นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

โจโมะน้ำตาล
Ico64
มณียา แซ่เซียง

การจัดการศัตรูพืช คณะทรัพยากรธรรมชาติ
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 1629
ความเห็น: 0

ฟักข้าว หรือ ขี้พร้าไฟ

“ขี้พร้าไฟ”..พักข้าวดียิ่งนัก.. สำหรับผู้รักสุขภาพ..

 

“ขี้พร้า”...เป็นพืชผักที่ ชาวปักษ์ใต้รู้จักกันดีว่า คือ “ฟักเขียว”  แต่วันนี้จะกล่าวถึง “ขี้พร้าไฟ” อีกชนิดหนึ่งของพืชตระกูลเดียวกัน ..จะมีใครรู้จักไหมหนอ?? อ้อ!!ชนิดเดียวกับที่ ผู้คนส่วนใหญ่รู้จักกันว่า “ฟักข้าว” ชื่อทางละติน  Momordica cochinchinensis (Lour.)Spreng เป็น พืชตระกูลแตง (Cucurbitaceae) พืชตระกูลแตงนี้ในปักษ์ใต้บ้านเรามีหลายชนิดที่นำมาประกอบอาหาร ส่วนใหญ่เป็นไม้ล้มลุก ไม้เลื้อย  โครงสร้างคล้ายนิ้วยึดเกาะ (tendril) ทำให้เผลอไม่นาน ก็เลื้อยคลุมพืชฃนิดอื่นขึ้นไป   สำหรับ ขี้พร้าๆไฟ ผลนี้นำมาจากต้นที่เลื้อยพัน ต้นไม้ใหญ่ฉำฉา (จามจุรี)  กว่าจะเอาลูกลงมากินได้ ก็ต้องได้รับความร่วมมือทั้งเจ้าของบ้าน  ทั้งผู้ที่ปีนต้น และผู้ที่รอรับผลอยู่เบื้องล่างจากการโยนลงมา....นั่นคือเรื่องราวเบื้องต้น ก่อนที่จะเป็นเรื่องเล่าวันนี้ก็มีวีรกรรมมากโขอยู่ .. ขอขอบคุณ.ๆๆ ทุกท่าน (..คุณพัน ยิ่สิ้น, กะชีโว่ และ แอดมินบูรง..).

ขี้พร้าไฟ/ ฟักข้าว...เป็นพืชประจำถิ่นเขตร้อนชื้น แถบเอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้  จีน ไทย มาเลย์ ฯลฯ  และมักอ้างถึงแหล่งกำเนิดในประเทศเวียดนาม เรียกว่า gac fruit    ชาวเวียดนามเชื่อกันว่า เป็นพืชพันธุ์จากสวรรค์ เพราะกินแล้วทำให้แข็งแรง อายุยืน ผิวพรรณดี    ส่วนชื่อที่ทางซีกโลกตะวันตกเรียกกันหลากหลาย ได้แก่ spiny bitter guard (มีรสขม)  หรือ baby jack fruit (ขนุนลูกเล็กๆ) เหล่านี้พอมองเห็นได้ว่า ชื่อเป็นที่มา บ่งชี้ความเป็นลักษณะเด่นของพืชชนิดนี้นั่นเอง คือ ผลคล้ายพืชตระกูลแตง  ผลทรงกลมๆ บางสายพันธุ์ กลม รี คล้ายหยดน้ำ ขนาดและลักษณะผลกลม คล้ายผล “แคนตาลูป” เปลือกผิวภายนอกมีตุ่มๆ หนาม คล้ายขนุน แต่ความถี่ของตุ่มน้อยกว่า  ผลอ่อนมีสีเขียว และเมื่อเริ่มแก่และสุก จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและส้มแดงในที่สุด  ดอกจะแยกเพศเป็นดอกเพศผู้และเพศเมีย  ใช้เมล็ดในการเพาะปลูก หรือปักชำเถา บางครั้งในการเพาะปลูกและคัดเลือกพันธุ์จึงต้องช่วยผสมเกสรให้เมื่อบานดอก เมื่อผลสุกเนื้อจะเนียนสีเหลืองคล้ายมะม่วง  เมล็ดแข็งสีดำมีขนาดใหญ่   ผลขี้พร้าไฟแต่ละสายพันธุ์จะมีปริมาณสารที่มีประโยชน์ต่อร่างการเราไม่เท่ากัน ในเมืองไทยจึงมีงานวิจัยที่สนใจการปรับปรุงสายพันธุ์  เพื่อคัดเลือกสายพัันธุ์ที่มีปริมาณเยื่อหุ้มเมล็ดมากและมีปริมาณไลโคพีนมาก

ส่วนเนื้อของผลสุก (สีเหลือง)  เยื่อหุ้มเมล็ด (สีแดง)  น้ำชะล้างเมล็ดที่ยังคงมีเยื่อหุ้ม (สีแดงใส) และเมล็ดที่ปราศจากเยื่อหุ้ม (สีดำ)

