นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ไอซ์ วราภรณ์ ชวพงษ์
Ico64
ไอซ์ วราภรณ์ ชวพงษ์
นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Network
Members · Following: 6 · Followed: 3

อ่าน: 1414
ความเห็น: 0

กินอยู่แนวใหม่ ห่างไกลโรค ลด หวาน มัน เค็ม

เครื่องดื่มส่วนใหญ่ มีน้ำตาลสูง ได้แก่ ชาเขียว 1 ขวด มีน้ำตาล ถึง 14 ช้อนชา น้ำอัดลม 1 กระป๋อง มีน้ำตาล 8 ช้อน นมเปรี้ยว ขวดเล็ก มีน้ำตาล 4 ช้อนชา

บัณทิตวิทยาลัยสหวิทยาการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารสุขภาพร่วมกับสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  จัดอบรมโครงการ กินอยู่แนวใหม่..สุขภาพสดใสห่างไกลโรค เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2558 ณ ห้องจุติ โรงแรมเจบี หาดใหญ่ และศูนย์อาหารสุขภาพ บางกล่ำ   เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องสาเหตุ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เกิดจากการบริโภคอาหาร ปรับพฤติกรรม  ลด หวาน มัน เค็ม เพิ่ม ผัก ผัก ผลไม้ เพิ่มออกกำลังกาย เพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 

อาจารย์สืบศักดิ์ กลิ่นสอน ผู้อำนวยการสถาบันฮาลาล 

กิจกรรมเริ่มด้วย อาจารย์สืบศักดิ์ กลิ่นสอน ผู้อำนวยการสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  เปิดการอบรม และการบรรยาย โดย รศ.ดร.รัตนา  ลีลาวัฒนา แพทย์เฉพาะทางโรคเบาหวาน หน่วยต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม โรงพยาบาลสงขลานครินทร์  นางสาวปรียา  เดชอรัญ  นักวิจัย จาก บัณฑิตวิทยาลัยสหวิทยาการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารสุขภาพ  ผศ.ดร.สันทัด วิเชียรโชติ ผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยสหวิทยาการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารสุขภาพ และนายภาณุ  พิทักษ์เผ่า นายกสมาคมเกษตรอินทรีย์วิถีไท

ผศ.ดร.รัตนา ลีลาวัฒนา 

ปัจจุบัน  การเสียชีวิตของคนมาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 6 โรค ประกอบด้วย โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคเบาหวาน โรคถุงลมโป่งพอง  โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนลงพุง จากการดำเนินชีวิตที่มีพฤติกรรมเสี่ยง

นางสาวปรียา เดชอรัญ

สมาพันธ์หัวใจโลกรายงาน อัตราการเสียชีวิตของประชากรโลก  ทุก 2 วินาที มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด  ปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของโลก ในปี พ.ศ.2555 มีคนเสียชีวิตจากโรคนี้ ปีละ 17.3 ล้านคน และแนวโน้มในปีพ.ศ.2573 จะมีคนเสียชีวิตเพิ่มเป็น 23 ล้านคน

องค์การอนามัยโลก รายงานปัญหาโรคอ้วนว่าเป็นโรคระบาดของโลก  โดยประชากรโลกประมาณ 1.9 พันล้านคน มีปัญหาน้ำหนักเกิน (WHO, 2014) ภาวะดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับ 5 สาเหตุหลักของโรคที่ประชากรโลกเสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็งและเส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งมีประชากรโลกเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคดังกล่าวประมาณ 68% ของประชากรที่เสียชีวิตทั่วโลก(ประมาณ 38 ล้านคน) (WHO, 2012)   

กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าปี 2556 คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด 54,530 คน เฉลี่ยวันละ 150 คน หรือ ชั่วโมงละ 6 คน

การบริโภคน้ำตาลของประชากรไทยสูงขึ้นมาก ทำให้เสี่ยงต่อโรค  โดยปี 2540 มีการบริโภค 28.1 กิโลกรัม/คน/ปี หรือ วันละ 15 ช้อนชา ในปี 2553 คนไทยบริโภคเพิ่มขึ้นเป็น 33.6 กิโลกรัม/คน/ปี หรือ วันละ 18 ช้อนชา

การกินอยู่แนวใหม่ สุขภาพสดใสห่างไกลโรค ควร ลด หวาน มัน เค็ม เพิ่ม ผัก ผลไม้ เพิ่มการออกกำลังกาย จะช่วยให้ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

