นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ศรีนรา
Ico64
ศรีนรา แมเร๊าะ

งานประชาสัมพันธ์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มอ.หาดใหญ่
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 9

อ่าน: 2311
ความเห็น: 7

เมื่อคราวต้องมาเป็นวิทยากร KM-2

ทุกท่านมีใจพร้อมที่จะ "แบ่งปัน" "แชร์ประสบการณ์" "เล่าเรื่องที่ตนรู้" "ถ่ายทอดความรู้" และ "เปิดใจ"

ความเดิมตอนที่แล้ว

     ความประหม่ายังคงมีอยู่อย่างออกนอกหน้า เป็นเพราะขณะนี้สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เราแล้ว จากการคาดหวังอันสูงสุดว่าเค้าต้องสนใจเราแทนหน้าจอคอมของเค้า

เอาหล่ะซิ..ทำไงไม่ให้เค้ามองเราอย่างเดียว ต้องให้เค้าพูดกับเราด้วย อย่าปล่อยให้เสียงสั่นๆ ของเราที่ออกมาสร้างความรำคาญใจแก่ผู้ฟัง..

@@ จึงถามเค้าว่า  ทราบมาว่าบางท่านเคยเข้ารับการอบรมการใช้Shareมาบ้างแล้ว ทำไมวันนี้เข้ามาร่วมอบรมอีก อะไรคือสิ่งที่ท่านไม่เขียนShare (ถามเจาะตรงประเด็นที่จะต้องมาพูดในหัวข้อนี้)
       เกินคาด แค่ส่งสายตาไปหาใครคนใด เท่านั้น คำตอบก็มา เพียงการผายมือเชิญให้ตอบ คำตอบก็มา หลายคนยกมือ เราพยักหน้า ประมาณว่า เอ้า..ตอบได้ค่ะ  คำตอบก็มา หลายคนยกมือแล้วตอบเลย เราฟังไม่ถนัด หันไปหาขอคำตอบอีกครั้ง คำตอบก็มา ไม่เว้นว่างแม้วินาทีเดียว..สรุปได้ว่า..
    "ไม่กล้าเขียน"
    "พูดง่ายกว่าเขียน  ไม่มั่นใจ  ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขียนจะน่าอ่าน"
    "กลัวเขียนแล้ว เขียนไม่ถูก"  "กลัวผิด"  อืม เหมือนกัน!!
    "ไม่รู้จะเอาอะไรมาเขียน"    "ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไร"  อืม เหมือนกัน!!
    "เขียนไม่เป็น"  อ่าว
    "กลัวสิ่งที่เขียน หาว่าเชย"  "กลัวถูกว่า เค้ารู้มาตั้งนานแล้ว"  ฯลฯ

    ขอบคุณทุกคำตอบ 
ทีนี้..ก็เลยบอกทุกท่านว่า..วันนี้ต้องขออนุญาตนึกไปแล้วว่า ที่ทุกท่านมาวันนี้ ทุกท่านมีใจพร้อมที่จะ "แบ่งปัน" "แชร์ประสบการณ์" "เล่าเรื่องที่ตนรู้" "ถ่ายทอดความรู้" และ "เปิดใจ" แล้วน๊ะค๊ะ  (ยิ้ม น้ำเสียงอ่อนนุ่ม สายตาเว้าวอน ไปยังทุกท่าน) ได้รับรอยยิ้มกลับมา  บางท่านไม่มีปฏิกริยาใดๆ หน้านิ่งเฉย (รู้ เห็น แต่ไม่บอกว่าใคร!!)

    เสียงสั่น ๆ พูดต่อ  ทุกเช้าเราเจอะหน้า ทักทาย, เล่าเรื่องสิ่งที่เจอเมื่อวานไปทำอะไรมา, เจอเหตุการณ์อะไรที่เอามาคุยกับเพื่อนๆในที่ทำงาน, เราให้ข้อมูลเรื่องงาน, ปรึกษาปัญหาต่างๆ, คุยเรื่องลูก, นินทาสามี, นินทาเพื่อนข้างบ้าน(อุ่ย!!ขอโทษ) ,เล่าละครที่ดูเมื่อคืนนี้, กิจกรรมที่ชอบ,  หยุด 3 วันที่ผ่านมา(23-24-25ต.ค.) มีกิจกรรมอะไรพิเศษสำหรับครอบครัว, เที่ยงนี้จะไปกินข้าวที่นั่น ที่นี่ ที่โน้น ดีกว่าเพราะ..เค้าทำดี ทำสะอาด,  มีสิ่งที่คุยต่างๆ เหล่านี้ อยู่แล้วใช่มั้ยค่ะ?   ตอบ "ใช่  แต่การพูดง่ายกว่าการเขียน" ..นั่นไง เอาเข้าแล้วสิ!!

