นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Network
Members · Following: 0 · Followed: 16

อ่าน: 3422
ความเห็น: 4

ก้าวย่าง ทางเดิน ลืมเลือนคืนวัน ดั้นด้นไป: พกยักษ์ ๒๒ - Hatyai Car Full Day VS รถคันแรก

ปากว่าตาขยิบ บางส่วนขมิบ ปริบๆ ได้แต่แลมอง

จนถึงเวลานี้ก็คงสิ้นสุดไปแล้วกับกิจกรรม Hatyai Car Free Day 2011 ปีนี้จัดเป็นปีที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบนะครับ น่าจะเป็นปีที่ ๔ หรือ ๕ แล้วครับ

กิจกรรม Car Free Day ในส่วนของภาพใหญ่นะครับ จัดมานานนับสิบปีแล้วครับ เริ่มต้นจากเมืองนอกเมืองนา แล้วค่อยเข้ามาเมืองไทยในภายหลัง

กิจกรรม Car Free Day ที่เป็นสากลนั้นกำหนดเอาวันที่ ๒๒ กันยายน เป็นวัน Car Free Day แต่ถ้าจะจัดกิจกรรมให้ตรงกับวัน Ca Free Day จริงๆ นั้นเห็นท่าจะยากสำหรับเมืองไทย นั่นคือ หากวันที่ ๒๒ ไม่ตรงกับวันหยุด เสาร์ - อาทิตย์ ผู้ที่มาร่วมงานก็คงบางตา จะมีก็แต่ "เจ้าภาพ" เท่านั้นครับ

กิจกรรม Car Free Day เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นพร้อมๆ กันหลายแห่งทั่วประเทศ

สำหรับกำหนดการคร่าวๆ นั้น ผมได้แจ้งไปแล้วในบันทึกก่อนหน้านี้ครับ

สำหรับเส้นทางการปั่นจักรยานเสือภูเขานั้น ในบันทึกที่แล้วผมแจ้งรายละเอียดผิดไปนิดนึง คือตอนเลี้ยวซ้ายจากถนนปุณณกัณฑ์ เพื่อไปบ้านเกาะปรักนั้น ไม่ได้เลี้ยวซ้ายที่สามแยกวัดเขากลอย แต่เลี้ยวซ้ายตรงแยก ศาลา ๒๐๐ ปีบ้านเขากลอย หรือฝั่งตรงข้ามกับ "ออมทรัพย์เพื่อการผลิต" ก่อนถึงแยกเขากลอย ประมาณ ๒๐๐ เมตร

การสื่อสาร/ ประสานงานระหว่างการจัดกิจกรรม ได้รับความร่วมมือจากสมาชิก (นักวิทยุสมัครเล่นฯ) กลุ่มต่างๆ หลายกลุ่ม

 

สำหรับปีนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจักรยานล้ม เป็นตะคริวหลายคน รวมถึงคนที่ "ปั่นไม่ไหว" อีกจำนวนหนึ่ง

"ปั่นไม่ไหว" นี่คงเป็นน้องๆ เด็กนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลฯ มากกว่านักปั่นน่องอาชีพอย่าง "เสือภูเขา"

ผมมีทั้งตามติดท้ายขบวน แซงกลางขบวน เพื่อถ่ายภาพกิจกรรมบ้าง ตามประกบน้องๆ นักเรียนที่ปั่นรั้งท้ายขบวนบ้าง

สำหรับปีนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดูจะบางตาลงไปกว่าปีที่แล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่เห็นหลักๆ ก็จะเป็นนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลต่างๆ ของเทศบาลนครหาดใหญ่ โรงเรียนแสงทอง และอีกกลุ่มหนึ่งก็คือกลุ่มจักรยานเสือภูเขา

