นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 4597
ความเห็น: 2

พรบ.คุ้มครองพันธุ์พืช กับการขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่

การปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่นั้นต้องอาศัยขั้นตอนและกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อน รวมถึงใช้เวลาไปไม่น้อย สิ่งที่ได้มาจึงมีคุณค่าแห่งความภาคภูมิใจและควรรักษาไว้ซึ่งสิทธิแห่งการครอบครอง ไม่ใช่แค่เพื่อการปกป้องสิทธิประโยชน์ทางการค้า แต่เพื่อการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้สร้างขึ้นมานั่นเอง

 

             

            เนื่องจากคิดว่า พรบ. คุ้มครองพันธุ์พืช  และการขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่เป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายๆคนที่ทำงานเกี่ยวกับการเกษตรทางด้านพืช  โดยเฉพาะปรับปรุงพันธุ์พืชควรรู้ไว้  จึงเอามาบอกกล่าวให้ได้รู้กันค่ะ        
     
 พรบ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542  ให้ไว้    วันที่ 14  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2542  เป็นปีที่  54  ในรัชกาลปัจจุบัน  ซึ่งประกอบด้วยพระราชบัญญัติจำนวน 69 มาตรา  แต่จะขอยกมาเฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับการขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่นะคะ         
มาตราที่ 3  ในพระราชบัญญัตินี้
        
พืช  หมายความว่า  สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรพืชและให้หมายรวมถึงเห็ดและสาหร่ายแต่ไม่หมายรวมถึงเห็ดและสาหร่ายแต่ไม่รวมถึงจุลชีพอื่น
          พันธุ์พืช  หมายความว่า  กลุ่มของพืชที่มีพันธุกรรมและลักษณะทางพฤกษศาสตร์  เหมือนหรือคล้ายคลึงกัน  มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่สม่ำเสมอ  คงตัว  และแตกต่างจากกลุ่มอื่นในพืชชนิดเดียวกัน  และหมายถึงต้นพืชที่ขยายพันธุ์ให้ได้กลุ่มของพืชที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น
หมวดที่ 2พันธุ์พืช        
 
มาตรา 11  พันธุ์พืชตามพระราชบัญญัตินี้ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้
(1)    มีความสม่ำเสมอของลักษณะประจำพันทางด้านสัณฐานวิทยา  สรีรวิทยา  หรือคุณสมบัติอื่นที่เป็นผลเนื่องมาจากการแสดงออกของสภาพทางพันธุกรรมที่จำเพาะต่อพันธุ์พืชนั้น
(2)    มีความคงตัวของลักษณะประจำพันธุ์ที่สามารถแสดงลักษณะประจำพันธุ์ได้ในทุกครั้งของการผลิตส่วนขยายพันธุ์นั้น  เมื่อขยายพันธุ์โดยวิธีทั่วไปสำหรับพืชนั้น
(3)    มีลักษณะประจำพันธุ์แตกต่างจากพันธุ์อื่นอย่างเด่นชัด  ทางสัณฐานวิทยา  สรีรวิทยา  หรือมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด  ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากการแสดงออกของสภาพทางพันธุกรรมที่แตกต่างจากพันธุ์อื่น
หมวดที่  3การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่            
 
