นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนที่อยากจะไม่มีตัวตน
Ico64
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 2452
ความเห็น: 2

สรุปผลของการวิจัยในชั้นเรียน ทดลองทำดูบ้าง ครั้งที่ 1

การวิจัยนี้ เป็นการทดลองวิจัยทางสังคมศาสตร์ที่ผมไม่เคยทำมาก่อนเลย ดังนั้น วิธีการวิจัย การเก็บข้อมูล การแปลผลการวิจัย ก็ออกจะดูมั่วๆ นะครับ

            จากบันทึกคราวที่แล้ว ผมได้นำเสนอการทดลองทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างง่ายๆ ชิ้นหนึ่ง โดยที่ผมต้องการหาความสัมพันธ์ระหว่าง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาในรายวิชา 210-211 วงจรไฟฟ้า ในเทอมที่ 1/2551 กับจำนวนการเข้าเรียนของนักศึกษา โดยผมไม่ได้สนใจปัจจัยอื่นๆ ของนักศึกษาที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเลย ซึ่งปัจจัยอื่นๆ เหล่านั้นได้แก่ นักศึกษาเรียนเก่งหรือเรียนไม่เก่ง นักศึกษาลงทะเบียนเรียนจำนวนวิชาไม่เท่ากัน นักศึกษาคนละชั้นปี นักศึกษาคนละภาควิชา และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งผมคิดว่าการจะควบคุมปัจจัยอื่นๆ ให้เหมือนๆ กันจริงๆ นั้น คงจะเป็นไปไม่ได้แน่ๆ แม้ว่าเราอาจจะควบคุมแบบเป็นกลุ่มๆ ได้บ้าง เช่น การแบ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาที่เรียนเก่ง กับกลุ่มที่เรียนไม่เก่ง แต่ในกลุ่มที่เรียนเก่งเอง (หรือเรียนไม่เก่งก็เช่นกัน) ยังคงมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา เช่น นักศึกษาอาจจะลงทะเบียนเรียนจำนวนวิชาไม่เท่ากัน เป็นต้น และถ้าเราแบ่งย่อยลงไปเป็นกลุ่มย่อยอีกเรื่อยๆ ผมคิดว่า สุดท้าย เราคงจะได้กลุ่มนักศึกษาที่จะทำการศึกษานั้นเพียงกลุ่มละ 1 คนเท่านั้น ดังนั้น ในการวิจัยนี้ ผมจึงใช้กลุ่มนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชานี้เท่านั้น โดยละปัจจัยอื่นๆ ไว้ แต่อาจจะนำมาช่วยในการอธิบายผลการวิจัยได้

            เนื่องจากการวิจัยนี้ ทำการวิจัยกลุ่มนักศึกษาและช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจง คือ เป็นนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชา 210-211 วงจรไฟฟ้า ในเทอม 2/2551 เท่านั้น ดังนั้น ผลการวิจัยที่ได้ จึงเป็นของกลุ่มนักศึกษากลุ่มนี้และช่วงเวลานี้เท่านั้น ไม่สามารถนำผลการวิจัยนี้ไปใช้กับนักศึกษากลุ่มอื่นๆ วิชาอื่นๆ ได้

             สำหรับนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชานี้แต่เป็นช่วงเวลาของเทอมอื่นๆ นั้น เราก็ไม่สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ได้โดยตรงเช่นกัน กล่าวคือ จะบอกฟันธงลงไปเลยไม่ได้ว่า ถ้าทำวิจัยแบบเดียวกันนี้กับนักศึกษากลุ่มอื่นๆ ในวิชาเดียวกันนี้แต่คนละเทอมแล้ว จะต้องได้ผลเหมือนกันแน่ๆ  อย่างไรก็ตาม เราอาจจะใช้ผลการศึกษาวิจัยอันนี้เพื่อบอกแนวโน้มหรือโอกาสความน่าจะเป็นของเทอมอื่นๆ ได้ว่า นักศึกษาที่ลงเรียนวิชานี้ในเทอมอื่นๆ นั้น ถ้าทำวิจัยแบบเดียวกันก็น่าจะให้ผลการวิจัยที่คล้ายๆ กันได้

OK คราวนี้เรามาดูผลการวิจัยกันนะครับ

       -          นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชานี้ในเทอม 2/2551 มีจำนวนทั้งหมด 116 คน