ขบวนจักรยานแฟนซี ปีนี้ขาดหายไป ไม่มีจักรยานสามล้อมาปั่นให้เห็นอีกแล้ว

สำหรับนักปั่นจักรยานจากหน่วยงาน หรือกลุ่ม องค์กรอื่นๆ เห็นจะมีน้อยมาก ไม่เหมือนกิจกรรมที่จัดในปีแรกๆ ที่หัวขบวนอยู่บริเวณแยกประชาธิปัตย์ตัดกับเสน่หานุสรณ์ และท้ายขบวนยาวไปจนถึงแยกธรรมนูญวิถีตัดเสน่หานุสรณ์ (หัวมุมโอเดียน)

ปีนี้ผมไม่ได้เดินไปท้ายขบวนแต่กะประมาณจากสายตา ท้ายขบวนน่าจะอยู่ที่แถวหน้าโรงแรมสตรีสีชมพู

รถพยาบาลที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มีจากโรงพยาบาลศิครินทร์ โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ๋ โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี รถกู้ภัยจากมูลนิธิ

ผมเห็นรถจักรยานติดป้าย ตัวอักษรสีแดงๆ HU อยู่สักประมาณ ๑๐ คัน เข้าใจว่าเป็นนักปั่นจากมหาวิทยาลัยหาดใหญ่

ในส่วนขอ ม.อ. เองนั้น ผมไม่ทราบว่าได้ส่งนักปั่นเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ (ในนามนักปั่น ม.อ./ ชมรมจักรยาน ม.อ.) บ้างหรือเปล่า

ที่ผมเห็นแว๊บๆ เพราะมีขนาดใหญ่ ก็คือ "รถพลังงานไฟฟ้า" ของ ม.อ. ที่ส่งไปร่วมงาน (น่าจะ) ๑ คัน จอดอยู่บริเวณ ถนนประชาธิปัตย์ หน้าโรงแรมรีเจนซี่ มีการใช้ผ้าเขียวๆ มาติดตัวรถแทนสีขาวๆ เดิมของรถ

แน่ล่ะ ผมไม่ได้เก็บภาพมาฝาก เนื่องจากผมเห็นตอนขบวนจักรยานเริ่มเคลื่อนขบวนแล้ว

หลังจากเคลื่อนขบวนฝ่า Car Full Day (ในวันหยุด) ในตัวเมืองหาดใหญ่ (สาย ๑ ๒ และ ๓) แล้วขบวนเคลื่อนเข้าสู่ถนนราษฎร์อุทิศ ไปท่าน้ำบางหัก (เขต ๘) บริเวณศูนย์การเรียนรู้บางหัก เพื่อเป็นจุดพักบริการน้ำดื่ม และเทน้ำ EM ลงในคลองระบายน้ำ (เสีย) ตรงจุดประตูระบายน้ำ (ลงคลองอู่ตะเภา)

มีบ้างที่เทน้ำ EM ลงคลองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เก็บภาชนะ (ขวดพลาสติค) ไปเก็บที่เดิม และทิ้งภาชนะใส่น้ำ EM ไว้ริมคลอง

เกือบๆ ๑๐ โมงเช้า ขบวนเคลื่อนมาถึงจุดพักจุดที่ ๒ และเป็นจุดสิ้นสุดของขบวนจักรยานครอบครัว บริเวณโรงพยาบาลราษฎร์ยินดี

ผมมาถึงจุดพักเป็นคนท้ายๆ แล้ว ไม่ทันได้หยุดพัก ขบวนจักรยานเสือภูเขาก็เริ่มเคลื่อนขบวนอีกแล้ว

เท่าที่เดินดูรอบๆ จุดพัก (อย่างรวดเร็ว) พบว่ามีซุ้มของ พลังงานจังหวัดมาจัดบู๊ต พลังงาน มีแผงโซล่าร์เซลล์ ถังแยกขยะ (ฉบับมินิ) มาแสดง

