นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 1880
ความเห็น: 1

ก้าวย่าง ทางเดิน ลืมเลือนคืนวัน ดั้นด้นไป: ฤดูกาล ๒ - ๑๘ - ระทึกชีวิตใต้เขื่อน นอกเขื่อน เหนือเขื่อน

คำเตือนสำหรับทุกท่านที่เครื่อง "ไม่แรงพอ" หากคลิกมาอ่านอาจจะทำให้เครื่องคอมฯ ของท่านน็อคได้ โปรดระวัง

เขียนบันทึกเรื่องยากๆ มาหลายบันทึกแล้ว วันนี้คิดเอาไว้ว่าจะเขียนบันทึกที่เป็นเรื่องง่ายๆ อ่านแล้วลื่นเหมือนพื้นที่ฉ่ำแฉะเจิ่งนองด้วยน้ำ

ยิ่งเข้าช่วงหน้าฝน การขุดถนนเพื่อวางท่อร้อยสายไฟบริเวณถนนเพชรเกษมก็ยิ่งเพิ่มความดุเดือดมากขึ้น ตอนนี้เรียกว่าเละไปตลอดสาย ทั้งขาเข้า ขาออกเมืองเห็นแล้วหวาดเสียว

ช่วงนี้ชี้แนะ

เอ้ย ไม่ใช่รายการทีวีนะครับ

พอเริ่มจะเขียนพาลนึกไม่ออกไปซะทีว่าจะเขียนอะไร ตอนที่ทำโน่นทำนี่ ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าบสวนสนามกันให้ขวั่ก

แต่เอาเถอะหยอดทีละบรรทัด สมไปทีละหน่อย ไม่ช้าก็ได้สัก ๑ บันทึกกลางๆแน่นอน

ถ้าหากไม่พูดเรื่องสถานการณ์น้ำในช่วงนี้คงจะรู้สึกอึดอัดเสียเต็มประดา จะเรียกว่า กินได้ นอนหลับ ยังไงยังงั้น

ในสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณภาคกลางของประเทศรวมถึงบางส่วนของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สัญญาณการขาดแคลนสิ่งอุปโภคบริโภคเริ่มแสดงให้เห็นบ้างแล้ว เนื่องจากแหล่งผลิตสิ่งอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่กระจายตัวตั้งอยู่บริเวณรอบๆ กรุงเทพมหานคร

จากเหตุการณ์เมื่อกลางปี ๒๕๕๔ ที่น้ำท่วมบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช บางส่วนของจังหวักกระบี่ น้ำได้ท่วมเส้นทางทำให้เส้นทางหลักลงสู่ภาคใต้ถูกตัดขาด ต้องใช้เส้นทางอ้อมในการสัญจรระหว่างภาคใต้ตอนล่างกับทางภาคกลาง

ช่วงนั้นพบว่าเครื่องอุปโภคบริโภคหลายๆ อยู่ในภาวะที่เรียกว่าขาดแคลนอยู่หลายวันเนื่องจากไม่สามารถขนส่งจากแหล่งผลิตทางภาคกลางลงมาได้ จนสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานีคลี่คลาย การขนส่งจึงดำเนินไปได้เป็นปกติ

แต่ขณะนี้น้ำกำลังท่วมพื้นที่โรงานผลิตสิ่งอุปโภคบริโภค

ในขณะที่รัฐบาลกำลังพยายามกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ในขณะที่ทีวีแต่ละช่องนำเสนอข้อมูลน้ำท่วม เรียกว่าเป็นปกติทุกช่วงข่าว ทั้งรายการปกติ รายการพิเศษ

ในขณะที่นักวิชาการต่างๆ ออกมาพูดแสดงภูมิปัญญา ความรู้เรื่องน้ำ การจัดการน้ำ ต่างๆ นานาน

ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยได้รับความเชื่อมั่นจากหน่วยงานต่างๆ ของรัฐว่า ไม่ท่วมแน่ๆ นอกเหนือจากนี้ ชาวบ้านไม่ทราบข้อเท็จจริง

