นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Klangduen Pochana
Ico64
Recent Activities
Network
Members · Following: 0 · Followed: 2

Page Visits: 2855
comment: 7

การคิดนอกกรอบ

“การคิดนอกกรอบ ไม่ใช่เรื่องยาก เรื่องที่ยาก คือ การหยุดคิดเรื่องในกรอบให้ได้ก่อน”

วันนี้ได้รับ email จาก ดร.วิภาดา(คณะวิทย์) มีไฟล์แนบมาเป็นเรื่อง  Are you a Leader?

อ่านแล้วน่าสนใจดี ชอบหลายๆเรื่อง แต่มีเรื่องนึงที่ทำให้สะดุดได้ดีอยู่เหมือนกัน  เลยเก็บมาฝากค่ะ

เค้าบอกว่า

การคิดนอกกรอบ ไม่ใช่เรื่องยาก

เรื่องที่ยาก คือ การหยุดคิดเรื่องในกรอบให้ได้ก่อน

ที่มา:  www.Re-know.com

ลองไปคิดดูเล่นๆก็แล้วกันนะน้องๆ

Sections: Miscellaneous
License: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
created: 22 November 2007 08:30 Modified: 22 November 2007 08:30 [ Report Abuse ]
Flowers
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

comment

Ico48
อัมพร (Recent Activities)
22 November 2007 09:20
#2120
  • มีคนเขาบอกว่า หากเราอยู่เฉย ๆไม่คิดอะไรเลย เราจะล้าหลังไป 2 วัน หากคิดบ้าง....แต่คิดเพียงเล็กน้อยจะล้าหลังไป 1 วัน
  • เราต้องไม่หยุดคิดนอกกรอบใช่มั้ยค่ะ? จึงเป็นทันสมัย...ไม่ล้าหลัง
  • แต่คิดนอกคอกได้ปะ? (อิ อิ อิ...ล้อเล่น)
  • มีคนเขาบอกว่า หากเราอยู่เฉย ๆไม่คิดอะไรเลย เราจะล้าหลังไป 2 วัน หากคิดบ้าง....แต่คิดเพียงเล็กน้อยจะล้าหลังไป 1 วัน
ครูบาอาจารย์ของผม บอกไว้ว่าหากหยุดความคิดได้ เป็นสุดยอด   ความเป็นสมาธิ คือจิตว่างจากความคิด
  • แต่คิดนอกคอกได้ปะ? (อิ อิ อิ...ล้อเล่น)
คิดนอกคอกยังไม่เท่าไรครับ   แต่คิดนอกใจ ... อาจถึงตายครับ  :-)
Ico48
อัมพร (Recent Activities)
23 November 2007 09:08
#2275
  • ไม่น่าเชื่อ  จริง....จริ๊ง อ.วุธ มีมุขด้วย
  • ไหนบอกว่าเส้นลึก
Ico48
DANG (Recent Activities)
23 November 2007 09:22
#2276

  - เห็นด้วยกับอ.วรวุธ   คิดนอกใจ...ตายสถานเดียว ไม่เชื่อลองถาม ป้าระเบียบ  ...

-   อ.วรวุธ  ต้องให้เล่าเรื่องการ์ตูนญี่ปุ่น  ถนัดนัก นี้แหละ....แฟนพันธุ์แท้ ตัวจริง  ..จริงมั้ยอาจารย์ 

การคิดนอกกรอบ โดยส่วนตัวแล้ว ผมก็จะพยายามคิดอยู่เสมอๆ กับงานที่ทำครับ แต่บางครั้งสังคมไทยก็บังคับให้คนอยู่ในกรอบ เป้นสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนสำหรับคนที่อยู่นอกกรอบจะได้อยู่กับคำถามว่า "ทำอะไรแบบนั้น... !!!"

