นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 4778
ความเห็น: 9

Mass Spectrometer กับอาการวิ่งหน้าตั้ง แตกตื่น

วิ่งกันหมดไม่เหลือ ทั้งนักวิทยาศาสตร์ และลูกค้าที่มาใช้เครื่องมือใกล้ ๆ

                 เครื่องนี้เป็นเครื่อง Mass Spectrometer เรียกย่อ ๆ ว่า MS ซึ่งของศูนย์เครื่องมือฯ จะเป็นยี่ห้อ Thermo Finnigan รุ่น MAT 95 XL 

                 เครื่องตัวนี้สามารถใช้หาข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างและยืนยันมวลโมเลกุลของสารที่สามารถตรวจวิเคราะห์ได้ถึงระดับทศนิยม 4 ตำแหน่ง โดยใช้ตัวอย่างเดียว 1 มิลลิกรัม และวิเคราะห์ได้ทั้งแบบเทคนิค EI CI และ FAB สามารถวิเคราะห์สารที่บริสุทธิ์ ได้แก่ สารสกัดจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (พืช สมุนไพร สัตว์) และสารสังเคราะห์เป็นต้น

         

                ที่บอกว่า วิ่งหน้าตั้ง แบบแตกตื่น น่ะ มันคืออะไร และเกิดอะไรขึ้น กระผมจะมาเล่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ให้ฟังกันครับ เรื่องก็มีอยู่ว่า ช่วงเย็น ของวันที่ 26 ต.ค. 55 เวลา 16.00 น. โดยประมาณ ได้มีเสียงเรียกของ พี่หนูณิชน์ มาแต่ไกล แบบดัง ๆ ซึ่งตัวผมเองนั่งอยู่ในห้องซ่อม ประตูห้องเปิดอยู่ เมื่อได้ยินเสียงแบบตื่น ๆ มา ก็สงสัย ผมก็เดินออกมาดู พบ พี่หนูณิชน์ บอกว่าท่านทดแทนให้มาตามไปที่เครื่อง Mass Spectrometer ด่วน มีไฟไหม้ ควันขึ้นที่เครื่อง ผมเมื่อทราบเรื่องก็รีบวิ่งลงไปดูด่วน 

               เมื่อไปถึงที่ห้อง G01 ก็เห็นกลุ่มควันขาวเต็มห้องไปหมด พร้อมกลิ่นเหม็นเหมือนพลาสติกไหม้ ปรากฏว่า ท่านทดแทน ได้เปิดฝาด้านข้างดู พบว่าเกิดจาก Vacuum Pump ตัวหนึ่ง มีปัญหา ซึ่งท่านทดแทน ได้ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว โดยการหยุดปั้ม แล้วดึงปลั๊กไฟของปั้มออก พร้อมกับยกปั้มออกมานอกเครื่อง (เห็นว่ารีบด้วยเหตุการณ์ จึงยกปั้มขึ้น ลืมตัวไปว่าปวดหลังอยู่) ผมเมื่อเห็นกลุ่มควันพิษ จึงรีบเปิดเครื่องดูดควัน  พร้อมบอกให้ นุนอนนาน เปิดหน้าต่างทั้งหมด ผมก็รีบไปเอาพัดลมตัวใหญ่ จากห้องกรงด้านหลังมาเปิด ไล่ควันและอากาศเสียออกนอกห้องอย่างรวดเร็ว

               นักวิทย์ที่อยู่ใกล้เคียง กล่าวว่า เมื่อพบเห็นเหตุการณ์ก็ได้วิ่งหนี แตกตื่นกันออกมา พร้อมกับลูกค้าที่มาใช้เครื่องอยู่ใกล้บริเวณเครื่องดังกล่าว ก็วิ่งหนีออกมาเช่นกัน น้องแว่น ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับผมว่า ขณะนั้นตนกำลังทำงานอยู่ในห้อง บริเวณหน้าต่าง หลังห้อง ตนนึกว่า ทำไมแว่นของตนมั่ว ๆ จัง ก็เลยถอดแว่นออก ก็เหมือนเดิม จึงหันมาดู ก็พบว่าเป็นกลุ่มควัน ออกมาจากเครื่อง พร้อมกลิ่นเหม็นไหม้ จึงวิ่งออกมานอกห้อง ขอความช่วยเหลือ มีคนไปตามท่านทดแทน ที่กำลังยืนทำข่าว อยู่หน้าห้อง สนล. ก็รีบวิ่งลงมาดูเหตุการณ์ ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว

                เมื่อสถานการณ์ปกติแล้ว ผมกับท่านทดแทน ก็เข้ามาดูที่เจ้าตัวปัญหา ก็คือตัว Vacuum Pump นั้นเอง ปรากฏว่าพบ ตัวเก็บประจุ(ชื่อเป็นทางการ คือ Capacitor หรือเรียกตามภาษาช่างไฟ คือ แค๊ป (Cap) แต่ถ้าเรียกแบบช่างอิเล็กฯ คือ ซี (C) ด้านข้างมอเตอร์ไหม้ แบบสภาพฝาแตกออกมา แล้วตัวถังพลาสติกก็ละลาย ท่านทดแทนก็ถามผมว่า พอจะมี Cap ของมอเตอร์เหลืออยู่บ้างมั้ย เอามาเปลี่ยนให้เครื่องสามารถใช้ได้ก่อน ผมก็ดูค่าความจุ และแรงดัน ที่ตัว Cap ที่ไหม้ แต่ก็ไม่เห็นจะมีบอกไว้เลย  