ในความเห็นของผมที่ดูสถานการณ์น้ำท่วมจากภาพข่าวทางทีวี จากการสังเกตพบว่าน้ำที่เข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ นั้นมีปริมาณมหาศาล บางแห่งมองไปเหมือนกับทะเลสาบดีๆ นี่เอง บางแห่งกระแสน้ำไหลเชี่ยวแรง

รัฐกำลังระดมสรรพกำลังสร้างพนังกั้นน้ำกั้นน้ำปริมาณมหาศาลเหล่านี้ด้วย คันดิน กระสอบทราย

ถ้าหากคันดิน กระสอบทรายเหล่านี้สามารถเป็นพนังกั้นน้ำปริมาณมหาศาลเหล่านี้ได้ เราก็คงไม่ต้องลงทุนสร้างเขื่อนกั้นน้ำในราคาที่แพง คงไม่ต้องอาศัยการออกแบบทางวิศวกรรม คงไม่ต้องปล่อยให้มีการระบายน้ำจากเขื่อนด้วยเหตุเพราะ กลัวเขื่อนแตก

การเร่งระบายน้ำ ไม่สร้างสิ่งกีดขวางทางเดินของน้ำ (มากเกินจำเป็น) หรือบีบทางเดินของน้ำให้แคบลง น่าจะเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะเมื่อน้ำปริมาณมหาศาล ถูกบังคับให้มีพื้นที่แคบลง ปริมาณน้ำเท่าเดิม พื้นที่แคบลง ความสูงของระดับน้ำก็ย่อมต้องสูงตามไปด้วย (เช่นเดียวกับการเกิดคลื่นซึนามิที่เมื่อคลื่นเดินทางมาถึงบริเวณน้ำตื้น ทำให้แอมพลิจูด (amplitude) ของคลื่นสูงขึ้น หรือตัว (คลื่น) น้ำยกตัวสูงขึ้น)

โดยธรรมชาติของน้ำ น้ำย่อมไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำโดยธรรมชาติอยู่แล้วการสร้างพนังกั้นน้ำ เพื่อปิดกั้นทางเดินของน้ำ ในทุกทิศทางโดยไม่มีการบริหารจัดการที่ดีสำหรับการระบายน้ำที่มีปริมาณมากเช่นนี้ให้ไหลไปตามธรรมชาติ จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ หรือจุดหมายปลางทางก็คือ ทะเล ย่อมเกิดความระทึกโกลาหล จนเกิดความเสียหายอย่างที่คาดไม่ถึง

มนุษย์กำลังเอาชนะธรรมชาติ

ถ้ากั้นทางเดินของน้ำเสียแล้ว น้ำจะไปไหนเสียล่ะ นอกเหนือจากสะสมเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราๆ ท่านๆ จำได้ถึงตอนเรียนฟิสิกส์ ที่พูดถึงพลังจลน์ พลังศักย์ กันได้ดี พลังงานเหล่านี้ก็ไม่ได้ไปไหน แต่กำลังสะสมเพิ่มกำลังมากขึ้น รอวันที่จะปลดปล่อยออกมาเมื่อภาวะเหมาสม

ไม่แปลกใจที่ได้ทราบข่าวว่าพนังกั้นน้ำต่างๆ ที่เพียรพยายามวางแนวกั้นน้ำตามจุดต่างๆ จะพังทลาย กระแสน้ำไหลบ่าเอ่อท่วมพื้นที่ แม้จะพยายามป้องกัน เสริมคันกั้นน้ำอย่างไรก็ตาม

ประหนึ่งว่าการสร้างพนังกั้นน้ำเป็นการประวิงเวลา ยืดเวลาน้ำท่วมในพื้นที่ออกไปเท่านั้น

หากเราดูพื้นที่น้ำท่วมจะพบว่า น้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างเหนือพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมมติว่าแต่ละพื้นที่มีปริมาณน้ำท่วมสูงเพียง ๕๐ เซนติเมตร ปริมาณน้ำจะมาปริมาณมากเพียงใด ถ้าเทียบกับปริมาณน้ำในเขื่อนสักเขื่อนหนึ่งเทียบได้กับปริมาณน้ำในเขื่อนใด

ปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลเหล่านี้ เราจะสร้างพนังกั้นน้ำที่มีความแข็งแรงอย่างไร เพื่อให้ต้านหรือสร้างเขื่อน(พนังกั้นน้ำ)เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่มีปริมาณมากเช่นนี้ได้

นี่คงเป็นโมเดลที่ดีกว่า(บาง)ระกำโมเดลหรือโมเดลอื่นๆ เพราะนี่คือ "เขื่อน" โมเดลที่เป็นของจริง เป็นตัวอย่างของ "เขื่อน" ได้ดีที่สุด

พื้นที่น้ำท่วมเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน น้ำท่วมสูงบ้าง ไ่ม่สูงบ้างตามสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ ตัวเขื่อนก็คือ "พนังกั้นน้ำ" นั่นเอง

พื้นที่ที่ "อยู๋ใน" หรือ "หลัง" พนังกั้นน้ำก็คือพื้นที่ท้ายเขื่อน เมื่อเขื่อนกักเก็บน้ำไว้จนมีปริมาณมากจน(เกือบ)เต็มความจุของเขื่อน หรือระดับที่เป็นอันตรายต่อตัวเขื่อน ทางเขื่อนก็จะระบายน้ำออกทาง ท้ายเขื่อน/ หลังเขื่อน หากไม่ระบายก็จะเกิดภาวะ "เขื่อนแตก"

แต่ในกรณีนี้ไม่ใช่เป็นการระบายน้ำออกจากเขื่อนเพื่อป้องกัน "เขื่อน" แต่เป็นเรื่องของ "เขื่อนแตก" ต่างหาก

ประชาชนต้องการข้อมูลที่เป็นจริงในการตระเตรียมการความพร้อมต่อสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น

ถ้าถามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบข้อมูลล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในแถบภาคกลางไหม ต้องตอบว่าถ้ามีการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบจะทราบว่าคงไม่เกินความสามารถของนักวิชาการหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่จะมีแผนการจัดการบริหารน้ำได้อย่างเป็นระบบและบูรณาการ (ใช้ศัพท์หรูด้วยนะนี่ - แต่ยังไม่ได้ใช้คำว่า "มวลน้ำ")

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะสร้างพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างไร แต่ปัญหาอยู่ที่เราจะบริหารจัดการอย่างไรต่างหาก

เราจะบริหารจัดการน้ำให้ท่วมพื้นที่อย่างไร ที่ไหนบ้าง พื้นที่ที่กันไม่ให้น้ำท่วมกับพื้นที่ที่เป็นผู้เสียสละให้น้ำท่วมมีการประสานงาน มีข้อตกลงร่วมกันอย่างไรบ้าง พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีส่วนในการบริหารจัดการ รับรู้ข้อมูลอย่างไร

เราคงได้ยินข่าวเรื่องการทำลายคันกั้นน้ำตามที่ต่างๆ จากชาวบ้านในพื้นที่ พื้นที่ข้างเคียง เพราะบ้านฉัน (กำลัง) ท่วม แต่บ้านคุณไม่ท่วม

ได้รับอะไรตอบแทนจากการที่เป็นผู้เสียสละ (ซ้ำซาก) บ้าง นอกเหนือจากทรัพย์สินเสียหาย ไร่นาล่มจมน้ำ มีเพียงหนี้สินที่งอกเพิ่มขึ้นหลังน้ำลด

ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการการกั้นไม่ให้น้ำท่วม ได้ตอบแทน ดูแล ให้ความใส่ใจต่อผู้ที่เสียสละอย่างไรบ้าง

เราคำนึงถึงการเฉลี่ยสุข เฉลี่ยทุกข์กันอย่างไร บ้างไหม?