แล้วใครมีความเป็นอย่างไรบ้างครับ หรือมีประสบการณ์คิดนอกกรอบแล้วเจออะไรบ้าง ดีหรือไม่ดีอย่างไร มาบอกกันบ้างนะครับ

 

- อ.วรวุธ  ต้องให้เล่าเรื่องการ์ตูนญี่ปุ่น  ถนัดนัก นี้แหละ....แฟนพันธุ์แท้ ตัวจริง  ..จริงมั้ยอาจารย์

ต้องขอใช้สิทธิ์พาดพิงครับ  ผมกับพี่แดงก็รู้จักกันมานาน น้าน นาน แล้วครับ   สงสัยว่าสมัยผมเป็นนักศึกษาพี่แดงคงเห็นผมอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นบ่อยนะครับ  8-)

ซึ่งก็จริงครับ  อันที่จริงแล้วผมก็ชอบอ่านหนังสือ และอ่านมามากมายทุกประเภทเหมือนกันครับ  อ่านนิยายจีนกำลังภายในตั้งแต่ ป.๒ อ่านตามพี่ชาย อ่านกันสนุกสนานเล่มใหญ่ (เท่ากับสี่ยกเล่มเล็ก) อ่านประมาณ ๒ ชม. รวดเดียวจบ  การ์ตูนญี่ปุ่นก็เริ่มอ่านตอน ม.ปลาย  หนังสืออื่น ๆ ก็อ่าน ต่วยตูน หนูจ๋า เบบี้  ชัยพฤกษ์  ขวัญเรือน ฯลฯ

ตอนหลังนีก็เลิกอ่าน นิยายจีนและการ์ตูนญี่ปุ่นแล้วครับ เพราะอ่านไม่สนุกแล้วครับ  ขายหัวเราะบางครั้งก็หยิบมาอ่านบ้าง (ไม่ซื้อ)  ตอนนี้อยากมีเวลาอ่านหนังสือที่สนใจให้มากขึ้น แต่ต้องอ่านเอกสารการประชุม และ blog มากครับ   8-(

ขอเสริมสาระบ้างครับ  สำหรับการคิดนอกกรอบเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ครับ  ส่วนใหญ่เราชอบตั้งกรอบกันขึ้นมาเอง (รู้ตัวหรือไม่ก็ตามครับ)  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคิดนอกกรอบจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นะครับ  เช่น  บางคนเห็นคนอื่นโบกพัดเพื่อคลายร้อน ก็อาจจะคิดว่าทำไมเราไม่ตั้งพัดไว้แล้วเราส่ายหน้าไปมาแทนก็อาจจะได้เหมือนกันนะ

แต่การคิดนอกกรอบจะให้ตัวเลือกมากมายแก่เราซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียได้

มีเทคนิคในการออกแบบอย่างหนึ่งที่เรียกว่า Brainstorming หรือระดมสมอง   คือ คิดเสนอแนวทางแก้ปัญหาได้โดยไม่มีกรอบ และห้ามวิจารณ์ตัดสินความคิดของผู้อื่นก่อนว่าดีหรือไม่อย่างไร ให้ช่วยกันระดมความคิดให้ได้มากที่สุด แล้วจึงนำแนวคิดต่าง ๆ มาวิเคราะห์กันอีกครั้งภายหลังครับ

อ่านชื่อเรื่องแล้วนึกถึงนักเขียนที่ชื่นชอบท่านหนึ่งค่ะ "คุณประภาส ชลศรานนท์" ที่หลายๆ คนตั้งสมญานามให้เป็นคน "คิดนอกกรอบ" ในสังคมปัจจุบัน

ขออนุญาตยกตัวอย่างงานเขียนมาให้อ่านนะคะ

คอลัมน์ คุยกับประภาส : คิดนอกกรอบ - 27 มิ.ย. 2547

มีแฟนหนังสือคุณประภาสเขียนจดหมายมาว่า


เรียน คุณประภาส



ได้อ่านเรื่องคณิตศาสตร์อธิบายธรรม จึงอยากขอร่วมวงด้วยครับ ราวสามร้อยปีก่อนพระเยซูประสูติ อาร์คีมีดิส แห่งไซราคิวส์ ซิซิลี คนเดียวกับที่แก้ผ้าร้องยูเรก้าแหละครับ ได้เพียรหาค่า โดยอาศัยการประมาณพื้นที่ของวงกลม เขาได้สร้างรูปหกเหลี่ยมด้านเท่าสองรูป รูปเล็กบรรจุในวงกลม รูปใหญ่มีวงกลมบรรจุอยู่ภายใน แบบแบบสนิท