                 ดังนั้นผมจึงรีบขึ้นไปหา Cap พอดีนึกขึ้นได้ว่า มีเหลืออยู่ 1 ตัว เพราะผมเคยซ่อม Vaccum Pump ของลูกค้า จึงซื้อเหลือมา 1 ตัว ซึ่งพบกับปัญหา Cap ไหม้ เช่นกัน หรือไม่ก็เป็นอาการมอเตอร์ไม่สามารถหมุนได้ตอนเปิดเครื่องใหม่ หรือมีน้ำมันไหลออกมาจาก Cap ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด  เป็นเหตุที่เกิดมาจาก Cap เสื่อมสภาพจากการใช้งาน อาจจะเนื่องด้วยความร้อนที่สะสมในตัวมันเอง และจากความร้อนของตัวมอเตอร์

                  เมื่อได้ Cap แล้วก็รีบจัดหาเครื่องมือ ที่จำเป็น รีบลงไปเปลี่ยนทันที ซึ่ง Cap ตัวใหม่นี้ มีค่าความจุ 16 ไมโครฟารัด (F) แรงดัน 450 โวลต์(V) จึงนำตัวที่ไหม้ มาเทียบกัน ปรากฏว่าขนาดเท่ากัน สัญลักษณ์ยี่ห่อเดียวกัน แต่ตัวที่ไหม้มองไม่เห็นค่าความจุกับแรงดัน โดยรอบ ๆ Cap ตัวเก่าจะเหมือนโดนพ่นสีดำ พร้อมกับตัวถังของมอเตอร์ จึงใช้มีดคัตเตอร์ขูด สีออก ก็ไม่เห็นมีเขียนบอกสิ่งใดไว้เลย จึงไปสังเกตดูที่ Name Plate ของมอเตอร์ ซึ่งจะบอกถึงพิกัดกระแสและแรงดันของมอเตอร์ แต่มีอยู่บรรทัดหนึ่งบอกถึงค่าความจุของ Cap พอดี มีค่า 16 ไมโครฟารัด(F) เช่นกัน ช่างบังเอิญ อารายเช่นนี้ ไม่ต้องออกไปซื้ออีก เปลี่ยนไปได้เลยครับ 

                  ซึ่งหน้าที่หลักของคาปาซิเตอร์ก็เหมือนดังชื่อของมัน คือมีหน้าที่เก็บประจุไฟฟ้า ทำหน้าที่จ่ายให้กับโหลดเพื่อเพิ่มอำนาจแม่เหล็ก ซึ่งใน Vacuum Pump จะใช้มอเตอร์เป็นต้นกำลัง จึงจำเป็นต้องมีคาปาซิเตอร์มาช่วยในการเริ่มเดินมอเตอร์ เพื่อเพิ่มแรงบิดให้มอเตอร์ในการไปขับ Vacuum Pump ให้เริ่มหมุน

           ส่วนประกอบของคาปาซิเตอร์หลักๆจะมีอยู่3ส่วนคือ
1.แผ่นโลหะ ซึ่งเป็นแผ่นโลหะประเภทอะลูมิเนียม จำนวน2แผ่นวางอยู่ใกล้กัน มีฉนวนหุ้มอยู่
2.ฉนวน ฉนวนของคาปาซิเตอร์ทำมาจากกระดาษชุบด้วยน้ำยาเคมี ที่เรียกว่า น้ำยาอิเล็กโทรไลต์
3.วัสดุห่อหุ้ม ทำหน้าที่เป็นตัวสำหรับบรรจุชิ้นส่วนภายใน

ที่มาของรูป:

 https://sites.google.com/site/velectronic1/_/rsrc/1236508975545/capacitor/c1.jpg?height=333&width=420

 

                   ใน ตัวคาปาซิเตอร์จะมีค่าความต้านทานของตัวมันเองอยู่ ซึ่งเรียกว่าค่าความจุ มีหน่วยเป็น "ไมโครฟารัด"(Microfalad = µFD) ซึ่งสามารถเขียนเทียบได้โดย 1 Falad(FD) = 10^6 µFD


                   เมื่อดำเนินการเปลี่ยน Cap เรียบร้อย ก็นำ Vacuum Pump กลับเข้าที่เดิม จากนั้นก็ทดสอบเปิด Vacuum Pump โดยทำการตรวจสอบกระแสสตาร์ทและกระแสรัน ด้วย Clamp Meter ปรากฏว่า กระแสตอนสตาร์ทประมาณ 2.0 แอมป์ ส่วนกระแสช่วงรัน อยู่ประมาณ 1.9 แอมป์ จากพิกัดของมอเตอร์ถ้าดูตาม Name Plate คือ 3.0 แอมป์ ก็แสดงว่ามอเตอร์ทำงานที่กระแสต่ำกว่าพิกัด จึงมั่นใจได้ว้ามอเตอร์ทำงานปกติครับ สบายใจได้ 

