นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1244
ความเห็น: 2

เรื่องเล่าจากเพื่อน

ครอบครัวมีสุข

เรื่องเล่าของคุณองอาจ   บุญล้วน กองอาคารสถานที่

"ความสุขในครอบครัวคือแรงผลักดันในการเดินต่อไป"

คุณองอาจใช้ชีวิตครอบครัวมาตั้งแต่อายุ 19 ปี (พ.ศ.2530) เมื่อครั้งยังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยครูสงขลา และคู่รักเรียนอยู่บริหารธุรกิจสงขลา เรารักกัน และสิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้นนั้นก็คือ แฟนของผมเกิดตั้งท้อง เลยทำให้เราสองคนถูกไล่ออกจากสถานศึกษา ผมเลยเสียใจมาก และขณะนั้นมีการก่อสร้างสะพานเปรมฯ มีความคิดที่จะฆ่าตัวด้วยกันทั้งสองโดยการกระโดดสะพานเพื่อหนีความผิดทั้งคู่ แต่สุดท้ายเราก็ไม่ทำเช่นนั้นเพราะเราคิดถึงลูกในท้อง หลังจากนั้นผมกลับบ้านไปหาพ่อแม่ที่อำเภอสะเดา บอกท่านว่า "ลูกขอบวชสัก 1 พรรษา" เพื่อทดแทนบุญคุณพ่อและแม่ ในระหว่างที่บวชเป็นพระ โยมพ่อโยมแม่นิมนต์ให้ไปฉันท์อาหารที่บ้าน ก็ได้เจอกับเหตุการณ์ซึ่งไม่คาดคิดมาก่อนนั้นก็คือ มีเด็กทารกคนหนึ่งอยู่ที่บ้านโยมพ่อโยมแม่ ก็เลยตก ใจมากแล้วถามว่า "ลูกใครละโยมพ่อโยมแม่"คำตอบที่ได้คือ "โยมแม่ตอบว่าลูกพระนั่นแหละ" เหตุการณ์ขณะนั้น กระผมตกใจมากแล้วคิดจะหนีไปให้พ้น แต่ฉุกคิดได้ว่าตัวเองบวชเป็นพระ จึงยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ใจจริงยังทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ หลังจากสึกจากบรรพชา กระผมก็สมัครเป็นทหารเกณฑ์เพื่อหนีชีวิตคู่ หลังจากนั้นก็เข้ารับการฝึกทหาร ณ ค่ายเสนาณรงค์ แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีก คือมีตำรวจถือหมายศาลมาแจ้งความดำเนินคดีกับกระผมเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่มีพ่อและแม่ของฝ่ายหญิงเป็นเจ้าทุกข์ หลังจากนั้นทางผู้ใหญ่บังคับให้กระผมแต่งงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย ในขณะที่ยังฝึกทหารอยู่ ในระหว่างที่ทำพิธีแต่งงานรับแขกผู้มีเกียรติซึ่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวยืนถ่ายรูปมีลูกสาวยืนอยู่ตรงกลางภาพถ่าย

ปีที่สองของการเกณฑ์ทหาร ภรรยาของกระผมก็มีลูกคนที่สอง(ลูกสาว)

หลังจากพ้นสภาพการเป็นทหาร กระผมและภรรยาก็มาใช้ชีวิตคู่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน หลังจากนั้นเราก็ได้ออกไปหางานทำด้วยกันเพื่อเลี้ยงลูก แต่ไม่มีงานทำ ฐานะครอบครัวยากจนมากๆ บังเอิญได้คิดถึงผู้บังคับบัญชาคนหนึ่งระดับพันโท ในค่ายเสนาณรงค์ เลยเข้าไปหาเพื่อขอความช่วยเหลือในการหางานทำ เขาตอบว่าทำงานเป็นยามที่มอ.เอามั้ย ผมก็ตอบยามคืออะไร ทำงานอย่างไร ตีระฆังเหมือนแขกเฝ้ายามช่ายมั้ย หลังจากนั้นผมก็ได้สอบเข้าบรรจุเป็นยามมอ.(ข้าราชการลูก จ้างประจำ) ทำให้ชีวิตครอบครัวดีขึ้น ได้รับสวัสดิการการศึกษาบุตรและค่ารักษาพยาบาลทั้งพ่อและแม่ด้วย หลังจากนั้นบุตรสาวคนโตสอบเข้าโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยได้ ผมภูมิใจมาก และปีต่อไปลูกคนเล็กได้สอบเข้าโรงเรียนหาดใหญ่วิท ยาลัยได้เช่นกัน และภรรยาได้ทำงานที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ในการใช้ชีวิตครอบครัวมาตั้ง พ.ศ.2529-2556 เป็นเวลา 27 ปี เรามีสุขและทุกข์ด้วยกันตลอด ปัจจุบันเราก็รักกันและไม่คิดจะเลิก และเป็นตัวอย่างกระผมจะสอนลูกให้เหมือนพ่อและแม่ในเรื่องที่ดี คุณพ่อทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ( ปัจจุบัน 2553 คุณพ่อได้รับปริญญา ณ.มหาวิทยาลัยราชภัฤสุราษฯและ 2552 ได้รับรางวัลบุคลากรดีเด่น ประจำมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ) ปัจจุบันครอบครัวของเราอยู่ด้วยกันอบอุ่นมากๆ..........

 

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): PSU.QWL
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 18 มิถุนายน 2556 16:20 แก้ไข: 18 มิถุนายน 2556 16:20 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 AE, Ico24 DaDa, และ 7 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ชีวิตคุณองอาจ ดั่งนิยาย ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนล้ำค่า ในการฝ่ามรสุมชีิวิตมาด้วยกัน ตอนจบ happy ending

เป็นเรื่องราวที่น่าถ่ายทอดไว้เป็นบทเรียนชีวิตจริงๆค่ะ เพราะความผิดพลาดทั้งหลายที่เราผ่านพ้นมาได้จนถึงวันนี้จะเป็นบทเรียนดีๆให้ผู้อื่นได้ ต้องขอบคุณน้องโจที่บันทึกได้ดีมาก และขอบคุณคุณอำนาจที่เอาเรื่องราวบทเรียนชีวิตที่ฟันฝ่ามาจนถึงทุกวันนี้มาเล่าสู่กันฟังนะคะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.237.183.249
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