นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Kon1Kon
Ico64
เสาวลักษณ์ รุ่งตะวันเรืองศรี
อาจารย์ระดับ 7
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 2

อ่าน: 2162
ความเห็น: 24

คนละชั้นกันจริงหรือ? [C]

 

 เวลาที่เราได้รับบริการจากคนอื่น เราคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราสมควรได้หรือเปล่า??

                        เช่น คนที่มาเสริฟอาหารให้เรา  เราถือว่าเพราะเค้าเป็นคนบริการเรา เราจะเรียกร้องเอาอะไรจากเค้าก็ได้หรือเปล่า??  ไม่ต้องพูดกับเค้าดีๆ ก็ได้หรือเปล่า? เราอยากจะสั่งๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาพูดจาให้สุภาพ หรือเปล่า??

                        วันนี้ระหว่างขับรถกลับบ้าน ย่าของเบลสซิ่งเตือนให้รักษาสุขภาพ อย่าทำงานหักโหมจนเกินไป แม่เห็นลูกอ่านงาน ตรวจงานเป็นกองๆ แล้วก็เหนื่อยแทน อยากช่วยก็ไม่รู้จะช่วยยังไง  ก็เลยพูดขึ้นมาเล่นๆ ว่า “นอกจากว่าจะเปลี่ยนงานน่ะค่ะ” แล้วสุดที่รักก็เลยบอกว่า “ไปเป็นโอปะเรเตอร์ไง” (อาชีพในฝันของ Kon1Kon อิอิ..คืองานอะไรก็ตามที่ทำแล้วจบเลยเมื่อหมดเวลางาน ไม่ต้องแบกภาระทางความคิดมาคิดต่อ เช่น เด็กจะจบทันเวลามั้ย  เด็กคิดแบบสอบถามไม่ออกจะทำยังไง จะช่วยให้นักศึกษาเข้าใจประเด็นที่ติดอยู่ได้ยังไง บทอภิปรายของ นศ. ยังไม่คมเท่าไหร่ ควรจะแนะนำเพิ่มเติมยังไงดี หรือ งานวิจัยอันนั้นที่ยังติดอยู่จะทำยังไงต่อ หรือ สอนเนื้อหานี้ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คราวหน้าจะใช้กระบวนการยังไง  คือ งานอาจารย์มันมีสิ่งที่ต้องตามเรากลับบ้านด้วยเสมอ ไม่สามารถเคลียร์คัทได้ว่า เลิกงานวันนี้แล้วไม่ต้องคิดถึงงานแล้ว  การเป็นโอปะเรเตอร์ก็เลยเป็นสิ่งที่ชอบแอบคิดว่าน่าจะดีนะ จบแล้วจบเลยในแต่ละวัน) 

                        “หรือว่าจะไปเป็นพนักงานแม็คโดนัลด์ก็ได้” พระเอกเสนอต่อ 

                        “ช่ายเลย คอยพูดแต่ว่า รับอะไรดีคะ เอาอันนี้เพิ่มด้วยมั้ยคะ  เท่านี้บาทค่ะ  ขอบคุณค่ะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ” 

                        เนี่ยแหละ ที่มาของความคิดที่แว่บเข้ามาว่า แล้วถ้าเป็นผู้ทำหน้าที่บริการแบบนั้น แล้วลูกค้าก็ถือว่าเราเป็นผู้บริการ ก็เลยสั่งเรา จิกเรา ปฏิบัติต่อเราแบบยังไงก็ได้.. เราจะรู้สึกยังไงน๊อ..

