นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

โอ๋-อโณ
Ico64
ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ์
หัวหน้างานเคมีคลินิก
หน่วยเคมีคลินิก ภาควิชาพยาธิวิทยา
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 319 · ผู้ติดตาม: 15

อ่าน: 1362
ความเห็น: 0

พูดภาษาอังกฤษให้เจ้าของภาษารู้เรื่อง: ฟัง เขียน แล้วพูดตามประโยคคำถาม

ตอนที่ท่านอ.พิชิต กรุณายกทีมมามอบรางวัลให้ที่ภาควิชาพยาธิฯนั้น มีช่วงหนึ่งที่ท่านได้เอ่ยถึงบล็อกนี้ ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่า น่าจะพยายามทำให้ต่อเนื่อง เผื่อจะมีคนมาใช้ประโยชน์ได้ เพราะถ้าจะหวังให้มีคนมาตั้งใจสมัครเรียนแบบเปิดเผยก็คงจะไม่มีใครอยากผูกมัดตัวเอง ใช่ไหมคะ เอาเป็นว่าคนสอนก็สอนไปเรื่อยๆ ใครอยากมาเรียนก็ตามสะดวกดีกว่านะคะ สำหรับบทเรียนที่ฝากไว้ครั้งแรกเมื่อนาน...มาแล้ว คือให้ลองเข้าไปฟังเสียง แล้วก็เขียน และตรวจสอบคำตอบว่าเราฟังออกถูกต้องมั้ย เพราะถ้าเรายอมฝึกฟัง จนรู้เรื่องทุกคำ รับรองว่าประโยคพวกนี้ต้องติดอยู่ในหู แบบที่พูดออกเสียงมาเองได้แน่นอน จะไปต่อเลยก็คงเร็วไปหน่อย ขอทบทวนประโยคที่ให้ฟังดีกว่านะคะ เพราะเอามาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้เลยเหมือนกัน เลิกวิธีแต่งประโยคโดยแปลจากภาษาไทยกันเถิด ถ้าอยากพูดให้เจ้าของภาษาฟังรู้เรื่อง ต้องใช้ประโยคแบบของเขาเลย ตามตัวอย่างนั่นแหละค่ะ 

Questions:

1. Will you be here on Sunday? (หวิ่วยู้บี่เฮี้ยออนสั่นเด๊)

นี่เป็นประโยคที่ใช้ได้เสมอ ถามว่าคุณจะอยู่ที่นี่มั้ยในวันอาทิตย์ คำว่า Will you be here...ต่อได้ด้วยหลายอย่าง เช่น till 5 o'clock (จนถึงห้าโมง) till tomorrow (จนถึงพรุ่งนี้) ถ้าฟังจนติดหูแล้วก็จะพูดแบบนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องมาแต่งประโยคเองถ้าอยากถามอะไรทำนองนี้

2. How do I get to Union Station from here? (ห่าวดู๊ไอ๊เก่ตทูยูเนียนสะเต๊ชั่นฟรอมเฮีย)

ฉันจะไปสถานียูเนี่ยนจากตรงนี้ได้อย่างไร ประโยค How do I ก็ใช้ได้หลายงานค่ะ 

3. Is it always warm here at this time of year? (อิสอิทอ่อลเว-ซ-วอมเฮี้ยแอตดิสไทมออฟเยี้ย) ตรงอ่อลเว-ซ หมายถึงให้ออกเสียงมีเอสต่อท้ายนิดนึงค่ะ ต้องไปฟังเองด้วย จะได้รู้จังหวะในการออกเสียง เพราะบางคำก็เขียนเสียงออกมายากค่ะ ประโยคนี้นึกไม่ออกว่าเขาเอามาเป็นตัวอย่างทำไม เพราะดูไม่ค่อยทั่วไปเท่าไหร่ เขาถามว่า ช่วงนี้ของปีปกติจะอากาศอุ่นเสมอใช่มั้ย

4. You're going to the grocery store first, aren't you? (ยูเออโก๊อิ้งทูเดอะโกรเชอรี่สโตเฟิ่ส อ่านยู้) คุณไปร้านขายของชำก่อนใช่มั้ย อันนี้ก็เป็นรูปประโยคที่เขาใช้กันบ่อย จำเอาส่วน You're going to..., aren't you? ไปใช้ได้ เช่น You're going to play tennis tonight, aren't you? You're going to eat out today, aren't you? 

5. When is a good time to call? I don't want to wake your kids. (เว้นอิสสะกู๊ดไทมทูค่อล ไอด๊นว้อนทูเวคยัวคิด-ส) โทรหาคุณตอนไหนถึงจะดี ฉันไม่อยากทำให้ลูกคุณตื่น ประโยคท่อนแรกนี้ก็ใช้ได้เสมอ เวลาเราอยากถามแบบนี้ พูดให้ติดปากไปได้เลย

จะเห็นว่า ถ้าเราฝึกตามขั้นตอนของเขาคือ ฟังแล้วลองเขียนตามที่ได้ยิน มีทั้งแบบเร็วและช้า ฟังจนกว่าจะฟังแล้วเขียนถูกทั้งหมด เราก็จะจำได้แน่นอนว่าพูดประโยคนี้ยังไง ติดหู เพราะฉะนั้นเราจะพูดได้เสียงเหมือนแน่ๆถ้าเราตั้งใจฝึกค่ะ 

แต่สำหรับตัวเองซึ่งอ่านมาก ฟังเยอะก็จะคิดเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว จึงจะพูดได้สำเนียงแบบของเราเองซึ่งเสียงขึ้นลงอาจไม่เหมือนเจ้าของภาษาเสียทีเดียว เขาอาจจะต้องปรับหูกันหน่อย แต่ใครที่ยังต้องคิดแปลก่อนพูดแล้วก็นึกหาคำศัพท์ไม่ออก ขอแนะนำให้ฝึกวิธีนี้เลยจะดีกว่าแน่นอนค่ะ 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 09 สิงหาคม 2556 15:12 แก้ไข: 09 สิงหาคม 2556 18:09 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 ServiceMan, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.236.97.49
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