    แต่ก็ เข้าทาง..เตรียมรูปมาแล้ว 1 รูป ให้ทุกท่านตอบว่าคืออะไร มีประสบการณ์กับสิ่งนี้อย่างไร เห็นที่ไหน รู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เห็นบ้างฯลฯ...บรรยากาศ ในขณะนั้น... (เตี๊ยมกับน้องยุวภาแล้วว่า ให้ช่วยพิมพ์ทุกคำพูดที่เค้าพูดออกมา ฟังทันบ้าง ผ่านเลยไปบ้าง พิมพ์ผิดพิมพ์ถูกเร่งพิมพ์เพื่อให้ทันกับเสียงที่ทุกท่านตอบอย่างพลั่งพลูออกมา

 
 สิ่งที่ออกมาจากคำพูดของเกือบทุกท่านในห้องนั้น

หม้อข้าวหม้อแกงลิง
หม้อข้าวเหนียวในป่า
กินแมลง
เป็นส่วนดอกหรือใบ?
พบในป่าชายเลนหรือในป่าพรุ
เป็นต้นหรือไม้เลื้อย?
- ราคาเป็นหมื่น

ปลูกยาก
ปลูกอย่างไร
เป็นกล้าเป็นไม้ประดับ?
   
ฯลฯ


     เอาหล่ะ มีทั้งการบอกเล่า การตั้งคำถาม มีข้อสงสัยในรูปนั้นๆ --> นี่หล่ะค่ะ จุดเริ่มต้นของการเขียน เป็นหัวข้อ  อยู่ในสมอง อยู่ในกระดาษ อยู่ในword อยู่ในNotepad  หลังจากนั้น มาสกัดความรู้กัน จะเขียนหัวข้อไหนดีที่คิดว่าน่าสนใจ นำหัวข้อนั้นมาขยายความสิ่งที่ท่านรู้ ตามลำดับขั้นตอนที่ควรจะเป็น

    นึกถึงการดูละคร การฟังเพลง การอ่านนิยาย ที่มีแนวทางเดียวกัน คำนำ เนื้อหา บทสรุป

   คำนำ (10-15%) สำหรับ 1 เรื่อง ป็นการเปิดเรื่องให้น่าสนใจ ใจความไม่ยาวมากนัก เป็นย่อหน้าแรก ที่ให้ความสำคัญของเรื่อง อาจจะเป็นการยกสถิติ ตั้งคำถาม หรือเปิดเรื่องด้วยสุภาษิตก็มี ยกตัวอย่างในย่อหน้าที่1-2คือคำนำ

    เนื้อหา (ประมาณ 70-80%)  มาถึงการเล่าเรื่องตามลำดับขั้นตอน ซึ่งก็ยังคงความกระชับ ใช้คำ ภาษาเป็นแบบการคุยก็ไม่ผิด ถือซะว่าเรากำลังเล่าด้วยคำพูดผ่านทางตัวหนังสือ

    พยายยามแบ่งเนื้อหาด้วยการขึ้นย่อหน้า ใช้แบ่งเป็นหัวข้อ (ความคิดเห็นส่วนตัว เป็นการแอบหลอกคนอื่นว่า เนื้อหาสั้นๆ เอ่า!! ทีนี้ก็รู้หมดแล้วหล่ะซิว่า หลอกกัน!!..แต่เขียนด้วยใจค่ะ หลอกเพียงเพื่ออยากให้สนใจอ่านเท่านั้นเอง)เพราะทราบกันว่าคนไทยมีนิสัยรักการอ่านยังน้อยอยู่ 

ตัวอย่างเรื่องเดิม 

   ข้างต้นคือเนื้อหา ที่เป็นศาสตร์ (ความรู้ที่ผ่านการสกัด) ขยายความได้อย่างครอบคลุมได้ใจความ เสริมด้วยศิลป คือภาษาที่ใช้ เหมาะกับกลุ่มผู้อ่าน เหมาะกับเนื้อหา เสริมด้วยรูปภาพ หากมีภาพประกอบจะเพิ่มความสมบูรณ์ของเรื่องได้ดียิ่งขึ้น(อยู่ที่เนื้อหาด้วย)..หากไม่มี ไม่เป็นไร..โอกาสหน้ามีเรื่องอื่นเรื่องหน้า ค่อยหารูปมาใส่ก็ได้  หรือค่อยมาเพิ่มรูปทีหลัง (อารมณ์ลุ้นให้เขียนซะเหลือเกิน)

    สรุป (ประมาณ 10-15%)  เพียงประโยคสั้นๆ กระชับ เป็นการย้ำ  เพื่อสร้างความประทับใจ/ประโยชน์/ความสำคัญ/ความทรงจำและรวบยอดความรู้สึก ตัวอย่างสรุปที่เขียนไว้ในตัวอย่างเรื่องเดิม  

ที่อาจจะโยงไปถึงชื่อเรื่องก็เป็นได้ ชื่อเรื่องคือ พืชดักจับแมลง : ที่รอการอนุรักษ์     การสรุป ไม่ตายตัวว่าต้องเป็นตัวหนังสือ เป็นรูปภาพแทนก็ได้เช่นกัน