                        ก็เลยคิดต่อไปว่า  แต่งานอย่างนั้น พอเค้าสลัดชุดเครื่องแบบออก เค้าก็ทวงสิทธิ์การเป็น “คนที่เท่าเทียม” กลับมาได้ 

                         แต่งานบางงาน  มันกลับติดตัวหลอกหลอน ถอดไม่ออกแม้ว่าจะนอกเวลาแล้ว  เช่น อะไรบ้างคะ ลองนึกดูเล่นๆ ที่เห็นๆ ก็เช่น คนขับรถกับอาจารย์  พอเจอกันเมื่อไหร่ ในหรือนอกเวลางานไม่เกี่ยว  อาจารย์ก็ยังเป็นอาจารย์ คนขับรถก็ยังคงรู้สึกว่าเป็นอาจารย์ ไม่สามารถเป็นพี่ชาย เป็นลุง เป็นน้า ตามธรรมดาได้

                         อาชีพคนทำความสะอาดด้วย  เคยแอบสังเกตลูกค้าตามศูนย์การค้า ไม่เคยเหลียวแลคนเหล่านี้เท่าไหร่ ทำเหมือนว่าเป็นคนอีกชนชั้นหนึ่ง  คนทำความสะอาดในมหาวิทยาลัย พอหมดเวลางานแล้ว สลัดเครื่องแบบออกไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทวงสิทธิ์ความเป็นคนเท่าเทียมกันกลับมาได้ เพราะหากเจออาจารย์เมื่อไหร่ ก็ดูเหมือนอาจารย์จะยังคงมีอะไรบางอย่างที่กลายเป็นคนละชั้นกันไปอยู่นั่นแล้ว..

                        ทำไมถึงเป็นอย่างนี้หนอ..เราปฏิบัติกับคนที่ประกอบอาชีพเหล่านี้อย่างไร  ยาม คนขับรถ พนักงานทำความสะอาด คนเก็บขยะ แม่ค้าขายของ ฯลฯ  เราจะหยิบยื่นความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันให้กับเค้าได้มั้ย ทั้งในเวลาที่เค้าปฏิบัติหน้าที่บริการ และทั้งนอกเวลางาน ที่เค้าก็คือมนุษย์คนหนึ่งเหมือนเรา..เค้าเป็นคนละชั้นกับเรางั้นหรือ?

                        จินตนาการ Kon1Kon ขายก๋วยเตี๋ยว  มีลูกค้าเข้ามานั่งที่โต๊ะ Kon1Kon ถือกระดาษพร้อมปากกามา “จะรับอะไรดีคะ” ลูกค้าก็สั่งๆ อาหารเรียบร้อย เมื่อได้อาหารมา Kon1Kon ก็เอามาเสริฟ แล้วลูกค้าก็บอกว่า “น้องๆ เอาช้อนให้ด้วย” “เติมน้ำให้หน่อย” Kon1Kon ก็เอาน้ำมาเติมให้ ลูกค้าก็ไม่สนใจที่จะเหลือบตามา หรือกล่าวคำขอบคุณ “น้องๆ เช็ดโต๊ะให้หน่อยสิ น้ำหกอยู่เนี่ยไม่เห็นเหรอ” Kon1Kon ก็เอาผ้ามาเช็ดโต๊ะให้ ลูกค้าก็ไม่สนใจจะเหลือบแลมา เพราะถือว่านี่คืองานของคุณ คุณก็ทำไปสิ.. “ทำไมที่สั่งไว้ถึงช้านักล่ะ รอตั้งนานแล้วนะ” “ฯลฯ”

                         ถ้าเป็นเรา เราจะรู้สึกยังไง (อาจลองเปลี่ยนชื่อ Kon1Kon เป็นใส่ชื่อของคุณแทนลงไปก็ได้)

                          เป็นไปได้มั้ยว่า บางทีที่เราอาจจะเผลอทำอย่างนั้น ไม่ใช่เพราะตั้งใจ แต่เป็นเพราะเราไม่เคยนึกถึงอีกแง่มุมนึง  เพราะเรามักจะคิดถึงแต่ตัวเราเป็นหลักนั่นเอง  เราก็เลยไม่ทันได้คิดว่า ถ้าเราต้องไปเป็นพนักงานทำความสะอาดห้องน้ำในศูนย์การค้า หรือไปเป็นคนเก็บขยะ หรืออยู่ในตำแหน่งที่คนอื่นๆ มองว่าต่ำดูบ้าง เราจะอยากได้รับการปฏิบัติอย่างไร..

