นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

kwang saelee
Ico64
คุณ สุริยันต์ บุญเลิศวรกุล
นักวิชาการอุดมศึกษา
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง
Network
Members · Following: 4 · Followed: 2

อ่าน: 1031
ความเห็น: 0

ตัวเลขอารบิก มาจากการนับจำนวนมุมจริงหรือ?

ตัวเลขอารบิก,ที่มา,จำนวนมุม

 

         เราเคยสงสัยกันไหมครับว่าตัวเลขอารบิก เจ้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 0 มันมีที่มาอย่างไร? และบางท่านอาจจะเคยอ่านเจอข้อความ จากการแชร์โพสในเฟสบุ๊ค โพสหนึ่งที่ อ้างว่าการคิดตัวเลขอารบิกที่เราใช้กันนั้น ตัวเลขแต่ละตัวสร้างขึ้นจาก "จำนวนของมุม" ภายในตัวเลข ใช้มาทั้งชีวิต ไม่เคยรู้เลย.... ว่าแต่มันคือเรื่องจริงหรือครับ?

บอกตามตรง...แว๊ปแรก เชื่อแบบสนิทใจ แต่มองดีๆ คิดเล่นๆ มันก็แปลกๆอยู่นะ เช่น เลข 8 ทำไมต้องเป็นสามเหลี่ยม เลข 9 ต้องม้วนหางขนาดนั้นเลยหรือ?....หรือว่าพยายามทำให้ได้จำนวนเหลี่ยมตามนั้น อิๆ

ซึ่งจากที่อ่านๆ ค้นๆถาม "อากู๋" หรือคุณ google  ก็เจอที่มา พบว่ามันไม่ใช่อย่าที่เราคิด หรือ เชื่อตามที่แชร์ๆกัน


โดย....ในเพจ "อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์"  ได้เขียนไว้ว่า

" ตัวเลขในปัจจุบันที่เราเรียกว่าเลขฮินดู-อารบิกนั้น จริงๆ แล้วมาจากตัวอักขระอินเดียโบราณที่ใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ระหว่างช่วง 200 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงศตวรรษที่ 3 ปรากฏอยู่ในบันทึก Bakhshali ซึ่งมีชื่อเสียงมาก จากการที่เป็นบันทึกเก่าแก่ที่สุดทางด้านคณิตศาสตร์และแสดงให้เห็นถึงการใช้เลข
0 ศูนย์ ...

      ดูในรูปประกอบ จะเห็นถึงความคล้ายคลึงระหว่างตัวเลขโบราณนี้ กับเลขอารบิกปัจจุบัน

     หลังจากนั้น ลักษณะของตัวเลขก็วิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปอีกหลายศตวรรษ และแพร่กระจายไปถึงเปอร์เซียในยุคกลาง และกลุ่มชาวอาหรับได้นำเข้าไปเผยแพร่ในยุโรปในที่สุด โดยปรากฏในบันทึก Codex Vigilanus โดยผลงานของพระชาวคริสต์ในสเปนตอนเหนือ เมื่อปี ค.ศ. 881 ...

 

     จากนั้น ตัวเลขฮินดู-อารบิกนี้ก็ได้ถูกปรับปรุงอีกครั้งในปี 1202  ซึ่งตัวเลข
อารบิกเป็นที่นิยมอย่างมากในยุโรป และในช่วงศตวรรษที่ 15 และ 16 ก็พบว่ามีการใช้กันทั่วไป รวมทั้งใช้เขียนบนหน้าปัดนาฬิกาด้วย ซึ่งเขียนวิธีการเรียงลำดับเลขทั้งหมดเอาไว้

 

ที่มารูปประกอบ : คู่มือที่ชื่อว่า Ms.Thott.290.2º เขียนโดย Hans Talhoffer
ในปี 1459) 

        ซึ่งต่อมา พบว่านอกจากจะมีรากฐานมากจากเลขพรามมิโบราณ ยังได้รับอิทธิพลมาจากวิวัฒนาการของการจัดเรียงพิมพ์ตัวอักขระต่างๆ ในยุโรปสมัยนั้นด้วย ดังแผนภูมิเปรียบเทียบในภาพประกอบ ซึ่งจัดทำโดยนักประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ Jean-Étienne Montcula พิมพ์ในหนังสือ Histoire de la Mathematique ในปี ค.ศ. 1757

ที่มารูปภาพ : https://gizmodo.com/no-this-viral-image-does-not-explain-the-history-of-ar-1719306568

        จนมาถึงช่วงกลายศตวรรษที่ 18 นั่นเอง ที่ตัวเลขทั้งหมดที่นิยมใช้กันในยุโรปนั้น ได้เปลี่ยนมาเป็นแบบตัวเลขอารบิกในปัจจุบัน ...
         

       ดังนั้นจากที่อ่านๆ ดูก็พบว่า ที่มา หรือ แนวคิดของรูปลักษณ์ตัวเลขอารบิกมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องจำนวนมุมภายในตัวเลขแต่อย่างไร....จริงไม่จริงผมยังไม่ขอยืนยัน ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ย่อมมีข้อหักล้างเสมอ และอีกอย่างขอฝากไว้ว่า "อย่าพึ่งเชื่อในสิ่งที่เห็น หรืออ่านจากที่เพื่อนแชร์ ขอให้ลองหยุดคิดพิจารณา ตั้งคำถามว่า มันจริงหรือ และ ออกเดินทางค้นหาความจริง"

 

ขอบคุณที่มา และความรู้ดีๆ จาก : เพจอ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 26 มีนาคม 2561 13:49 แก้ไข: 26 มีนาคม 2561 14:05 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น
บันทึกนี้ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็นชั่วคราว