์ ปิ่นกาญจนรัตน์, และ Ico24 เมตตา.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
Smarn (Recent Activities)
24 September 2012 15:07
#80711

1. ที่มาของคณะทำงานฯ

...ทปอ. เห็นว่า การที่สภาวิชาชีพได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อมาตรฐานของหลักสูตร โดยอาจจะพิจารณาถึงเนื้อหาและรายวิชา ...

ไม่ใช่อาจจะครับ เป็นกำหนดว่าต้องเลยครับ ซึ่งก็มีข้อดีตามที่ว่า แต่ข้อเสียหลัก ๆ คือการขาดความยืดหยุ่นมาก ๆ

ถ้าสังเกตหลักสูตรวิศวฯ ของมหาวิทยาลัยฝรั่ง ระยะหลังจะออกแนว ๆ วิชากึ่งประยุกต์ กึ่งผสมผสาน เป็นอย่างมากทีเดียว ถ้าดูตามเกณฑ์ กว. ใหม่ไม่ผ่านแน่ ๆ

ก็ฝากให้ท่านคิดต่อครับ... เท่าที่ฟัง รู้สึกสภาคณบดีเสียงยังไม่ดังพอครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.89.87.12
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