Golden Rule ในพระคัมภีร์ จึงได้สอนไว้ว่า “จงปฏิบัติต่อผู้อื่น อย่างที่ท่านอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อตัวท่านเอง”.. “จงรักผู้อื่น เหมือนที่ท่านรักตัวท่านเอง”...

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 01 กุมภาพันธ์ 2551 01:55 แก้ไข: 18 กุมภาพันธ์ 2551 10:26 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

(^_________________^)
Ico48
piyanut.k [IP: 192.168.100.112]
01 กุมภาพันธ์ 2551 09:04
#18336

ดิฉันเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์เลยค่ะและเคยมีความรู้สึกเช่นนี้บ่อยๆ เช่นเวลาที่ขับรถผ่านยามที่หน้าประตู เราน่าจะยิ้มแล้วก็ค้อมหัวขอบคุณเค้าสักนิดนะคะ ในฐานะที่เค้าดูแลความปลอดภัยให้เรา ดูๆ ไปถ้าเค้าเป็นญาติของเรา เค้าก็อาจจะเป็นลุงเป็นอาที่เราต้องแสดงความเคารพนบนอบก็ได้ เท่าที่จำได้ดิฉันเคยรู้สึกเช่นนี้ตั้งแต่เรียนมหาลัย และคิดมาเสมอว่าเราควรให้เกียรติกับมนุษย์ทุกคนอย่างเสมอชั้นกัน แม้แต่กับขอทาน คนกวาดถนนหรืออาชีพอะไรก็ตามที่อาจมีสถานะทางสังคมต่ำกว่าเราดิฉันก็จะพูดอย่างมีหางเสียงค่ะคะเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติกับอาชีพอื่นๆ

เคยรู้สึกแปลกๆมั๊ยคะว่าทำไมเราต้องยกมือไหว้หมอ (ที่บ้างก็ปากร้าย หน้าตาเย็นชา) แต่ไม่สามารถยกมือไหว้คนอาชีพอื่นที่เราไปติดต่อด้วยได้ จนบางทีดิฉันก็เลยรักษาความเท่าเทียมกันโดยไม่ยกมือไหว้หมอซะงั้น (เเฮ่ะ แฮ่ะ)

แต่คนเราก็แปลกพอได้สวมหัวโขนหรือคิดไปว่าตัวเองเป็นสุดยอดมนุษย์ยิ่งใหญ่วิเศษกว่าใครก็ทำตัวเป็นคนขาวีน อารมณ์แกว่ง อารมณ์เสีย เลือดจะไปลมจะมา ก็มาลงกับลูกน้องหรือเจ้าหน้าที่ จนดิฉันเคยแซวเพื่อนร่วมงานขณะกำลังสนทนาทางโทรศัพท์อย่างพินอบพิเทา ผิดกับฝ่ายตรงข้ามที่ดูจะดุเด็ดเผ็ดมันว่าท่าทางน้องแกคงจะคุยกับหม่อมราชวงศ์อยู่นั่นเอง (เหอๆๆ)

 

จะพูดคำว่า "ขอบคุณค่ะ" กับคนทุกคน

รับเงินทอนตอนซื้อของ ก็ "ขอบคุณค่ะ"

พนักงานโรงแรมยื่นกุญแจให้ เราก็ "ขอบคุณค่ะ"

เพราะไม่รู้จะทำอะไรได้ดีกว่านี้ จะคุย ก็ไม่รู้จะคุยอะไร

**** เคยคิดเหมือนกันว่าอยากทำงานอะไรก็ได้ ที่เช้าขึ้นมาก็มีงานทำ (โดยไม่ต้องคิด) หมดเวลาตอนเย็นก็หยุดทำ พรุ่งนี้มาก็ทำเหมือนเดิมอีก...น่าสบายจัง...ไม่ต้องเครียดอะไรมาก....ไม่เหมือนเรา...นั่งเล่นทั้งวัน .. ไปตายเอาวันที่ต้องส่งงาน....ว่าแล้วก็...ไปทำงานดีกว่าค่ะ...***

