นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
Page Visits: 651
comment: 0

ประสบการณ์ต้องสร้างมูลค่าได้

คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สมกับตำแหน่งที่ได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม ที่ทุกตำแหน่งต้องมากับความรับผิดชอบ

คำว่า ประสบการณ์หมายถึง การเคยทำงาน ผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ จนสามารถทำงานได้ดีกว่าคนเข้าทำงานใหม่

และที่สำคัญต้องนำประสบการณ์มาสร้างมูลค่าเพิ่มได้

 

สมัยก่อนที่เป็นการโอนย้ายงานราชการด้วยกัน เป็นการเปลี่ยนที่ทำงานที่มีระดับเงินเดือนเท่าเดิม

บางคนอาจต้องลดระดับลง หากเป็นการโอนที่มีระบบตำแหน่งงานคนละระบบ เช่น อาจารย์มหาวิทยาลัยจะขึ้นระดับ 8 ต้องดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์

แต่ผู้ที่โอนมาจากกระทรวงอื่นที่มีตำแหน่งระดับ 8 ต้องมารับตำแหน่งอาจารย์ระดับ 7 จนกว่าจะสามารถมีการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ตามหลักเกณฑ์ กติกา

แต่จะได้รับเงินเดิมหากยังมีเงินเดือนไม่เกินระดับ 7

 

แต่สมัยนี้ ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

เพราะตำแหน่งอาจารย์เป็นตำแหน่งพนักงานมหาวิทยาลัยที่มีระบบแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย

เมื่อมีการออกจากมหาวิทยาลัยหนึ่งไปยังอีกมหาวิทยาลัยหนึ่ง ต้องไปเริ่มต้นใหม่ ไม่สามารถโอนเงินเดือนเดิมไปได้ รวมทั้งไม่สามารถโอนประสบการณ์ เวลาการทำงานไปต่อกันได้

 

แต่หากจะขอค่าประสบการณ์จริง ก็ต้องมีข้อตกลงว่าสามารถใช้ค่าประสบการณ์มาสร้างค่าตอบแทนเพิ่มได้

 

การเพิ่มค่าประสบการณ์ทางการสอนคงเป็นไปได้ยาก

มีทางหนึ่งอาจทำได้ คือ ผู้มีประสบการณ์ต้องสามารถขอทุนวิจัยมาสร้างมูลค่างานให้ได้มากกว่าคนทำงานใหม่

ต้องทำผลงานมากกว่า

และต้องสร้างทีมงานใหม่ได้เร็วขึ้น ซึ่งไม่ง่ายนักสำหรับระบบแบบไทย ๆ เพราะทุนวิจัยส่วนใหญ่ไม่มีค่าตอบแทน งบประมาณเพิ่มให้หน่วยงาน


ที่ต่างจากในอเมริกา ในยุโรป ที่นักวิจัยสามารถสร้างรายได้ให้มหาวิทยาลัยได้ ที่ทำให้ผู้ที่หางบวิจัยได้มากก็มีค่า overhead เข้ามหาวิทยาลัยทำให้สามารถคิดจ่ายเป็นค่าตอบแทนเพิ่มได้

 

จะเห็นว่า ค่าประสบการณ์ไม่ได้คิดว่า เคยทำอะไรมานานเท่าไร แต่ต้องสามารถนำประสบการณ์มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรและตนเองได้

 

การใช้แค่เคยผ่านการทำงาน แต่ไม่สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้จะทำให้คณะ/มหาวิทยาลัยไม่มีเงินมาจ่ายเพิ่ม

และไม่เป็นธรรมกับคนที่มาทำงานใหม่หากทำงานได้เท่า ๆ กัน

 

การมีประสบการณ์ มีตำแหน่งที่มีค่าตอบแทนเพิ่ม เงินเดือนเพิ่ม ก็เช่นกัน

หากทำงาน มีภาระงานน้อยกว่าคนทำงานใหม่ ก็ถือไม่เป็นธรรม เพราะรับค่าตอบแทนและขยายขั้นเงินเดือน แต่ทำงานเท่าเดิม

 

คือที่มาว่าผู้มีตำแหน่งทางวิชาการ

ต้องทำงานวิจัยหาเงินทุนวิจัยต่อเนื่อง

ต้องดูแลเป็นที่ปรึกษาบัณฑิตศึกษา

หากเป็นศาสตราจารย์ต้องช่วยสร้างทีมวิจัย พัฒนาคนรุ่นใหม่ด้วย

คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สมกับตำแหน่งที่ได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม ที่ทุกตำแหน่งต้องมากับความรับผิดชอบ

 

ซึ่งต่อไป อาจต้องระบบการสร้างค่าตอบแทนมาคิดด้วยกับการบริหารมหาวิทยาลัย ที่ต้องบริหารความรู้ ความสามารถให้เป็นรายได้

มิฉะนั้นจะไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ หากมีตำแหน่ง มีค่าตอบแทน แต่ไม่ทำงาน ไม่สร้างรายได้

ก็อาจมีแค่ตำแหน่งแต่ไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทน เพราะไม่มีเงินจ่าย

อยากได้ต้องช่วยกันทำ และทำเอง เพราะระบบมหาวิทยาลัยปัจจุบันที่เป็นพนักงาน รัฐจ่ายเงินเดือนพื้นฐานเท่านั้น ส่วนค่าตอบแทนเพิ่มมหาวิทยาลัยต้องหาเอง

 

คนเก่งต้องช่วยกันหา พึ่งพาตนเองได้

หากต้องพึ่งรัฐ พึ่งพ่อแม่ พึ่งตนเองไม่ได้ จะเรียกว่า เก่งได้อย่างไร ก็เก่งแบบ ลูกแหง่ ที่ต้องให้มีคนคอยอุ้ม

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 14 มกราคม 2557 16:30 แก้ไข: 14 มกราคม 2557 16:30 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 คนธรรมดา, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

No Comment

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 54.174.43.27
Message:  
Load Editor
   
Cancel or