โดยการนี้ พื้นที่ของวงกลมจะมากกว่าหกเหลี่ยมด้านเท่ารูปเล็ก แต่น้อยกว่าหกเหลี่ยมด้านเท่ารูปใหญ่(พื้นที่รูปเหลี่ยมด้านเท่าสามารถคำนวณได้ครับ) พอเพิ่มเป็นแปดเหลี่ยม พื้นที่รูปเหลี่ยมข้างในจะมากขึ้นแต่ก็ยังน้อยกว่าพื้นที่วงกลม ขณะที่พื้นที่รูปเหลี่ยมด้านนอกก็จะเล็กลงแต่ก็ยังมากกว่าพื้นที่วงกลม ทำให้ประมาณพื้นที่วงกลมได้แม่นยิ่งขึ้น(ซึ่งทำให้ประมาณค่าได้เป็นแนวคิดในการประมาณพื้นที่แบบนี้ถือว่าเป็นแนวคิดของแคลคูลัส ต้องรอกว่าสองพันปีทีเดียวกว่านิวตันจะทำให้เป็นระบบ) ยิ่งเพิ่มเหลี่ยมให้มากขึ้น จากหกเป็นแปด เป็นสิบ จนเป็นอนันต์เหลี่ยมด้านเท่า รูปเหลี่ยมก็จะกลายเป็นวงกลม มันแปลกนะครับ จากรูปเหลี่ยมที่มีจำนวนเหลี่ยมมากมายมหาศาลสุดคะเน กลับกลายเป็นวงกลม รูปเรขาคณิตที่ไม่มีเหลี่ยมมีมุมเลย

หัวข้อธรรมวันนี้ขอเสนอ "สูงสุดคืนสู่สามัญ" ครับ


จิณดิษฐ์

มาฟังคุณประภาสตอบจดหมายกันดีกว่าค่ะ

ทุกวันนี้กระแสความนิยม "คิดนอกกรอบ" ค่อนข้างจะไหลเชี่ยวขึ้นทุกที แม้แต่โฆษณาทางโทรทัศน์ สินค้าที่มีเป้าทางการตลาดเป็นคนรุ่นใหม่ก็มักนำเอาเรื่องนี้มาเป็นจุดขาย

ดาราวัยรุ่นหลายคนพูดให้เข้าหูบ่อยๆ ว่าสมัยนี้ต้องคิดนอกกรอบถึงจะทันสมัย ซึ่งถ้าผมนั่งอยู่ใกล้ๆ ก็คงอดคันปากถามไม่ได้หรอกครับว่า มันเป็นอย่างไรหรือไอ้ความคิดนอกกรอบนี่

หนักที่สุดก็เห็นจะเป็นคำถามที่นักข่าวรุ่นกระเตาะท่านหนึ่งถามผมว่า ในฐานะที่ผมเป็นหัวขบวนของคนคิดนอกกรอบ รู้สึกอย่างไรกับการเรียนการสอนในบ้านเราทุกวันนี้

ผมฟังแล้วผมก็อึ้งไป

ไม่ได้อึ้งในส่วนของคำถามนะครับ ทั้งๆ ที่อันที่จริงแล้วเรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้มันต้องพูดกันยาวเป็นสิบๆ หน้ากระดาษถึงจะไล่เรียงเหตุผลกันครบ แต่ถ้าจำเป็นต้องให้พูดเอาความรู้สึกสั้นๆ ตรงนั้นจริงๆ ก็คงพอกล้อมแกล้มไหว แต่ที่ผมอึ้งก็คือผมดันถูกมอบหมายให้เป็นหัวขบวนของคนคิดนอกกรอบไปไม่ทันรู้ตัว

ว่ากันตามสัตย์จริง ผมไม่ค่อยชอบคำคำนี้สักเท่าไรด้วยซ้ำ

จดหมายของคุณจิณดิษฐ์เขียนมาคุยเรื่องคณิตธรรม ที่โยงต่อจากเรื่องคณิตศาสตร์อธิบายธรรมของอาทิตย์ก่อน ซึ่งก็ได้โยงมาจากเรื่องของแม่เภาสอนลูกสาวมองโลกในตอนแม่เภามาเยี่ยมอีกอาทิตย์หนึ่ง

ผมอ่านจดหมายของคุณจิณดิษฐ์แล้วผมก็ไพล่คิดไปถึงเรื่องคิดนอกกรอบเสียอย่างนั้น ความคิดของคนนี่มันแตกไปได้เรื่อยๆ ไม่แพ้รากผักบุ้งเหมือนกันนะครับ