Ico48
mandala (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
01 กุมภาพันธ์ 2551 09:13
#18344
  • คิดว่าทุกคนเท่าเทียมกันนะคะ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง
  • สิ่งที่ตัวเองปฏิบัติประจำ คือ ขอบคุณพนักงานเสริฟ์ทุกครั้งที่เอาของมาให้  ขอบคุณยามรับบัตรทั้งเข้าและออก  ยกมือไหว้คนขายขนมเมื่อเค้าแถมขนมให้  และยิ้มแย้มกับรปภ.เวลามาทำงาน
  • เชื่อในคำพูดที่คุณคนธรรมดา บอกไว้ว่า "ปรารถนาสิ่งใดในปฐพี ใช้ไมตรีแลกได้ดังใจปอง"

คนเราไม่ว่าอาชีพอะไร แม้ในสายตาคนอื่นจะดูต่ำต้อย แต่ดิฉันกลับมองว่าความสุขของคนเราที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับหัวโขนที่เราใส่ แต่มันกลับเป็นความสุขที่อยู่ภายในใจมากกว่า คนทุกคนมีฐานะเท่ากัน คนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันหมด ทำไมต้องมองค่าของคนอื่นเพียงอาชีพที่เค้าอาจไม่ได้มีทางเลือกมากนัก ไม่มีใครอยากโดนคนอื่นเหยียดหยาม แม้โดยคำพูด, การกระทำและแม้สายตาดูถูกหรอกค่ะ  และเห็นด้วยกับคุณคนหนึ่งคน 1000 เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ 

  • ใช่แล้วค่ะ งานบางงานมันติดตัวตลอดเวลา ปากว่ากลับบ้านจะเก็บงานใส่ลิ้นชักให้หมด มันก็ทำได้ยากมาก เมื่อวานสอบสวนนักศึกษาเรื่องลักโทรศัพท์มือถือ พอล้มตัวลงนอน ก็คิดไปเรื่อยอีกแล้ว
  • ทำอย่างไรจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก และบางครั้งคิดมากอยากจะทำในระบบใหญ่ เราก็ทำคนเดียวไม่ได้
  • หากมีความเท่าเทียมกัน เราก็คงทำบางสิ่งบางอย่างที่เราอยากทำได้นะน้อง
  • พูดแล้วก็ต้องถอนหายใจ เฮือกใหญ่..ญญญญ.......
Ico48
Kon1Kon (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
01 กุมภาพันธ์ 2551 11:56
#18432

น้อง ยามเฝ้าshare

(^______________________^)

คุณ piyanut.k

  • เห็นด้วยเต็มประตูค่ะ..!!!  คิดอยู่เหมือนกันว่า คนเราทำไมมีสิทธิ์วีนคนอื่นขนาดนั้นได้ด้วยเหรอคะ..ยิ่งหลังๆ นี่ยิ่งคิดมากขึ้นค่ะ ว่า ทำไมคนที่ชอบวีนคนอื่นจึงยังเป็นที่ยอมรับอยู่ได้  ควรหรือไม่น๊อ ที่เราจะปล่อยให้คนชอบวีน ทำแบบนั้นในที่ทำงานได้เหมือนเป็นเรื่องปกติ..ช่วยกันคิดหน่อยว่าควรทำไงดีค่ะ..

น้อง คนชายฝั่ง & น้อง mandala

  • ดีมากๆ เลย..ถ้าพี่เป็นคนบริการแล้วเจอแบบนี้ ชีวิตค่อยฉดใฉหน่อย..

น้อง mandala

  • แต่พี่เห็นต่างกับคำพูดของคุณ คนธรรมดา หน่อยนะ..เพราะเผอิญ ชุดประสบการณ์ในชีวิตของพี่ พบว่า ใช้ไมตรีไม่ใช่จะแลกได้เสมอไปจ้ะ.. มีคนบางคนที่ใจเค้าปิดจนยากยิ่งที่จะแง้มได้ ไม่ว่าจะใช้ไมตรีและความรักเพียงใดก็ตาม ^_^

น้อง น.ส.ศลิษา

  • "ไม่มีใครอยากโดนคนอื่นเหยียดหยาม แม้โดยคำพูด, การกระทำและแม้สายตาดูถูกหรอกค่ะ  " ใช่เลย...

