นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ไอซ์ วราภรณ์ ชวพงษ์
Ico64
ไอซ์ วราภรณ์ ชวพงษ์
นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Network
Members · Following: 6 · Followed: 3

อ่าน: 1927
ความเห็น: 2

ม.อ.นำนักสร้างสุของค์กร ดูงาน สสส.และเนคเทค พร้อมเรียนรู้การดูแลสุขภาพ

ม.อ.นำนักสร้างสุของค์กร ดูงาน สสส.และเนคเทค พร้อมเรียนรู้การดูแลสุขภาพ

        มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำนักสร้างสุของค์กรจำนวน 40 คน ดูงานองค์การสร้างสุข ณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส)และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค ) ระหว่างวันที่ 28-31 พฤษภาคม 2558 เพื่อเปิดโลกทัศน์ ในการเรียนรู้จากองค์กรต้นแบบองค์กรสุขภาวะ พร้อมทั้งให้นักสร้างสุของค์กรได้เรียนรู้การดูแลสุขภาพและการดูแลอาหารและโภชนาการ นำโดยอาจารย์พิชิต เรืองแสงวัฒนา รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นายสิทธิศักดิ์ สมบัติยานุชิต ผู้อำนวยกองการเจ้าหน้าที่  นางเมตตา ชุมอินทร์ ผู้จัดการโครงการ  และกรรมการบริหารโครงการ ประกอบด้วย   นางรัตติยา เขียวแป้น  นายคงพล มนวรินทรกุล  และนายวราวุฒิ โประเทพ

             จาก ซ้าย  นายสุจิตต์ ไตรพิทักษ์ ดร.ศิริเชษฎ์ สังขะมาน และนายสัตวแพทย์ปรีดา ตันติเวสส

         

       นายสุจิตต์ ไตรพิทักษ์ กรรมการบริหารแผนสร้างเสริมสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ดีใจที่ได้เห็นการทำงานของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ทำงานอย่างมีข้อมูล มีกระบวนการเรียนรู้ พร้อมการสรุปผลการทำงานที่ชัดเจนด้วยตัวชี้วัดการทำงานที่ได้ผล  โดยมี ดร.ศิริเชษฎ์ สังขะมาน ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานภาครัฐ นายสัตวแพทย์ปรีดา ตันติเวสส ให้ข้อเสนอแนะและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักสร้างสุของค์กร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประกอบด้วย นายบัญชา เตส่วน และนางสาวไซร์หนับ หวันอิ จากวิทยาเขตปัตตานี   นายอภินันท์ ภูศรี  และนางสาวสุภาภัทร วัชระสวัสดิ์  จาก วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี นางภารดี แท่นทอง และนางสาววิไลพร สกุลอ่อน  จากวิทยาเขตภูเก็ต   นางสาวอุไร ไปรฮูยัน และนางสาวสุชานุช พันธนียะ จากวิทยาเขตตรัง และนักสร้างสุของค์กรจากวิทยาเขตหาดใหญ่  ณ สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์  โดยนักสร้างสุของค์กร ม.อ.กล่าวขอบคุณ สสส. ที่สนับสนุนโครงการและงบประมาณ ในการสร้างความสุขและสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคลากรในมหาวิทยาลัย รวมทั้งได้แบ่งปันความสุขไปสู่ชุมชน ตลอดจนผู้ด้อยโอกาสในสังคม

 

       

      นักสร้างสุของค์กร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เข้าศึกษาดูงาน ณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)โดยนายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (สสส.)ให้การต้อนรับ และเปิดให้เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ของสสส ณ ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ ภายในแนวคิด สถาปัตยกรรมสีเขียว ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า เยี่ยมชมแปลงผักปลอดสารพิษ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2558

ซ้าย นางสาวอรุณพร ธนโพธิวิรัตน์   ขวา ดร.สุธี ผู้เจริญชนะชัย

 ช่วงบ่าย ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค )โดยมี ดร.สุธี ผู้เจริญชนะชัย รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาตินางสาวอรุณพร ธนโพธิวิรัตน์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายสำนักผู้อำนวยการ บรรยายถึงกิจกรรมสร้างสุข และทีมงานให้การต้อนรับ



      นางสาวอรุณพร ธนโพธิวิรัตน์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายสำนักผู้อำนวยการ กล่าวว่า เนคเทคสร้างกิจกรรมเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน โดยการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ชอบเหมือนกัน รวมตัวกันเสนอโครงการ พยายามสื่อว่าทุกคนเป็นเจ้าของโครงการ ให้รู้สึกมีส่วนร่วม ไม่ใช่คิดคนเดียว จะไม่ตอบโจทย์ของคนส่วนใหญ่ ด้านสุขภาพ เนคเทคมีงานวิจัยเกี่ยวกันสุขภาพ  ก็นำมาขยายผล  จัดกิจกรรมเต้นแอโรบิคช่วงเย็น ก็มีคนที่มาเต้นแอโรบิค ทั้งเนคเทค สวทช และธรรมศาสตร์ มีการแข่งกีฬาสี  จัดกิจกรรมลดน้ำหนัก  มีความร่วมมือกับโรงพยาบาลจุฬาฯตรวจร่างกายบุคลากร บรรยายเกี่ยวกับ โรคที่มากับคนทำงาน เช่น   โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 