ประเด็นของจิณดิษฐ์น่าสนใจครับ ไม่นำมาลงไว้ให้อ่านกัน ผมเกรงจะหาโอกาสมาลงทีหลังลำบาก เข้าใจคิดดีครับ คงต้องขอขอบคุณไว้ตรงนี้อย่างสูง

กลับมาที่หัวเรื่องที่ผมขึ้นไว้เป็นชื่อตอนวันนี้ต่อครับ

ทำไมผมถึงไม่ชอบคำว่า "คิดนอกกรอบ"

สิ่งที่เราน่าจะเข้าใจตรงกันก่อนก็คือ "ความคิด" ในประโยคที่ว่านี้คืออะไรก่อน สำหรับผมแล้วความคิดสร้างสรรค์ทุกอย่างในโลกนี้คือการแก้ เห็นด้วยไหมครับ

สิ่งประดิษฐ์จำนวนมากมายมหาศาลของนักประดิษฐ์และนักวิทยาศาสตร์ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความเป็นอยู่ของมนุษย์ ทฤษฎีสำคัญต่างๆ แม้จะพูดไกลไปถึงดวงดาวและจักรวาลก็ค้นหาเพื่อแก้โจทย์ที่ถูกตั้งเอาไว้ในอดีต

เทคนิคการก่อสร้างใหม่ๆ ถูกค้นคิดเพื่อแก้ไขให้การก่อสร้างแข็งแรงขึ้น ประหยัดขึ้น รวดเร็วขึ้น

อาหารจานใหม่ๆ ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อแก้เรื่องสุขภาพ หรือแก้เรื่องความเบื่อหน่ายในรสชาติ

นิยายทั้งประเทืองปัญญาและอารมณ์ ภาพยนตร์ร้อยแปดรูปแบบ ถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้เรื่องความคิดหรือศรัทธาที่เห็นต่าง ไม่ก็เพื่อแก้ความติดขัดทางอารมณ์

ผมขอแสดงความเห็นไว้ตรงนี้ว่า "ความคิด" ที่จะแก้ปัญหาจำต้องมี "กรอบ"

แล้วกรอบคืออะไร

กติกา งบประมาณ แนวความคิด ระยะเวลา ลมฟ้าอากาศ ฯลฯ เหล่านี้เป็นกรอบทั้งนั้นแหละครับ แม้แต่รัฐธรรมนูญก็จะต้องถือเป็นกรอบอย่างหนึ่งในการแก้ปัญหาระดับชาติ

หลายครั้ง "กรอบ" ทำให้ผมคิดออก

ยกตัวอย่างง่ายๆ สักอัน เพลงโฆษณาที่ฉายทางโทรทัศน์ เขากำหนดให้มีความยาวแค่ 30 วินาที ระยะเวลาอันนี้นี่แหละคือกรอบ มันสั้นจนนักแต่งเพลงทุกคนบ่นว่ามันทำงานยาก เพลงต้องจบในเวลาที่กำหนดนับเป็นวินาที บางคนทำไปสักประเดี๋ยวก็บอกว่ามันสั้นไปขออีก 5 วินาทีได้ไหม

นั่นหมายความว่าเรากำลังรื้อกรอบนั่นเอง

ที่ผมบอกว่ากรอบทำให้คิดออก ก็เพราะความที่มันสั้นมาก เราจึงต้องหาคำที่กะทัดรัด ได้ใจความเร็ว แล้วมันก็เลยทำให้คำบางคำที่เราไม่เคยนึกถึงโผล่ออกมา

เด็กนักเรียนชายคนหนึ่งพูดขึ้นว่า ทำไมนักเรียนชายจึงต้องตัดผมรองทรง การตัดผมรองทรงไม่ทำให้เขาเรียนดีขึ้น

อย่างนี้ผมเรียกว่าคิดนอกกรอบ

กรอบในเรื่องนี้คือระเบียบวินัยการแต่งกายของโรงเรียน

แน่นอนครับผมสั้นมันไม่ทำให้ใครเรียนดีขึ้น แต่ในเรื่องนี้ไม่ได้พูดเรื่องเรียนดีหรือเรียนไม่ดี โรงเรียนกำลังพูดถึงเรื่องวินัยที่จะให้เด็กๆ เรียนรู้ เราเอาเรื่องเรียนดีไปอ้างนั่นก็คือเรากำลังไม่ได้คิดอยู่ในกรอบนั่นเอง คนแบบนี้มีเยอะนะครับในสังคม ท่านผู้อ่านบางท่านก็คงจะเคยพบ