ขบวนจักยานเสือภูเขาไล่บี้กันมาตามเส้นทาง เข้าสู่ปลายทางที่บริเวณสวนสาธารณะฯ ทิ้งน้องๆ นักเรียนผู้ที่อยากปั่น อยากเข้าร่วมกิจกรรมไว้ข้างหลัง ๓ คน ที่มาถึงจุดปลายทางประมาณ ๑๑.๓๐ น. มาถึงหลังกลุ่มแรกๆ (เกือบทั้งหมด) ประมาณ ๓๐ นาที

มีบ้างที่อยากปั่นต่อแต่ไปไม่ไหว พี่ๆ ที่ดูแลอยู่ตามทางเลยหิ้วจักรยานใส่รถพยาบาลมาส่งที่สวนสาธารณะ

ผมออกจากงานมาเกือบๆ เที่ยงแล้ว เข้ามาถึง ม.อ. ทันฝนตกพอดี

ผมแวะเข้าร้านสะดวกซื้อที่โรงอาหารโรงพยบาบาล เดินหาหนังสืออ่าน หยิบเนชั่นสุดสัปดาห์มาอ่าน เปิดๆ ไปพบคอลัมภ์ที่เขียนถึงงาน Car Free Day ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียวครับ

ผมอ่านผ่านๆ นะครับ

เท่าที่จำได้ มีการพูดถึงนโยบายรณรงค์ ส่งเสริมการใช้จักรยานในเมืองใหญ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่หลายหน่วยงานขานรับมาดำเนินการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ที่ลงทุนสร้างไบท์เลน เป็นระยะทางนับร้อยกิโลเมตร ประมาณว่าระยะทางมากกว่าระยะทางเดินของรถไฟฟ้าซะอีก

แต่ก็นั่นแหละครับ ในทางปฏิบัติแล้ว มีผู้ใช้จักรยานเป็นพาหะนะในเมืองใหญ่น้อยมาก สวนทางกับนโยบายและการสนับสนุนเรื่องไบท์เลน

ว่ากันว่าไบท์เลนที่ลงทุนสร้างไว้ (ตามฟุตบาท) ถ้าจะใช้จริงๆ ก็ต้องคอยหลบ หลุม บ่อ ไปตลอดทาง ไม่นับที่ต้องประจันหน้ากับ แผงลอย คนเดินเท้า รถจักรยานยนต์ (รับจ้าง) ที่มาใช้ไบท์เลนด้วย

ผู็ที่ใช้จักรยานเป็นพาหนะก็เลยต้องลงมาใช้เส้นทางร่วมกับรถ (คันใหญ่ๆ) คันอื่นบนถนน ใครใช้ก็ประคองตัวกันเอาเองครับ

หลายปีก่อนผมได้มีโอกาสผ่านไปที่เทศบาลฯ ยะลา ผมประทับใจที่ถนนในเทศบาลมี ไบท์เลนขนาดใหญ่ (แม้จะไม่ทุกสาย) ถนนดูสะอาดตา

ที่สงขลาก็มีนครับบริเวณจากสระบัวไปแหลมสนอ่อน (ศาลกรมหลวงฯ) ทางเทศบาลฯ จัดทำเป็นไบท์เลนเอาไว้ส่วนหนึ่ง เมื่อก่อนผมจำได้ว่ามี "รถจักรยาน" ให้เช่าปั่นด้วย

ต้องถามคนสงขลาอีกเช่นเดิมครับว่ายังมีอีกหรือไม่

อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เวลาก็เปลี่ยนเวียนมาถึง "คืนภาษีรถคันแรก" จากนโยบายใหม่ถอดด้าม ของรัฐบาล ๑ เดือน ในวันที่อากาศร้อนระอุ พร้อมๆ กับ  Car Full (Every) Day

เราเอง

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): ข้าวยำ  เฉาก๊วย  Hatyai Car Full Day
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 18 กันยายน 2554 15:52 แก้ไข: 18 กันยายน 2554 17:42 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 NovemberRain, Ico24 mandala, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ก็เห็นด้วยว่าทุกวันเป็น car full day ครับ

ว่าแต่งานแบบนี้จะสามารถโน้มน้าวให้คนเปลี่ยนใจมาใช้จักรยาน สัก 2% ที่เป็นตัวเลขมหัศจรรย์ของพี่เสือได้หรือไม่?