คูคลองต่างๆ ที่มีตามธรรมชาติเราได้จัดเตรียมให้พร้อมสำหรับการกักเก็บน้ำ/ ระบายน้ำตามฤดูการหรือไม่ การขุดคู คลองขึ้นใหม่เพื่อการระบายน้ำอย่างเดียว (ต้องเป็นแนวตรงเพื่อให้การระบายน้ำลงทะเลเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด) มีประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่ การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบมีการเยียวยาอย่างไร เหมาะสมทั้งด้านกาย จิต สังคม และจิตวิญญาณอย่างไร

การกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้งตามธรรมชาติจะเป็นอย่างไรหาก "น้ำ" ได้ถูกระบายลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว

การก่อสร้างตึกราม อาคารทั้งหลายกีดขวางทางไหลของน้ำหรือไม่ ค่านิยมการสร้างบ้านเรือนในแนวคิดตะวันตกเข้ามาทำลายค่านิยมการปลูกสร้างบ้านในแนวคิดตะวันออก หรือชุมชนในพื้นที่ที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำหรือไม่

จากข้อมูลที่ผมได้นำเสนอในบันทึกต่างๆ มาพอสมควร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลที่กระจัดกระจายเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการหรือไม่ นักการเมืองผู้มีอำนาจในมือได้อาศัยผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ในการสั่งการหรือไม่

ข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสารธารณะชนยังถูกกำหนดให้เป็น "ความลับทางราชการ" อยู่อีกหรือไม่ และขอบเขตของ "ความลับทางราชการ" นั้นครอบคลุมในนัยยะอย่างไรบ้าง

ถึงเวลาที่จะเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

เราเอง

แผนที่ความสูง-ต่ำภูมิประเทศบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกองภูมิศาสตร์ กรมแผนที่ทหาร (จุดเหลืองในแผนที่คือแนวคันกั้นน้ำ)

สรุปสถานการณ์อุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ 2554 (ข้อมูลลิงค์เวปผู้จัดการ)

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)

ข้อมูลน้ำท่วมบางส่วนของพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ  เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๐.๑๔ น. บันทึกโดยดาวเทียม SPOT-5

 

ข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมจาก NOSTRA Map Service (คลิกเครื่องหมาย - ในรูปเพื่อซ่อนกล่องข้อความต่างๆ ที่บังพื้นที่ของแผนที่ เลื่อนปุ่มกลางของเมาส์ (เมาส์วีล  - wheel) เพื่อย่อขยายแผนที่ คลิกเมาส์ซ้ายค้างไว้ และเลื่อนเมาส์ (ขึ้น ลง ซ้าย ขวา) เพื่อดูแผนที่ตรงจุดที่ต้องการ)

ภาพเคลื่อนไหวข้างล่างเป็นข้อมูลพยากรณ์อากาศจากกองอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 23 ตุลาคม 2554 22:15 แก้ไข: 23 ตุลาคม 2554 22:15 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 เอสเค, และ Ico24 ใยมะพร้าวน้องใยไหม.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ผมใช้เน็ตบุค แถมเล่นเน็ตผ่านซิมเน็ต เปิดหน้านี้มาแล้ว ๑๐ นาที แต่ยังโหลดรูปไม่ครบสักที

 

คงเพราะอุปกรณ์มันไม่ "แรวง" พอ แต่ใจมันยังมีแรง เลยต้องให้ความเห็นสักหน่อย ก่อนจะหมดแรงนอนหลับในคืนนี้

 

ผมอ่าน "คอลัมน์" นี้ (คอลัมน์นี่ยิ่งกว่าบันทึกครับ) แล้วเหมือนได้อ่านสรุปข้าวน้ำท่วมมาตลอด ๑ เดือน มีทั้งอารมน์ ทั้งบทวิเคราะห์ ตั้งแต่สาเหตุ ไปยังผลลัพท์

 

แถมผมยังกดลิงค์ออกไปดูสถานการณ์น้ำท่วมที่บ้านแม่ด้วย ว่าลาดกระบังจมถึงไหนแล้ว

...

...

...

ปีที่แล้วปัตตานีน้ำมันเบนซินหมดเมืองครับ

 

ตอนนี้หลายคนเลยตุนน้ำมันกันไว้แล้ว

 

แต่หากปีนี้ท่วมอีก และหากน้ำมันหมดจริง ผมเองอยากเดินไปทำงานมากกว่าครับ คงสนุกดี

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.221.159.255
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