       -          นักศึกษาที่เข้าชั้นเรียนตั้งแต่ 70% ขึ้นไป มีจำนวน   29  คน

                  o   นักศึกษาที่ได้เกรดตั้งแต่ C ขึ้นไป มีจำนวน  4  คน

                  o   นักศึกษาที่ได้เกรดต่ำกว่า C ลงไป มีจำนวน  25  คน

       -          นักศึกษาที่เข้าชั้นเรียนน้อยกว่า 70% ลงไป  มีจำนวน   87  คน

                  o   นักศึกษาที่ได้เกรดตั้งแต่ C ขึ้นไป มีจำนวน  2  คน

                  o   นักศึกษาที่ได้เกรดต่ำกว่า C ลงไป มีจำนวน  85  คน

       -         คิดสัดส่วนเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนของนักศึกษา 2 กลุ่มนี้

     o   นักศึกษาที่เข้าชั้นเรียนตั้งแต่ 70% ขึ้นไป มีสัดส่วนเป็น 4/25 = 0.1600

     o   นักศึกษาที่เข้าชั้นเรียนน้อยกว่า 70% ลงไป มีสัดส่วนเป็น 2/85 = 0.0235

 เขียนเป็นตารางสรุปน่าจะดูง่ายกว่า (หรือเปล่าหนอ?) ดังนี้ครับ

 นักศึกษาที่เข้าชั้นเรียนตั้งแต่ 70% ขึ้นไปนักศึกษาที่เข้าชั้นเรียนน้อยกว่า 70% ลงไป
เกรดตั้งแต่ C ขึ้นไป42
เกรดต่ำกว่า C ลงไป2585
รวม2987
ค่าสัดส่วน0.16000.0235

          จากค่าสัดส่วนที่ได้ จะพบว่า กลุ่มนักศึกษาที่เข้าชั้นเรียนตั้งแต่ 70% ขึ้นไป มีค่าสัดส่วนมากกว่า ค่าสัดส่วนของกลุ่มนักศึกษาที่เข้าชั้นเรียนน้อยกว่า 70% ลงไป ซึ่งหมายความเป็นนัยว่า นักศึกษาที่เข้าเรียนมากกว่า 70% จะมีผลสัมฤทธิ์การเรียนที่ดีกว่า ดังนั้น จากที่กล่าวข้างต้นเรื่องการนำผลวิจัยไปใช้ ผมก็ได้ข้อสรุปว่า สำหรับการจัดการการเรียนการสอนวิชานี้ในเทอมอื่นๆ ต่อไปนั้น ผมควรจะส่งเสริม, บังคับ, ส่งเสริมแกมบังคับหรือบังคับทางอ้อม ให้นักศึกษาเข้าเรียนให้ได้อย่างน้อย 70% ของเวลาเรียนทั้งหมด ซึ่งการทำเช่นนั้น จะช่วยทำให้โอกาสที่นักศึกษาจะสอบผ่านได้มีมากขึ้น (ไม่รู้สรุปแบบนี้จะใช้ได้มั้ยนี่?)

          นอกจากนี้ ผมคิดว่า ผมคงจะลองเก็บข้อมูลคือ ทำวิจัยแบบนี้ซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ในทุกเทอมที่สอนวิชานี้ ก็น่าจะได้เป็นหัวข้อวิจัยในชั้นเรียนอีกหัวข้อหนึ่งครับ

          ก็อย่างที่เล่าไว้ตั้งแต่บันทึกก่อนๆ ว่า การวิจัยนี้ เป็นการทดลองวิจัยทางสังคมศาสตร์ที่ผมไม่เคยทำมาก่อนเลย ดังนั้น วิธีการวิจัย การเก็บข้อมูล การแปลผลการวิจัย ก็ออกจะดูมั่วๆ นะครับ ผมก็ยินดีรับฟัง (รับอ่าน) ความเห็นทุกๆ อย่างของท่านผู้อ่านครับ จะติหรือจะชมก็รับได้หมดครับ

          คงต้องจบบันทึกเรื่องนี้แค่นี้ละกัน

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
คำสำคัญ (keywords): วิจัยในชั้นเรียน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 07 มีนาคม 2552 22:10 แก้ไข: 07 มีนาคม 2552 22:32 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

น่าสนใจมากครับ   แต่เนื่องจากเกณฑ์การผ่าน C ของวิชานี้ค่อนข้างยากมาก (6 จาก 116 คน) และการแบ่งกลุ่มของอาจารย์เป็นเพียง 2 กลุ่มคือ เข้าชั้นเรียนมากกว่า หรือน้อยกว่า 70% เท่านั้น

หากเราสามารถวิเคราะห์รายละเอียดได้เพิ่มเติมได้ ก็น่าสนใจนะครับ  เช่น แบ่งกลุ่มนักเรียนตาม % การเข้าชั้นเรียน เป็นมากกลุ่มขึ้น   เช่น  0-25%   25-50%   50-75%  และ > 75%   แล้วอาจดูการกระจายของเกรดในกลุ่มนั้น  หรือ อาจคำนวณเกรดเฉลี่ย ของแต่ละกลุ่มก็ได้ครับ

 

Ico48
วุทธิชัย [IP: 223.206.146.127]
18 November 2011 12:54
#71728

เยี่ยมครับ พัฒนาต่อไปเรื่อยๆครับ เพื่อให้ถึงจุดสูงสุดของศักยภาพของเราครับ

 


diaper caddy diaper rash cream infant bath tubs learning game system

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.210.11.249
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