พี่ อัมพร

  • ความรู้สึกเดียวกันแน่ๆ เลย..งานบางอย่าง ติดตัวติดใจตลอดเวลาเล้ย..
  • บางทีความไม่เท่าเทียมกัน ก็ไม่ได้เกิดจากคนที่ (คิดว่า) มีอาชีพสูงกว่าอย่างเดียวหรอกค่ะ..คนที่คิดว่าใครที่ยอมอ่อนข้อให้หน่อยแล้วก็เอาเปรียบเค้าทางความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาก็มีเหมือนกันค่ะ..(เพิ่งเจอมากะตัวเมื่อเช้านี้เอง ร้องไปรอบนึงแล้วด้วย ฮี่ ^_^)
  • เห็นด้วยกับทุกความเห็นค่ะ
  • เป็นอีกคนที่ยิ้มรับสวัสดี เมื่อเจอพี่แม่บ้านที่มาทำความสะอาดที่ห้องทำงาน
  • ยกมือสวัสดีและขอบคุณ ไม่ว่าผู้ใหญ่ท่านนั้นจะเป็นแม่บ้าน ยาม พนักงานทำความสะอาด หรือตำแหน่งอะไรก็ตาม เพราะถือว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ และเราจะแสดงความเคารพได้โดยการยกมือไหว้ค่ะ
  • เคยยกมือไหว้ลุงยาม ตอนเรียนอยู่มัธยม แล้วเพื่อนถามว่า ไหว้ทำไม แค่ยามเอง ไม่ใช่อาจารย์ซะหน่อย แต่เราก็บอกว่าถึงเค้าจะเป็นยาม แต่เค้าก็เป็นผู้ใหญ่ อาวุโสกว่าเรามาก อีกทั้งยังช่วยเฝ้าดูแลโรงเรียนด้วย แถมใจดีอีกตะหาก ตอนหลัง ๆ ดูเหมือนไม่รู้ไปพูดสะกิดต่อมอะไรของเพื่อน เมื่อเพื่อนเจอลุงยามก็ยกมือไหว้เช่นกัน ฮ่า ๆๆๆ
Ico48
Kon1Kon (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
01 กุมภาพันธ์ 2551 12:03
#18437

น้อง dankejung

น่ารักจังเลย..

  • ก็น่ารักตามพี่ Kon1Kon  ไงคะ อิอิ ชมกันเองแล้ว ^o^v
Ico48
Kon1Kon (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
01 กุมภาพันธ์ 2551 12:59
#18452

อิอิ..จริงด้วย ชมกันไปมา..แต่พี่ชม dankejung จากใจจริงนะ..ก็ลี่ปฏิบัติอย่างนี้มาตั้งแต่มัธยมแล้วนี่..ยังไม่เจอกะพี่ซักหน่อย แสดงว่าโดยข้างใน ลี่ก็เป็นคนให้เกียรติคนอื่นอยู่แล้วไง..นั่นแหละ ที่พี่เห็นว่า "น่ารักจังเลย"

ตอนนี้ก็ปฏิบัติตัวเท่าเทียมกับพี่แม่บ้านและลุงยามเฝ้าสำนักงานน่ะค่ะ  แต่เพราะเราเป็นพนักงานพี่เค้าก็เกร็งๆ บางคนแก่กว่าเรามากมาย  ก็ยกมือไหว้ก็ได้แต่รับไหว้และบอกว่าทีหลังลุงไม่ต้องไหว้หนูน่ะ  เค้าก็ไม่ยอมเชื่อเราซักที

  • สำหรับพี่เหรออาจารย์ ขอ share ด้วยคนคะว่าพี่จะให้ความสำคัญกลับคนกลุ่ม ล่างเป็นสำคัญกว่าคน ระดับสูง เนื่องจากพี่คิดว่าถ้าไม่มีเขาเราก็แย่คะ และเราเองก็ต้องพึ่งพาเขา  แต่คนระดับสูงเหรอ....สึกเราจะพึ่งพาอะไรเขาไม่ได้เลย

คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากเป็นคนแบบไหน

ถ้าทุกคนเป็นคนดี เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน คำว่าชนชั้นก็จะหายไป

ได้ข้อคิดดีๆเสมอ

จากพี่สาวผู้น่ารัก Kon1Kon

^____^

เห็นด้วยครับผม...