มาตราที่ 12  พันธุ์พืชที่จะขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้ต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้
(1)    เป็นพันธุ์พืชที่ไม่มีส่วนขยายพันธุ์มาใช้ประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นการขายหรือจำหน่ายด้วยประการใด  ทั้งในหรือนอกราชอาณาจักรโดยนักปรับปรุงพันธุ์  หรือด้วยความยินยอมของนักปรับปรุงพันธุ์พืชเกินกว่าหนึ่งปีก่อนวันยื่นจดทะเบียน
(2)    มีความแตกต่างจากพันธุ์พืชอื่นที่ปรากฏอยู่ในวันยื่นขอจดทะเบียน  โดยความแตกต่างนั้นเกี่ยวข้องกับลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อการเพาะปลูก  การบริโภค  เภสัชกรรม  การผลิต  หรือการแปรรูป  และให้หมายความรวมถึงมีความแตกต่างจากพันธุ์พืช  ดังต่อไปนี้ด้วย
(ก)   พันธุ์พืชที่ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองไว้แล้ว  ไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนวันยื่นขอจดทะเบียน
(ข)   พันธุ์พืชที่มีการยื่นขอจดทะเบียนในราชอาณาจักรไว้แล้ว  และได้รับการจดทะเบียนในเวลาต่อมา
มาตราที่ 13  พันธุ์พืชใหม่ที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงในทางตรงและทางอ้อมต่อสิ่งแวดล้อม  สุขภาพ  หรือสวัสดิภาพของประชาชน  ห้ามมิให้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้พันธุ์พืชใหม่ที่ได้จากการตัดต่อสารพันธุกรรมจะจดทะเบียนพืชใหม่ได้ต่อเมื่อผ่านการประเมินผลกระทบทางด้านความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม  สุขภาพ  หรือสวัสดิภาพของประชาชนจากกรมวิชาการเกษตรหรือหน่วยงานหรือสถาบันอื่นที่คณะกรรมการกำหนดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 15 ผู้ขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ต้องเป็นนักปรับปรุงพันธุ์พืชและมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย(2) มีสัญชาติของประเทศที่ยินยอมให้บุคคลสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ขอรับการคุ้มครองในประเทศนั้นได้
(3) มีสัญชาติของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย
(4) มีภูมิลำเนา หรือประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมอย่างจริงจังในประเทศไทยหรือประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย
มาตรา 16 สิทธิขอรับความคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่สำหรับการปรับปรุงพันธุ์พืชซึ่งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างได้กระทำขึ้นโดยการทำงานตามสัญญาจ้าง หรือโดยสัญญาจ้างที่มีวัตถุประสงค์ให้ทำการปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ ย่อมตกเป็นของนายจ้างหรือผู้ว่าจ้าง แล้วแต่กรณี  เว้นแต่สัญญาจ้างระบุไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ ในการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่นายจ้างหรือผู้ว่าจ้างต้องมีคุณสมบัติตาม (1) (2) (3) หรือ (4) ของมาตรา15 ด้วยสิทธิขอรับความคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่สำหรับการปรับปรุงพันธุ์พืชซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทำการตามหน้าที่ตกเป็นของหน่วยงานของรัฐต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ผู้นั้นถ้านายจ้าง ผู้ว่าจ้าง หรือหน่วยงานของรัฐต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับผลประโยชน์จากการปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ ให้ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นได้รับบำเหน็จพิเศษนอกเหนือจากค่าจ้างหรือเงินเดือนตามปกติ แล้วแต่กรณีการได้รับบำเหน็จพิเศษตามวรรคสาม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา 17 ถ้ามีบุคคลหลายคนทำการปรับปรุงพันธุ์ หรือทำการพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ร่วมกันบุคคลเหล่านั้นมีสิทธิขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ร่วมกันในกรณีที่นักปรับปรุงพันธุ์พืชร่วมรายใดไม่ยอมร่วมขอจดทะเบียนหรือติดต่อไม่ได้ หรือขาดคุณสมบัติตามมาตรา 15 นักปรับปรุงพันธุ์พืชร่วมรายอื่นจะขอจดทะเบียนสำหรับพันธุ์พืชใหม่ที่ได้ทำร่วมกันนั้นในนามของตนเองก็ได้
มาตรา 19 การขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงคำขอจดทะเบียนต้องมีรายการดังต่อไปนี้
(1) ชื่อพันธุ์พืชใหม่ และรายละเอียดที่เป็นลักษณะสำคัญของพันธุ์พืชใหม่
(2) ชื่อนักปรับปรุงพันธุ์พืชซึ่งมีส่วนร่วมในการปรับปรุงพันธุ์ หรือพัฒนาพันธุ์พืชใหม่
(3)  รายละเอียดแสดงที่มาของพันธุ์พืชใหม่  หรือสารพันธุกรรมที่ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์หรือพัฒนาพันธุ์พืชใหม่  ตลอดจนกรรมวิธีในการปรับปรุงพันธุ์พืช  โดยต้องมีรายละเอียดที่ทำให้สามารถเข้าใจกรรมวิธีดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
(4)  คำรับรองว่าจะส่งมอบส่วนขยายพันธุ์ของพันธุ์พืชใหม่ที่ขอจดทะเบียนและสารพันธุกรรมที่ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์หรือพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ตามข้อ (3)  ให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อทำการตรวจสอบตามเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด
(5)  ข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ในกรณีที่การใช้พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปหรือพันธุ์พืชป่า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์พืชดังกล่าวในการปรับปรุงพันธุ์สำหรับการใช้ประโยชน์ในทางการค้า
(6) รายการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง               
มาตรา  31  หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่  ให้มีอายุดังต่อไปนี้
(1)     พืชที่ให้ผลผลิตตามลักษณะประจำพันธุ์ได้หลังจากปลูกจากส่วนขยายพันธุ์ภายในเวลาไม่เกินสองปี  ให้มีอายุสิบสองปี
(2)     พืชที่ให้ผลผลิตตามลักษณะประจำพันธุ์ได้หลังจากปลูกจากส่วนขยายพันธุ์ภายในเวลาเกินกว่าสองปี  ให้มีอายุสิบเจ็ดปี
(3)     พืชที่ใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ที่ให้ผลผลิตตามลักษณะประจำพันธุ์ได้หลังจากปลูกจากส่วนขยายพันธุ์ในเวลาเกินกว่าสองปี  ให้มีอายุยี่สิบเจ็ดปีอายุหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ตามวรรคหนึ่ง  ให้นับตั้งแต่วันที่ออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ 
        
ที่กล่าวมาเป็นเพียงบางตอน  และบางมาตราในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542  ที่คิดว่าทุกคนน่าจะรู้เอาไว้เพื่อเป็นการรักษาสิทธิและประโยชน์ของบุคคล  องค์กร  หรือประเทศชาติ  เนื่องจากการปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่นั้นต้องอาศัยขั้นตอนและกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อน  รวมถึงใช้เวลาไปไม่น้อย  สิ่งที่ได้มาจึงมีคุณค่าแห่งความภาคภูมิใจและควรรักษาไว้ซึ่งสิทธิแห่งการครอบครอง  ไม่ใช่แค่เพื่อการปกป้องสิทธิประโยชน์ทางการค้า  แต่เพื่อการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้สร้างขึ้นมานั่นเอง      

 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 06 ตุลาคม 2552 15:07 แก้ไข: 06 ตุลาคม 2552 15:11 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลดีๆและมีประโยชน์นี้

Ico48
พิมพรรณ พิมลรัตน์ [IP: 111.235.70.29]
06 กรกฎาคม 2554 09:00
#66431

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่นำมาแบ่งปันค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.207.98.97
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