ในความเห็นของผมนะครับ แค่สัก ๑ เปอร์เซนต์ผมยังเห็ฯว่าถ้าได้ เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มากครับ

ถ้าให้ผมหันมาใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทาง ด้วยสภาพบนท้องถนนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแล้ว ผมคงไม่เพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเองครับ

ทั้งเรื่องของมารยาทในการขับขี่ของผู้ร่วมใช้รถใช้ถนน (โดยเฉพาะช่วงเวลากลางวัน) การเคารพกฎจราจร หรือแม้แต่สิ่งอำนวยความสะดวกแก่จักรยานที่ดูเหมือน "ไม่มีเลย"

ผมยังคิดว่างาน Hatyai Car Free Day ที่จัดขึ้นปีหลังๆ จะเน้นกิจกรรมในกลุ่มของจักรยานเสือภูเขาเสียเป็นประเด็นหลัก ลืมวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจัดงาน Car Free Day ไปซะแล้ว

อาจจะเนื่องมาจาก กลุ่มหลักของงานเป็นกลุ่มจักรยาน/ ชมรมจักรยานเสือภูเขาซะส่วนใหญ่ และกลุ่มนี้มีการวมตัวกันเหนียวแน่น และเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างจะ "มีอันจะซื้อ" จักรยาน/ อุปกรณ์เหล่านี้

การเป็นพี่เลี้ยงให้กับเด็กๆ หรือมือใหม่หัดขี่น้อยมากๆ ยกเว้นคนที่เป็นมือใหม่ในชมรม หรือกลุ่ม (ของเสือภูเขา) จะมีบ้างบางคนที่เป็นแกนนำที่ไม่ "ปั่นแบบเมามัน" แต่มาดูแลเด็กๆ ที่อยู่รั้งท้าย และเสี่ยงต่อการเกิดการเฉี่ยวชนจากรถร่วมทางอื่นๆ เนื่องจากไม่ได้มาเป็นกลุ่มใหญ่ อย่างมากก็ ๓ - ๔ คน จักรยานก็เป็นประเภท "เกือบธรรมดา"

ปั่นไปช้าๆ ปั่นบ้างหยุด (หายใจ) บ้าง

ถ้าเราให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมเด็กๆ เหล่านี้มากกว่านี้ ผมมองว่า เราอาจจะขยับตัวเลขผู้ใช้จักรยาน (เป็นพาหนะอดิเรก) เข้าใกล้ ๒ เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่น่าที่จะเป็นเรื่องยาก

มันก็เหมือนกันเรื่องของ "ไฟไหม้ฟาง" ครับ ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป รอ "หน้าแล้ง" ปีใหม่มาเยือนอีกสักที

เราเอง

น้องอนุบาลน่ารักเชียว

สงขลายังขี่จักรยานได้อยู่นะ รถไม่มากเท่าหาดใหญ่

ร้อนครับ ;-)

เคยคิดจะปั่นจักรยานมาทำงานเหมือนกันครับ แต่คณะฯ ต้องทำที่อาบน้ำใหม่ให้ผม ;-) เพราะเปียกชัวร์ๆ ประหยัดอีกอย่างก็ไปเปลืองอีกอย่าง

ผมมองไปถึงเรื่อง public transport ครับ เหมือนๆ รถไฟฟ้า ม.อ. -- วันก่อนเด็กๆ คุยกัน ว่า "รถไฟฟ้ามาหาสายนะเธอ" เป็นผมก็คงไม่รอครับ ควบมอ'ไซค์มาไวกว่า

ตุ๊กๆ กับรถหลังคาสูงที่มีอยู่ ถ้าเอามาจัดระบบ หรือให้ทุนสนับสนุนในการพัฒนาปรับปรุง ดูจะมีความหวังมากกว่าครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.218.67.1
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