แต่สำหรับบางคน  ที่มีคุณลักษณะเฉพาะ ชอบวีน แล้วเราก็จำเป้นต้องทำงานกับเขา  ให้บริการเขาอยู่เรื่อยๆ  เราจะทำยังไง...

 

เสนอว่า...ให้มองลึกเข้าไปอีกหน่อยค่ะ

บางคนหน้าตาเย็นชา  พูดจาเสียงดังโผงผาง

แต่ลึกๆกว่านั้น..อาจจะใจดี  มีเหตุผล 

แต่ถ้ามองเท่าไหร่..ก็ไม่เห็น...

แหะ แหะ แหะ   แล้วแต่คติประจำใจ ตัวใครตัวมันค่า..

ขอขอบคุณด้วย ความรัก และ มิตรภาพ ค่ะ พี่สาว Kon1Kon

 http://share.psu.ac.th/blog/secpin3/4505

Ico48
Kon1Kon (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
02 กุมภาพันธ์ 2551 22:27
#18755

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นค่ะ..

  • น้อง สุธิษา น่ารักจังค่ะ..
  • พี่ อาภรณ์ อุ่นธวัชนัดดา คงจะมีชุดประสบการณ์อะไรที่ทำให้รู้สึกอย่างนั้นนะคะ..แต่เราก็คงยังต้องปฏิบัติให้ดีต่อทุกคนใช่มั้ยคะ..
  • น้อง ยามเฝ้าshare จ้ะ..เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน
  • น้อง เข็มหมุด ขอบคุณจ้า
  • น้อง ปุกปุย จ้ะ พี่เห็นด้วย บางคนหน้าตาเย็นชา พูดจาโผงผาง แต่เป็นคนน่ารักก็มีจ้ะ  แต่คนประเภทนี้ เราก็ไม่คิดว่าเค้าวีนนะ แค่เค้ามีบุคลิกแบบนั้นก็เข้าใจได้ แต่คนอีกแบบหนึ่งน่ะค่ะ..ที่วีนเป็นประจำ ใช้อารมณ์เสมอ มองไม่เห็นหัวคนอื่น หรือไม่เคยสนใจที่จะเลิกทำร้ายคนอื่น..แบบนี้ละมังคะ ที่ต้องใช้คติของปุกปุยว่า "ตัวใครตัวมัน"
  • น้อง เข็มหมุด ยินดีมากๆ จ้ะ..
  • ^0^ 
  • เราควรเกียรติกันและกัน
  • เราควรเคารพกันและกัน
  • เราควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา
  • อ่านมาหลายวันแล้วแต่รีบๆนะครับเลยมาคอมเม้นท์ช้าไปหน่อยครับพี่คงไม่เป็นไรน่ะครับ มาช้าดีกว่าไม่มาใช่ไมครับ

ขอโทษนะคะที่หายไป

หนูณิชแวะมาบอกว่า ขอบคุณมากมายสำหรับมิตรภาพผ่านหนังสือ ได้รับเรียบร้อยนานแล้วค่ะ

แต่เพิ่งได้มีเวลาแวะมาบอกค่ะ

คิดถึงนะคะคุณครู

อุโยะไม่คิดแบบนั้นเรย...ทุกครั้งที่ไปใช้บริการ เช่นไปตามร้านอาหาร...อันไหนทำเองได้ก็ทำ ไม่เรียกร้อง (นอกจากมันเกินขอบเขตของเราจิงๆ) เช่น ไปร้านอาหาร ก็เขียนรายการลงกระดาษเอง เขียนเสร็จก็เดินไปให้ที่แคชเชียร์เอง ไปเอาแก้วน้ำดื่มเอง บางทีของผ้าเช็ดโต๊ะ+เก็บจานมาเช็ดเองด้วยซ้ำ เพราะว่าเห็นเค้ายุ่งๆ เวลาเค้ามาเสริฟก็ยิ้มให้เค้าไป พูดกะเค้าดีๆ เอาใจเค้ามาใส่ใจเรา *-*