ความคิดนอกกรอบคงไม่ดีแน่ถ้าจะมีพระสงฆ์บางรูปบอกว่า ไม่เห็นต้องห่มจีวรเหลืองเลย เพราะห่มจีวรไม่เห็นทำให้เข้าใจในโลกุตรธรรมสักที

กรอบจึงยังเป็นสิ่งสำคัญในทุกๆ สถานที่ๆ มีมนุษย์มากกว่า 1 คน มาอยู่ร่วมกัน โรงเรียนฝรั่งอาจไม่มีวินัยเรื่องการแต่งตัวของนักเรียน แต่อย่าลืมว่าเขาก็มีกรอบเรื่องอื่นๆ ที่บ้านเราไม่มี

อีกคำถามหนึ่งที่ผมได้ยินมากับหูไม่กี่วันมานี้ ก็คือ ทำไมพวกถาปัดจึงชอบคิดนอกกรอบ ผมเดาเอาว่าที่ถามมาอย่างนั้นก็เพราะคงเห็นนิสิตสถาปัตย์จัดแสดงละครที่ไม่เกี่ยวกับวิชาที่เรียน หรือไม่ก็อาจจะดูจากบุคลิกภาพส่วนตัวที่ดูแปลกๆ ของคนที่เรียนคณะนี้

บอกให้ก็ได้ครับ อันที่จริงแล้วคนพวกนี้เป็นมนุษย์กลุ่มที่ต้องคิดแบบมีกรอบอย่างแท้จริง

การจะออกแบบอาคารสักหลังหนึ่งนี่ สถาปนิกมีกรอบความคิดเต็มไปหมดเลยครับ ไหนจะเรื่องดินฟ้าอากาศ ทิศทางลม งบประมาณ แนวความคิดทางศิลปะ สัดส่วนและตำแหน่งของพื้นที่ใช้สอย ลักษณะของวัสดุก่อสร้าง ความปลอดภัยทางโครงสร้าง ฯลฯ (นักคิดสร้างสรรค์หลายวงการที่ผมรู้จัก อย่างคุณดลชัยนักคิดโฆษณา คุณเก้งจิระนักสร้างหนัง หรือคุณหนุ่มเมืองจันท์นักหนังสือพิมพ์ ฯลฯ คนพวกนี้ล้วนคิดทุกอย่างแบบเคารพกรอบแทบทั้งสิ้น)

หรือไอ้ที่เราหลงเข้าใจว่าแบบนั้นแบบนี้คือการคิดนอกกรอบ คนโน้นคนนี้คือคนที่คิดนอกกรอบนั้น ที่แท้ทุกๆ อย่างมันยังอยู่ในกรอบอยู่เลย

กลับมาที่จดหมายของคุณจิณดิษฐ์อีกที

อาคีมีดิสพยายามหาพื้นที่ของวงกลม โดยการเขียนรูปหลายเหลี่ยมจำนวนสองรูปต่างขนาดกัน รูปหนึ่งใส่ลงไปในวงกลม และอีกรูปหนึ่งครอบอยู่นอกวงกลม แล้วก็หาพื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยมของทั้งสองรูปก่อน จึงค่อยหาพื้นที่วงกลม

น่าทึ่งที่อาร์คีมีดิสไม่ได้มองแค่ในกรอบของวงกลม

หรือเพราะเขามองเลยออกมานอกเส้นรอบวง ทำให้เขาคิดออก

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ถามว่าอาร์คีมีดิสคิดนอกกรอบหรือไม่

ก่อนจะตอบคำถามนี้ผมมีปัญหาๆ หนึ่งให้ได้ไขกัน มีจุดเก้าจุดดังรูปข้างล่าง บางคนอาจจะเคยได้เล่นเกมอย่างนี้มาบ้างแล้ว ลองดูครับใครที่ยังไม่เคยเล่น

กติกามีอยู่ว่า ให้ลากตรงเส้นสี่เส้นผ่านจุดเก้าจุดโดยไม่ยกปากกาเลย อาทิตย์หน้าเราจะมาคุยเรื่องคิดนอกกรอบตอนต่อครับ


ประภาส ชลศรานนท์


ที่มาของบทความ - มติชน วันอาทิตย์ หน้า 17 จากเวป Thaimung.com

 

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 18.234.255.5
Message:  
Load Editor
   
Cancel or