และควรลดหลวาน ลดน้ำตาล เพื่อลดความเสี่ยงโรคอ้วน โรคเบาหวาน และไขมันในเลือดสูง   ควรกินน้ำตาลวันละไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม แต่เครื่องดื่มส่วนใหญ่ มีน้ำตาลสูง ได้แก่ ชาเขียว 1 ขวด มีน้ำตาล ถึง  14 ช้อนชา   น้ำอัดลม 1 กระป๋อง  มีน้ำตาล 8 ช้อน  นมเปรี้ยว ขวดเล็ก มีน้ำตาล  4 ช้อนชา  

กาแฟเย็นสด 1 แก้ว มีน้ำตาล 9 ช้อนชา  เครื่องดื่มชูกำลัง มีน้ำตาล 7 ช้อนชา  ไอศกรีม 1 โคน มีน้ำตาล 6 ช้อนชา   ทองหยิบ 1 ดอก มีน้ำตาล 2 ช้อนชา

ควรลดมัน ลดอาหารทอด เนื้อสัตว์ติดมัน กะทิ เพื่อลดความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง

ผศ.ดร.สันทัด วิเชียรโชติ

หลักการเลือกและปรุงอาหารให้มีพลังงานลดลง 1.ควรเลือกเนื้อสัตวไม่ติดมัน เช่น ส่วนอกไก่เพราะมีไขมันน้อย และเลาะหนังออก 2. เลือกใช้กระทะแบบเคลือบ เพื่อใช้น้ำมันในการปรุงอาหารน้อยที่สุด  3.ใช้วิธีปรุงแบบ ต้ม นึ่ง ลวก อบ ปิ้ง  ย่างแทนการทอด 4.หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ 5.บริโภคนมไขมันต่ำหรือขาดมันเนย

ไม่ควรกิน น้ำมัน เกิน วันละ 6 ช้อนชา โดยที่พิซซ่า มีปริมาณน้ำมัน 4 ช้อนชา  มันฝรั่งทอดมีน้ำมัน 3 ช้อนชา   ปาท่องโก๋ มีน้ำมัน  1 ช้อนชา

หลักในการเลือกและปรุงอาหารให้มีพลังงานลดลง 1.ใช้น้ำส้ม น้ำมะนาวหรือโยเกิร์ตธรรมชาติแทนน้ำสลัด 2.หลีกเลี่ยวการบริโภคไส้กรอก แฮม หมูยอ ไส้อั่ว  กุนเชียง ไส้กรอกอีสาน  3.หลีกเลี่ยงอาหารประเภททอดน้ำมันลอย เช่น กล้วยแขก ปาท่องโก๋ ไก่ทอด   4.งดอาหารที่มีน้ำจิ้ม 5.เลือกใช้น้ำมันปาล์มในการทอด

ควรลดเค็ม เพื่อลดความดันโลหิตสูง การกินเค็มมากมีผลเสียต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง มีโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น โรคหัวใจ โรคไต อัมพฤกษ์ อัมพาต

ไม่ควรกินเกลือวันละ 1 ช้อนชา หรือ 5 กรัม  ในขณะที่ซุปไก่ก้อน มีน้ำตาล 1 ช้อนชา  ซีอิ๊ว 1 ช้อนกับข้าว มีเกลือครึ่งช้อนชา  น้ำปลา 1 ช้อนชา   มีเกลือ ¼ ช้อนชา  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพร้อมเครื่องปรุง มีเกลือ ¾ ช้อนชา  ไข่เค็ม 1 ฟอง มีเกลือ ¼ ช้อนชา   ซอสหอยนางลม 1 ช้อนกินข้าว มีเกลือ  ¼ ช้อนชา

แนวทางการลดปริมาณเกลือ 1.หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารรสจัด อาหารหมักดอง และอาหารสำเร็จรูป  2.ลดการบริโภคขนมขบเคี้ยว  3.ชิมก่อนเติมเครื่องปรุงรส  4.เลือกบริโภคอาหารธรรมชาติ เพราะอาหารแปรรูปมักมีเกลือหรือโซเดียมเพิ่มขึ้น 5-10 เท่า

ภายโดย คุณไชยรัตน์ ศรีประสม คณะอุตสาหกรรมเกษตร

นายภาณุ พิทักษ์เผ่า

หมวดหมู่บันทึก: PSU.Quality Work Life
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 06 กันยายน 2558 15:20 แก้ไข: 09 กันยายน 2558 14:20 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 pompom, Ico24 คนธรรมดา, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.225.194.144
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