                   ผมคิดว่า ดีครับ ที่ทุกคน เมื่อพบเจอเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่ไม่ดี ก็ยังตื่นตัว และหนีเอาตัวรอดออกมาได้ ซึ่งถ้าไม่สามารถแก้ไขสถานกาณ์ ด้วยตนเองได้ ก็ยังดี ที่พยายามกระจายข่าวสาร ให้ผู้ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทราบ เพื่อควบคุมให้สถานการณ์นั้นกลับมาเป็นปกติได้ ถือว่า ยอมรับ ชาวศูนย์เครื่องมือฯ ในเรื่องนี้ครับ

ที่มาของรูป : 

 http://topicstock.pantip.com/home/topicstock/2009/04/R7769346/R7769346-0.jpg

ที่มาของรูป :

http://3.bp.blogspot.com/_DPK57UiPGs8/SulLvn6BrrI/AAAAAAAAAfU/OvXG5B3_J3g/s320/Picture+036.jpg

 

     สุดท้ายนี้ขอยกตัวอย่าง ที่ท่านผู้อ่าน สามารถเอาความรู้ที่ได้จากบันทึกนี้ ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งผมจะยกตัวอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน นั้นก็คือ พัดลม เราจะทราบได้อย่างไรว่า Cap มันเสีย ส่วนใหญ่จะพบว่าพัดลมมันไม่หมุน  ผู้พบเจอเหตุการณ์ นี้มักคิดว่าพัดลมเสีย หรือไม่ก็ มอเตอร์เสีย แต่เราสามารรถทดสอบง่าย ๆ ด้วยตัวเราเองครับ ว่าเกิดจาก Cap เสีย หรือไม่ โดยการเปิดสวิตช์พัดลม แล้วใช้นิ้ว หรืออะไรก็ได้ไปช่วยหมุน หรือสะกิด ให้ใบพัดลมหมุน เมื่อทำเช่นนั้นแล้ว พัดลมเกิดหมุนเองตามปกติ ก็แสดงว่า Cap Start เสีย ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่า Cap Start ถ้า Cap เสีย เราก็ Start เสียเอง มันก็ทำงานได้ ส่วนถ้าไม่อยากไป Start ด้วยตัวท่านเอง ก็ไปเปลี่ยน Cap Start ซะ จบข่าว...

 

...HS9OCB...

Sections: พัฒนางานประจำ
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 27 October 2012 23:27 Modified: 27 October 2012 23:29 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 ServiceMan, and 5 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
ทดแทน (Recent Activities)
28 October 2012 06:27
#81482

ไม่รู้เขาเรียกเราเป็นคนแรก

พอวิ่งไปไม่ได้เดินเลยนิ

ก็ไปผิดเครื่อง ไป LC/MS

เห็นว่ามันเป็น MASS เหมือนกัน

จนเขาร้องบอกว่า ควันมันออกจากเครื่องนี้

ด้วยความตกใจเปิดฝาเครื่อง ยกเอามอเตอร์หนักๆ เสียเฉยเลย แล้วก็คลับคล้ายคลับครา

ว่ามันต้องปิดเครื่อง แต่ถ้าปิดทันที่ทันใด ท่าน Serviceman งานเข้า

สาธุ รอดมาได้

Ico48
ServiceMan (Recent Activities)
28 October 2012 08:41
#81483

เครื่องมันเก่าแล้วเปิด 24ชม มาสิบเอ็ดปี สงสัยมันอยากพักบ้างสักเล็กน้อย

ไม่ค่อยรู้เรื่องไฟฟ้า แต่อ่านได้เข้าใจง่ายครับ @ กด Like ให้นักข่าว HS9OCB ครับ

Ico48
HS9OCB (Recent Activities)
28 October 2012 14:08
#81489

ดีน่ะเหตุการณ์เกิดตอนมีคนอยู่ และสามารถแก้ไขปัญหาให้เครื่องกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ในเวลาประมาณ 30 นาที

เก่งจริง ฝ่ายซ่อมฯของเรา

ขอบคุณที่ไม่ดูดายกับเสียงเรียกดังๆ ของพี่

ดี ดี หลักการของ Cap นี่คล้าย ๆ กับงานวิจัย Heating ด้วย RF เลย มีไดอิเล็กทริกอยู่ตรงกลางด้วย

มีคนเตรียมกดออดเสียงเตือนภัยแล้วน่ะนี่

ได้ความรู้เรื่องพัดลมต้องนำไปซ่อมดูที่บ้านดีกว่า..ฮิๆๆ

จัดไป น้องแว่น จัดไป ดีน่ะแว่นมั่วเสียก่อน ไม่งั้นโดนไฟไหม้เกรียมแน่ ๆ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.89.87.12
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