นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Ninggy_คุณแม่น้องภาม (คณะทรัพย์)
Ico64
ปวีณ์นุช ชูทอง
นักวิชาการอุดมศึกษา
หน่วยทะเบียนและประเมินผลการศึกษา (บัณฑิตศึกษา) คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 558
ความเห็น: 0

สะเดา สมุนไพรรสขม ยาดีที่ควรมีไว้ใกล้ตัว ตอนที่ 1

สะเดา สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

สะเดา สมุนไพรรสขม พืชสารพัดประโยชน์ที่ทุกครัวเรือนควรมีไว้ ต้นสะเดาถือเป็นต้นไม้แห่งยา เพราะทุกส่วนของสะเดาล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งสิ้น 

          ตามตำราแพทย์ส่วนใหญ่เชื่อว่า รสขมเป็นรสชาติที่ดีต่อสุขภาพที่สุด แต่กลับเป็นรสชาติที่คนส่วนใหญ่ไม่ชอบเท่าไรนัก เพราะรสขมนั้นไม่อร่อย ซึ่งอาหารที่มีรสขมที่หากินง่ายในบ้านเรา นอกจากมะระ และบอระเพ็ดแล้ว ก็ยังมีผักสมุนไพรพื้นบ้านอีกหนึ่งชนิด นั่นคือ สะเดา พืชสมุนไพรพื้นบ้านที่คนไทยเรานิยมบริโภคกันมาช้านานแล้ว และนอกจากจะนำมาใช้เป็นอาหารแล้ว ยังนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงการเกษตรได้อีกด้วยล่ะ มาลองอ่านกันว่า พืชรสขมอย่างสะเดามีดีอะไรบ้าง 

สะเดา คืออะไร มาจากไหนกันนะ 
          สะเดาเป็นต้นไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องสรรพคุณทางยา และเป็นต้นไม้ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วน ต้นสะเดาถือเป็นต้นไม้ที่มีอิทธิพลต่อชาวอินเดียเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านความเชื่อทางศาสนา และการรักษาโรค รวมถึงประโยชน์ใช้สอย 
          จากหลักฐานอ้างอิงในพุทธประวัติเมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อน มีการบันทึกเอาไว้ว่าต้นสะเดา หรือ ต้นนิมพะเป็นต้นไม้ที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา ตามพระพุทธประวัติกล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าได้นำต้นสะเดามาใช้ประโยชน์ในเชิงรักษาโรคมากมาย อีกยังพบหลักฐานในตำราสมัยอินเดียโบราณอีกด้วยว่า มีการใช้ประโยชน์จากต้นสะเดาในเชิงการแพทย์ในหลายกรณี ด้วยเหตุนี้ ต้นสะเดาจึงกลายเป็นต้นไม้แห่งยา และเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีสุขภาพดีมาจนทุกวันนี้ 

 
สะเดา ชื่อวิทยาศาสตร์คืออะไร 
          สะเดา มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis  Valeton

จัดอยู่ในวงศ์ MELIACEAE  

ชื่อสามัญ Siamese neem tree, Nim , Margosa, Quinine

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของสะเดา 


ต้นสะเดา จัดเป็นพันธุ์ไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 20-25 เมตร ลักษณะของต้นเป็นทรงเรือนยอดเป็นพุ่มหนาทึบตลอดปี มีรากที่แข็งแรงกว้างขวางและหยั่งลึก สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิดได้แก่ สะเดาไทย สะเดาอินเดีย และสะเดาช้าง โดยสะเดาไทยและสะเดาอินเดียเป็นชนิดเดียวกัน แต่ต่างสายพันธุ์กัน โดยต้นสะเดานั้นสามารถพบได้ทั่วไปตามป่าแล้งในประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า ปากีสถาน ศรีลังกา รวมถึงประเทศไทยบ้านเราด้วย โดยจะกระจายพันธุ์อยู่ตามธรรมชาติตามป่าเบญจพรรณแล้งและป่าแดงท­­­ั่วประเทศ 

 

สะเดาดิน กับ สะเดา ต่างกันอย่างไร 

          ความจริงแล้วสะเดาดินกับสะเดานั้น เป็นพืชคนละสายพันธุ์กัน ซึ่งชื่อสะเดาดินก็คืออีกชื่อเรียกหนึ่งของผักขวง ที่มีรสชาติขมคล้ายสะเดา ประกอบกับมีลักษณะลำต้นทอดเลื้อยแตกแขนงแผ่ออกครอบคลุมดินคล้าย­­­พรม จึงถูกเรียกว่าสะเดาดิน โดยชาวบ้านตามชนบทจะใช้ผักขวงเป็นผักสดจิ้มกับน้ำพริกและรับประ­­­ทานร่วมกับลาบ บ้างนำมาลวกจิ้มกับน้ำพริกหรือนำมาแกงรวมกับผักอื่น ๆ

 

ที่มา: www.kapook.com

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 11 กุมภาพันธ์ 2558 09:35 แก้ไข: 11 กุมภาพันธ์ 2558 09:45 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 ทดแทน, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.232.53.231
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