อ่านบันทึกอาจารย์ Kon1Kon และคอมเม้นท์ทุก ๆ ท่าน รู้สึกว่าสังคมน่าอยู่จังค่ะ .. แต่ในชีวิตจริง บรรยากาศของคำว่า คนละชั้น มันมีอยู่จริง ๆ ทั้งคนที่รู้สึกว่าคนละชั้น และคนที่ไม่ได้คิด แต่เผลอทำให้บรรยากาศเป็นแบบนั้น .. สำหรับ Teddy ที่อ่านตอนเริ่มต้นที่อาจารย์ Kon1Kon อยากไปทำอะไรที่จบแล้วจบเลยในแต่ละวัน อยากบอกว่าคิดเหมือนกันเลยค่ะ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีเรื่องต้องให้คิด และแบกภาระมากเท่าอาจารย์  แต่พออ่านบันทึกอาจารย์มาเรื่อย ๆ คิดว่า เราทำงานอย่างที่เราทำอยู่ อาจารย์ก็เป็นอาจารย์ที่ต้องเก็บเอาปัญหาอะไรต่ออะไรกลับไปคิดให้ปวดขมองเหมือนเดิม แต่หลังจากปวดขมอง ก็ได้ความนับถือ ได้ความรู้สึกถึงคุณค่าของงาน มันแลกกันอย่างนี้เอง  กับอีกกลุ่มคนที่อาจารย์ยกตัวอย่างมา เค้าทำงานเสร็จในแต่ละวัน แต่ระหว่างวันที่เค้าทำงาน เค้าจะเจอคนที่น่ารัก ๆ อย่างอาจารย์และทุกคนที่เข้ามาคอมเม้นท์ซักกี่คนกัน และหลังจากถอดหัวโขน กลับไปเป็นคนธรรมดา เค้ายังมีอะไรให้ต้องคิดอีกมากมาย แล้วกับรายได้ที่สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจอีก  คิดไปคิดมา จะสุขจะทุกข์ เครียดหรือปล่อยวาง คงดูที่อาชีพอย่างเดียวไม่ได้ซะแล้ว คงต้องหาวิธีปล่อยวางและฝึกจิตให้มั่นคงให้มีความสุขกับสิ่งที่เราเป็นแหละค่ะดีที่สุด .. (^_ ^ ) มาช้ากว่าคนอื่น ทิ้งระยะหลายลี้ แต่ยังไงก็มา อิ ๆ Scan แล้วมีบันทึกของอาจารย์ที่จะต้องติดตามอีกหลายเรื่องเลยค่ะ

อยากเปลี่ยนคำว่า "คนละชั้น"  เป็น "คนละบทบาทหน้าที่" มากกว่าค่ะ 

ต่างคนต่างทำตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ทุกคนต่างเป็นทั้งผู้ให้ และผู้รับ ในเวลาเดียวกัน

ถ้าไม่มีคนเหล่านี้ เราเองต่างหากที่จะรู้สึกแย่ จริงไหมค่ะ ไม่ว่าจะยาม  คนขับรถ แม่บ้าน เจ้าหน้าที่ อาจารย์ หรือแม้กระทั่งนักศึกษา  เราต่างกันเพียงวุฒิภาวะ และการศึกษาเท่านั้น แต่ความเป็นคนเราเท่าเทียมกันจริงไหมค่ะ

ขอบคุณค่ะสำหรับข้อคิดดี ๆ จากบันทึกนี้

คุณต้องทำการเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น