    ขอย้ำอีกครั้งค่ะว่าตัวเลขประมาณการข้างต้นไม่ใช่สิ่งตายตัวซะทีเดียว อยู่ที่จุดประสงค์ของสิ่งที่จะกล่าว อยู่ที่เนื้อหา..การที่จะแตกตัวเลข 70หรือ 80  อีกสักครั้งหนึ่งก็เป็นสิ่งที่น่ากระทำ ว่าจุดใดเป็นจุดสำคัญของเรื่อง จุดใดเป็นจุดย้ำความคิด..ซึ่งก็อยู่ที่ตัวเราอีกนั่นหล่ะว่า ต้องการให้สรุปเรื่องเป็นอย่างไร!!ค่ะ

        ขอย้อนขึ้นไปที่การตั้งชื่อเรื่อง..ที่เขียนตอนท้ายนี่..จากประสบการณ์ตรง หากจะฟันธงว่าจะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไร  บางครั้งบางเรื่อง เขียนเนื้อหาเสร็จตั้งนานแล้ว ชื่อเรื่องยังไม่โดนใจ ก็ไม่ยอมเผยแพร่..(อาจไม่ดีนัก),บางเรื่องปิ๊งแว๊บมาในเวลาที่ไม่ได้ตั้งตัวซะงั้น(เป็นบ่อย), และบางเรื่องก็ได้ในขณะที่อยู่ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ สงบส่วนตัว!! .... ขออนุญาตแนะว่า การนึกชื่อเรื่อง ขอให้โดน-->โดนใจ สะกิดต่อมอะไรสักต่อมของคนอ่าน แล้วเกิดความอยากอ่านเรื่องนี้ เกิดความท้าทาย เกิดความอยากรู้ มีหลายท่านผู้รู้ กูรูเก่งๆ ชี้แนะว่า การตั้งชื่อเรื่อง ขอให้ดึงดูดใจคนอ่านเพื่อชักนำไปสู่เนื้อหาได้โดยง่าย อาจจะ ตั้งชื่อสั้นๆ เป็นกลุ่มคำ-กลุ่มวลี , คำถาม, คำคม สุภาษิต ได้ยกตัวอย่างการตั้งชื่อเรื่องของโม๋เรา 3 เรื่อง ขอถาม อยากคลิ๊กเข้าไปดูรายละเอียดมั้ยค๊ะ


ขอบคุณที่อ่านมาถึงที่นี่ ณ ตรงนี้..

ขอย้ำว่า เป็นเพียงประสบการณ์เล็ก ๆเพื่อการแบ่งปัน

การเขียนBlog เป็นการเปิดใจ "ให้" ไม่มีรูปแบบแน่นอน อยู่ที่จุดประสงค์ของการเขียนเพื่ออะไร ไม่กระทบใคร

ขอให้สนุกกับการเขียนบันทึกแบ่งปันความรู้โดยใช้Shareเป็นสื่อน๊ะค๊ะ..

ขอขอบคุณ มอ.ที่มีShare เป็นสื่อโดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าเวลา ค่าผลิต ค่าเช่าพื้นที่ มีแต่ใจที่เปิดโอกาสให้ลูกพระบิดามาร่วมแบ่งปัน

พอจะเป็นประการฉะนี้!!!

ยังไม่หายประหม่าเลยน๊ะเนี่ย---เสียงสวนออกมา  โฮ๊ะ ถ้าไม่ประหม่าจะประมาณไหน_ะ

ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
เจนวดี (Recent Activities)
28 October 2009 15:44
#50023

สวัสดีค่ะ.. เป็น blog ที่ชอบมากเลยค่ะพี่..
อ่านแล้วเห็นภาพมากเลยค่ะ ชอบที่ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนค่ะ
..ขอสมัครเป็นขาประจำด้วยคนนะคะ ^_^

Icon_mrgreen

ขอบคุณมาก และยินดีอย่างยิ่งค่ะ

ฮ่า! น่าอ่านมากครับ
Ico48
ศรีนรา (Recent Activities)
29 October 2009 09:11
#50066
Icon_eek ขอบคุณมากค่ะอ.คนธรรมดา
Ico48
น้ำขิง [IP: 192.168.100.112]
29 ตุลาคม 2552 09:19
#50067

*0*

สู้ สู้

คนคนนี้ประหม่าด้วยหรือ (ฮิ ฮิ)

Ico48
Monly (Recent Activities)
29 October 2009 17:03
#50121
  • งานนี้ คุณเอื้อยิ้มแก้มปริแล้วค่ะ

Replyน้ำขิง

พี่มอนลี่ ในฐานะคุณอำนวย+กระบวนกร..หล่ะค๊ะ?!! เห็นทยอยส่งการบ้านกันมาเยอะแล้ว..ดีจัง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.234.223.162
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