  สรรพคุณทางยา ผลทางรักษาและป้องกันโรค  เริ่มมีการศึกษาครั้งแรกในประเทศเวียดนามถึงประโยชน์ของสารที่มีอยู่ในผลชนิดนี้ เพื่อสุขภาพและ ประโยชน์ทางการแพทย์  ขี้พร้าไฟซึ่งเรียกกันว่า gac fruit เป็นผลไม้ที่ปลูกพบได้ง่าย ออกผลชุกเป็นเฉพาะช่วง  ใช้ในวิถีชีวิตของชาวเวียดนาม ผสมน้ำในการหุงข้าว   มีรายงานว่า ในช่วง คศ. 1941 แพทย์ที่เวียดนาม ได้คิดค้นหาศักยภาพของพืชชนิดนี้ในการรักษามะเร็ง ที่เกิดขึ้นต่อผู้คนชาวเวียดนาม เป็นผลกระทบจากการใช้สาร..agent orange. (รู้จักกันดีในนาม “ฝนเหลือง” ในสงครามเวียดกง/อเมริกา)  ผลจากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี พบว่า มีสารสำคัญ “ไลโคพีน” มากที่สุดในเยื่อหุ้มเมล็ดของผลสุก   มีงานวิจัยการค้นพบไลโคพีนที่มีมากที่สุด ใน gac fruit/ฟักข้าว  เมื่อเทียบกับมะเขือเทศและพืช ผัก ผลไม้ชนิดอื่นๆ (เปรียบเทียบปริมาณสารได้จากตาราง)   ส่วนที่มาของชื่อ ไลโคพีน มาจากสารชนิดนี้พบมากในมะเขือเทศและชื่อละตินของมะเขือเทศคือSolanum lycopersicum )...ไลโคพีน..พบอยู่ที่ เยื่อหุ้มเมล็ดมีสีแดง และจากเนื้อของผลสุก  สารดังกล่าวถูกนำมาใช้ในทางการส่งเสริมสุขภาพของคนเรา   โดยพืชสร้างขึ้นมา และมีประโยชน์แก่พืช  ขณะเดียวกันก็มีประโยชน์ต่อคนเราด้วย   จัดเป็นสาร“พฤกษเคมี (ไฟโตนิวเทรียนท์, phytonutrient)”

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า สายพันธุ์ของพืชชนิดนี้ ให้ปริมาณไลโคพีนที่แตกต่างกัน  ในเมืองไทยจึงมีงานวิจัยที่ศึกษาด้านการปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่มีผลผลิตของสารไลโคพีนในปริมาณที่มาก เป็นประโยชน์ในด้านการบริโภคหรือด้านอุตสาหกรรมต่อไป

 ขี้พร้าไฟ..กับเมนูพืชผักในชีวิตประจำวัน  ส่วนยอดอ่อน ขมเล็กน้อย  นำมาประกอบอาหารได้ทุกอย่าง ลวก จิ้ม  ส่วนของผลอ่อน นำมามาแกงเลียง  แกงจืดหรือใส่ในแกงส้ม แกงเขียวหวาน และอื่นๆเช่นเดียวกับฟักเขียว ส่วนเนื้อเมื่อผลสุกเต็มที่ก็ยังมีรสขม

ขี้พร้าไฟ ..ใส่ใจสุขภาพ.. .สรรพคุณของสารพฤกษเคมี (ไฟโตนิวเทรียนท์, phytonutrient) ที่ทำให้เป็นที่รู้จักคือ มีสารไลโคพีน (Lycopene) สูงมาก  มีสรรพคุณเป็นสารต้านกลไกออกซิเดชั่นในร่างกาย  ต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ทำให้มีสรรพคุณรักษาโรค ซึ่งภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย จีน ได้นำผล เยื่อหุ้มเมล็ด หรือ แม้กระทั่งน้ำมันที่เมล็ด มาใช้ในสูตรยารักษาโรคต่างๆ สารไลโคพีนช่วยลดความเสี่ยง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (coronary heart disease  มะเร็งต่อมลูกหมาก (prostate cancer) ฯลฯ และมีผลดีต่อผิวพรรณ

เมื่อเร็วๆนี้ จากมหาวิทยาลัยมหิดล  มีรายงานการทดสอบสารสกัดจาก เนื้อ เปลือก และเยื่อหุ้มเมล็ด ของขี้พร้าไฟ/ฟักข้าว สารสกัดดังกล่าวซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านกลไกออกซิเดชั่น มีผลต่อการป้องกันการทำลายสารพันธุกรรม ของเซลล์( Non-cytotoxicity property and DNA protective activity against H2o2 and UVC of Thai gac fruit extract in human TK6 cell, 2012,  journal of applied pharmaceutical science)

หากสนใจเมนูเครื่องดื่ม อุดมด้วยไลโคพีน ติดตามได้ที่ http://burongtani.oas.psu.ac.th/blog/1298



หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 29 พฤษภาคม 2557 13:43 แก้ไข: 04 มิถุนายน 2557 14:09 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 fruity, Ico24 คนธรรมดา, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.89.87.12
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