      กิจกรรมปิดไฟในวันสงกรานต์เพื่อประหยัดพลังงาน  ปฎิบัติธรรม แบ่งปั่นความรู้ เช่น เตรียมตัวลูกอย่างไรในการสอบเข้าโรงเรียนต่างๆ คนที่ไอเดียเก๋ ก็ประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุรีไซเคิล  เช่น นำเสื้อเชิ้ตทำผ้ากันเปื้อน สวนสวยในขวดแก้ว  เพื่อนสอนเพื่อน ไม่ต้องใช้งบประมาณ มาก กิจกรรมส่งต่อความรัก ถ่ายทอดเป็นโปสการ์ด       จัดให้ความรู้ การวางแผนการเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด จัดบรรยายเรื่องความมั่นคงในชีวิต หลังเกษียณ  ให้กับพนักงานที่เกษียณอายุ รวมทั้งกิจกรรมแบ่งปันความสุขสู่ชุมชนอื่น เช่น  ไปสร้างห้องสมุด ติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ โรงเรียนที่จังหวัดตาก

ซ้าย ผศ.ดร.สุชาติ ทวีพรปฐมกุล ขวา อาจารย์พิชิต เรืองแสงวัฒนา

อาจารย์พิชิต เรืองแสงวัฒนา

     วันที่ 30 พฤษภาคม 2558  นักสร้างสุของค์กรได้ รับฟังการบรรยาย เรื่อง การดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายที่เหมาะสม โดย ผศ.ดร.สุชาติ ทวีพรปฐมกุล จาก คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ โรงแรมไอบิส สาทร

      ปิดท้ายด้วยการฟังการบรรยายเรื่อง การดูแลอาหารและโภชนาการ โดย รศ.ดร.เภสัชกรหญิง จงจิตร อังคทะวานิช คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เจ้าของโครงการการศึกษาทางโภชนาการคลินิก เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะอาหารที่บริโภคกับตัวชี้วัดเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน  โรคหัวใจ และหลอดเลือด ที่พระสงฆ์ได้รับ  และเจ้าของโครงการขยายผลสื่อสงฆ์ไทยไกลโรค

ซ้าย วราภรณ์ ชวพงษ์ (ผู้เขียน) ขวา รศ.ดร.เภสัชกรหญิง จงจิตร อังคทะวานิช

          รศ.ดร.เภสัชกรหญิง จงจิตร อังคทะวานิช กล่าวว่า ข้อมูลเรื่องอาหารที่แชร์กันอยู่ในไลน์  ทำให้เราสับสน ไม่ควรกังวลเกินไป  เนื่องจากร่างกายมีระบบที่กำจัดสารพิษได้

  “คนในโลกนี้ ประมาณ 600 ล้านคนที่อ้วน กองควบคุมโรคของอเมริกา รายการว่า โรคอ้วนเป็นโรคระบาด คนอเมริกันเกินครึ่งประเทศอ้วน  คนไทยใช้ดัชนีมวลกาย 18.5-23 ส่วนคนยุโรป อเมริกาใช้ดัชนีมวลกาย ไม่เกิน 25 สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐทางใต้ จะอ้วน รัฐทางเหนือจะไม่อ้วน

       ในสมัยก่อน คนรวย อ้วน  คนจน ผอม เดี๋ยวนี้กลับกัน  คนหรือประเทศ รวย จะดูแลตัวเอง จะผอมกว่า คนจน  ทีมงานวิจัยของตนเอง ต้องแปลกใจ เมื่อพบว่าสามเณร ทางใต้ อ้วน เทียบเท่าสามเณร ในภาคกลาง ซึ่งเดิมเราคิดว่า ทางใต้มีผักเยอะ สามเณร น่าจะผอมกว่า  สามเณร ซึ่งหมายถึงเด็กวัยรุ่น อ้วน เราเห็นว่า เด็กอ้วน น่ารัก แต่จริงๆ น่าเป็นห่วง เด็กเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลือ 

คนไทยอ้วนลงพุง 32% กลุ่มพระสงฆ์อ้วนลงพุง 45% นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก เราจะช่วยกันอย่างไร คนจะถวายอาหารแก่พระ ทำไมจึงให้พระเป็นไปรษณีย์ เราต้องเปลี่ยนความคิด คนไทยต้องสำเหนียก  สิ่งที่สะท้อนสุขภาพได้ดีกว่าดัชนีมวลกาย หรือน้ำหนัก คือ รอบเอว กระทรวงสาธารณสุข จึงเน้นเรื่องให้คนไทยหันมาสนใจ รอบเอว รอบเอวเมื่อหารด้วยส่วนสูง อย่าให้เกิน 0.5 หน่วยเป็นเซนติเมตร วัดผ่านสะดือ เรียกว่า “เส้นรอบพุง” ผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 ซม ผู้ชายไม่ควรเกิน 85 ซม

        บริษัทประกันชีวิตทั้งหลาย รู้ว่า ดัชนีมวลกายที่ทำให้คนเสียชีวิตน้อยที่สุด คือ 20-23 ใครที่ดัชนีมวลกายระดับนี้ คือ เลอเลิศประเสริฐศรี  การลดน้ำหนักเป็นเรื่องยาก พอดีใจว่าลดได้แล้ว อีก 2-3เดือนมาดู กลับอ้วนขึ้นอีก การกินเร็วเกินไป สมองรับรู้ว่าอิ่ม ยังไม่ทันทำงาน ก็ทำให้อ้วน  

        ประเทศไทย เป็นประเทศเดียวในโลก ว่าออกไปตอนไหนก็มีอะไรกิน เมืองไทยเป็นสวรรค์แห่งการกิน บางคน เศร้าก็กิน ดีใจก็กิน รวมทั้งวัฒนธรรมการต้อนรับด้วยการกิน ทำให้อ้วน

      เรามี อาหารที่ราคาถูก  น้ำที่ขาย แก้วที่ใหญ่ขึ้น อีกทั้งสังคมก้มหน้า  ไม่ได้ออกกำลังกาย งานวิจัยพบว่าความอ้วนสัมพันธ์กับ ชั่วโมงที่ดูทีวี  ใครดูทีวีมาก ก็อ้วนมาก   รวมทั้งนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ให้พยายามเคลื่อนไหวร่างกาย   ควรออกกำลังกาย ให้สม่ำเสมอ ไม่ต้องออกกำลังกายหนัก ก็สามารถลดอัตราการตายจากโรคภัยลงได้ 50%   อาหารที่ขายกันหลังเลิกเรียนสำหรับนักเรียน เมื่อสำรวจพบว่า มีผักน้อย มีกากใยน้อย มีรสเค็ม และมีแต่ไขมัน กับ แป้ง โปรตีนต่ำ น่าเป็นห่วงเด็กๆ  ขนาดของอาหาร เครื่องดื่ม ขนาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีปัญหาอ้วนกันทั้งประเทศ

        ประเทศไทย กินน้ำตาลสะบั้นหั่นแหลก เรากินหวานมาก เกินความจำเป็น เราควรบริโภคน้ำตาลวันละไม่เกิน 6 ช้อนชา ในขณะที่ชาเขียวปริมาณน้ำตาลจะมาก เพราะธรรมชาติชามีรสขม เราจะทำให้หวานต้องใช้น้ำตาลมาก ชา 1 ชวดปริมาณน้ำตาล เท่ากับ 10 ช้อนชา  เท่ากับข้าว 2 ทัพพีครึ่ง ปริมาณแคลอรี่ 500 แคลอรี่  ซึ่งโดยปกติใช้เวลารับประทาน 20 นาที แต่เราใช้เวลา 1 นาทีในการดื่มชา 1 ขวด”  พระสงฆ์บอกว่า “ฉันท์ วันละ 2 ขวด พอรู้พระสงฆ์ บอกตายแล้ว อาตมาไม่รู้”  และความสำคัญของผลไม้ คือมีกากใย แต่ เรากินแต่น้ำผลไม้ กลับนำกากทิ้งไป หรือประโยชน์ทิ้งไป

        อาหารการกินถ้าเราซื้อใหญ่ เราก็กินหมด  ส่วนใหญ่จะคิดถึงความคุ้ม ถ้าได้น้อยจะเสียเหลี่ยม ถ้าท่านเหลี่ยมเยอะต่อไป ท่านจะกลม  อาหารที่ควรเลี่ยงคืออาหารบุพเฟ่ต์ ที่สหรัฐอเมริกา งานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า เครื่องดื่มเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน

         ความเค็ม เป็นต้นเหตุของความดันโลหิตสูง  ปริมาณของอาหารที่เพิ่มขึ้นทำให้แคลอรี่เพิ่มขึ้น เราจะเผาผลาญแคลอรี่ 500 แคลอลี่ ต้องขี่จักรยานเป็นเวลา 1.30 ชั่วโมง อาหารหรือ ชามก้วยเตี๋ยวที่กิน  ก็ชามใหญ่ขึ้น ที่บ้านเราควรสอนเด็กให้คุ้นเคยกับการรับประทานชามเล็กๆ  เราได้ทำได้วิจัยและจัดทำสื่อนำไปใช้ในพระสงฆ์ เพื่อลดความอ้วน  เสื้อผ้าที่กำหนดขนาดที่แน่นอนก็จำเป็น อย่างจีวร ไม่มีขนาด อ้วนขึ้นก็ไม่รู้ตัว” 

ภาพโดย รัตติยา เขียวแป้น ,วราภรณ์ ชวพงษ์

หมวดหมู่บันทึก: PSU.Quality Work Life
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 04 มิถุนายน 2558 18:10 แก้ไข: 05 มิถุนายน 2558 17:43 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 AE, Ico24 Baby, และ 7 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

มาสร้างสุขให้มั่งตะ....อยากสนุกกับการทำงานค่า

มาสร้างสุข กันทุกวัน ในที่ทำงาน นะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.207.238.169
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