นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
Page Visits: 3966
comment: 2

การดูแลและการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เพื่อการผลิตผักปลอดสารพิษ

เมล็ดพันธุ์เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการปลูกผัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกผักปลอดสารพิษ

 

 

 เมล็ดพันธุ์เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการปลูกผัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกผักปลอดสารพิษ

       เมล็ดพันธุ์ทั่วไปที่ซื้อจากท้องตลาดนั้น จะเป็นพันธุ์ซึ่งมีการพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อปุ๋ยและสารเคมีโดยเฉพาะ หากนำมาปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีจะทำให้ได้ผลผลิตไม่เป็นที่น่าพอใจนัก เกตรกรหรือผู้ปลูกผักจึงควรหันมาเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง นอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังทำให้ได้พันธุ์พืชที่ดีมีคุณภาพสามารถพึ่งตนเองได้ และนำไปสู่ความยั่งยืนของผู้ปลูกได้

 

       ขั้นตอนการเก็บเมล็ดพันธุ์

        1. การคัดเลือกต้นพืช           - เลือกต้นพันธุ์ที่แข้งแรงสมบูรณ์โตเร็ว ต้านทานต่อโรคและแมลง ให้ผลผลิตดี รสชาติดี           - ทำเครื่องหมายไว้ที่ต้น เพื่อไม่ให้ผิดพลาดในการเก็บเกี่ยว

          - เก็บเกี่ยวเมื่ออายุพืชแก่พอดี ไม่ทิ้งไว้ในแปลงนานเกินไป

        2. การเก็บกี่ยว           พืชแต่ละชนิดมีวิธีการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน มีข้อแนะนำในการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ผักบางชนิด ดังนี้
ถั่วต่างๆ มะเขือเทศ มะเขือ  
1. เก็บฝักที่แห้ง มีสีน้ำตาล เก็บในตอนเช้า 1. เลือกเก็บผลที่มีสีแดงเข้ม1. เก็บผลสุกสีน้ำตาล
2. ใส่กระสอบตากแดด 2. ใส่ถังพลาสติกบ่มไว้ในร่ม 3 - 5 วัน 2. บ่มมะเขือไว้ในร่ม 3 วัน เพื่อให้สุก
3. ใช้ไม้ทุบพอเปลือกแตกในตอนบ่าย 3. ผ่าผลตามขวาง3. หั่นส่วนปลายออก ทุบให้เมล็ดแตก
4. ฝัดเอาเศษเปลือกออก 4. ตักเมล็ดออกใส่ภาชนะพลาสติก4. หมักไว้ 1 คืน
5. เลือกเอาเมล็ดที่สมบูรณ์ 5. หมักไว้ 1 คืน 5. ล้างเอาเมล็ดที่จมอยู่ด้านล่าง นำไปตากแดด 2    - 3 แดด
6. ตากแดด 2 - 3 แดด 6. ล้างเอาเมล็ดที่จมอยู่ด้านล่าง 
 

7. นำไปตากแดด 2 - 3 แดด

 
 
ตระกูลกะหล่ำ   พริกแตงกวา
1. เลือกต้นที่ฝักสีน้ำตาลอ่อน เมล็ดสีดำ1. เก็บผลที่แก่สีแดงจัดเก็บทั้งขั้ว 1. เก็บผลที่มีขนาดใหญ่และมีสีเหลือง
2. ตัดทั้งต้น มัดรวมกัน 2 - 3 ต้นต่อมัด 2. บ่มไว้ในร่ม 3 - 5 วัน 2. ผ่าผลตามยาว ใช้ช้อนตักเมล็ด
3. แขวนตากแดด 7 - 10       วันควรมีพลาสติกปูด้านล่างกันเมล็ดร่วง3. ผ่าเปลือกตามยาว ดึงเอาไส้พริกออก3. หมักเมล็ดไว้ 1 คืน
4. ใช้ไม้ทุบเบาๆ แกะเอาเมล็ด4. แกะเอาเฉพาะเมล็ดในไปตากแดด 3    - 4 แดด 4. ล้างเมล็ดให้สะอาด นำไปตากแดด 2 - 3 แดด
5. ฝัดเอาแต่เมล็ด  
กระเจี๊ยบเขียวฟักแฟง น้ำเต้า ฟักทอง  
1. เลือกฝักที่มีสีน้ำตาล จวนปริแตก 1. เก็บผลที่มีขนาดใหญ่ ผลแก่จัด 
2. ใส่ถุงตาข่ายตากแดด ฝักจะปริแตก 2. ผ่าเอาเมล็ดออกจากเนื้อ 
3. แกะเอาเมล็ดที่สมบูรณ์ 3. ล้างให้สะอาด  
 4. ผึ่งลมให้แห้ง 
       
3. การตากเมล็ดพันธุ์
          เมล็ดพันธุ์พืชเป็นสิ่งที่มีชีวิต มีการหายใจทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ เมล็ดที่มีความชื้นมากก็จะหายใจมาก ทำให้เมล็ดเปียกชื้น มีราขึ้น อ่อนแอต่อโรคและแมลง การทำให้เมล็ดแห้งก่อนการเก็บรักษา จึงมีความจำเป็น แต่ก็ไม่ควรแห้งเกินไป ซึ่งวิธีการตากเมล็ดพันธุ์สามารถทำได้ ดังนี้          1. ปูกระดาษหรือแผ่นพลาสติก ในบริเวณที่มีแสงแดดส่องตลอดทั้งวัน           2. เขี่ยเมล็ดที่เปียกชื้นให้กระจาย          3.ควรเขี่ยเมล็ดพันธุ์กลับไปมา วันละ 3 - 5 ครั้ง          4. ในตอนเย็น ควรเก็บเข้าที่ร่มเพื่อป้องกันการเปียกชื้นจากน้ำค้าง       4. การป้องกันเมล็ดจากการทำลายของแมลง           ในระหว่างการเก็บเมล็ดพันธุ์เกษตรกรหรือผู้ปลูกผัก มักพบว่า แมลงทำลายเมล็ดโดยเฉพาะด้วงเจาะเมล็ด ซึ่งมีวิธีการป้องกันได้ ดังนี้
 ปูนขาว  ขี้เถ้าแห้งจากไม้ น้ำมันพืช
 1. ใช้ปูนขาว 50 กรัม หรือ 15 ช้อนชา 1. ใช้ขี้เถ้าที่เพิ่งออกจากเตา ปล่อยทิ้งให้เย็น 0.5 กิโลกรัม  1. ใช้น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
 2. ใช้เมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม 2. บรรจุขี้เถ้าในภาชนะ เช่น ขวด  2. เมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม
 3. คลุกเคล้าปูนขาวและเมล็ดพันธุ์ให้เข้ากัน 3. ใส่เมล็ดพันธุ์พืช 1 กิโลกรัม 3. คลุกเคล้าจนเมล็ดใส
  4. คลุกเคล้าเมล็ดกับขี้เถ้าให้เข้ากัน 
  5. โรยขี้เถ้าปิดทับอีกที แล้วปิดฝาขวด  
       
5. การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์

          การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ เพื่อใช้ปลูกในช่วงฤดูต่อไปนั้น เป็นการเก็บในช่วงสั้นๆ ซึ่งทำได้ดังนี้ 

เก็บในขวด

เก็บในตู้เย็น
 1. บรรจุเมล็ดพันธุ์ในซองกระดาษ แล้วปิดซองให้เรียบร้อย  1. ภาชนะที่ใช้เก็บต้องปิดสนิท เช่นกระป๋อง     ถุงซิปพลาสติก
 2. เขียนชื่อพืช วันที่เก็บ สถานที่เก็บ และลักษณะประจำพันธุ์  2. ใส่เมล็ดพันธุ์ที่แห้งลงภาชนะปิดให้สนิท
 3. ใส่วัสดุดูดความชื้น เช่น ข้าวคั่ว ขี้เถ้า หรือถ่านในขวดประมาณเศษหนึ่งส่วนสี่ของขวด  3. เขียนชื่อพืช วันที่เก็บ สถานที่เก็บ ลักษณะประจำพันธุ์  
 4. นำลงเก็บในขวดแล้วปิดฝา  
 5. นำขวดไปเก็บในร่ม อย่าให้ถูกแสงแดดและความชื้น 
ถุงผ้าหรือถุงตาข่าย 
 1. บรรจุเมล็ดที่แห้งในถุงผ้าหรือถุงตาข่าย  
 2. เขียนชื่อพืช วันที่เก็บ สถานที่เก็บ และลักษณะประจำพันธุ์  
 3. นำไปแขวนในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก หรือแขวนในห้องครัวให้ควันไฟช่วยไล่แมลง 
 4. ถ้าอากาศชื้นมาก เช่นในฤดูฝนควรนำออกมาผึ่งแดดบ้าง 
 6. การทดสอบประสิทธิภาพการงอกของเมล็ดพันธุ์พืช           เกษตรกรหรือผู้ปลูกผักสามารถทดสอบเพื่อดูว่าเมล็ดพันธุ์ที่เก็บไว้นั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ สามารถงอกและเติบโตเป็นต้นพืชหรือไม่ มีวิธีการทดสอบง่ายๆ ดังนี้           1. การแช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำ             - นำภาชนะเช่นถัง หรือกาละมังไปใส่น้ำ            - เมล็ดที่เสียจะลอยขึ้น เมล็ดที่ดีจะจมอยู่ด้านล่าง          2. การทดสอบเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ด
  เมล็ดที่มีขนาดเล็ก เช่นงา หรือ พืชตระกูลกระหล่ำ เมล็ดที่มีขนาดใหญ่ เช่น ถั่ว บวบ ข้าวโพด
 1. วางกระดาษทิชชูหรือสำลีบนจาน 1. นำทรายหรือดินเพาะใส่ภาชนะ เช่น ตะกร้า กาละมัง กะบะ
 2. พรมน้ำให้ชุ่ม  2. รดน้ำให้ชุ่ม เก็บไว้ในที่ร่ม
 3. สุ่มหยิบเมล็ดพืชวางเป็นแถว  3. สุ่มหยิบเมล็ดพันธุ์ใส่ลงไป หากผลปรากฎว่ามีเมล็ดลอยมากแสดงว่าเมล็ดที่เราเก็บไว้นั้น มีการตายมาก มีเปอร์เซนต์ความงอกต่ำ
 4. นำกระดาษทิชชูหรือสำลีวางทับด้านบนอีกครั้ง 4. พรมน้ำอีกรอบ
  5. เก็บไว้ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก
  6. หมั่นพรมน้ำให้ชุ่มตลอดเวลา แต่ระวังอย่าให้แฉะเกินไป
  7. 3 - 5 วัน เมล็ดที่มีชีวิตจะงอกออกมา
 
หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 02 กันยายน 2553 13:39 แก้ไข: 02 กันยายน 2553 13:40 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

Ico48
กานต์ www.thaiorganicstorage.com [IP: 61.19.65.234]
11 มีนาคม 2555 23:38
#75856

ขอเสริมเรื่องการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชอีกวิธีนะครับ คือ การเก็บรักษาในถุงปิดมิดชิด ไม่มีอากาศถ่ายเท หรือ Hermetic Storage

เป็นการเก็บแบบธรรมชาติ ไม่ต้องใช้สารเคมี นับเป็นวิธีที่เหมาะกับพันธุ์พืชออร์กานิค (Organic)

ยกตัวอย่าง การเก็บพืชสมัยโบราณ จะเก็บพันธุ์พืชลงในไหแล้วทาขี้ผึ้งที่ขอบฝา แล้วปิดผนึกเพื่อไม่ให้อากาศถ่ายเทเข้าออก

อ่านเพิ่มเติม http://www.thaiorganicstorage.com/customize-การเก็บแบบHermeticคืออะไร-47532-1.html

เมื่ออากาศไม่เข้าไม่ออก แต่เมล็ดพันธุ์พืชยังคงหายใจทำให้ปริมาณออกซิเจนลดลง และคายคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ทำให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น แมลงศัตรูก็ตายเกลี้ยง ส่วนที่เป็นไข่คงอยู่ในเมล็ดก็ไม่คลอดออกมาเพ่นพ่าน เพราะสภาวะไม่เหมาะสม ทำให้เมล็ดพันธุ์พืชปลอดภัย

นอกจากนี้ ที่สภาวะออกซิเจนต่ำ เมล็ดพันธุ์พืช ยังหายใจลดลงเข้าสู่สภาวะ "จำศีล" ทำให้สภาพเมล็ดยังอ่อนเยาว์ เต่งตึง คงอัตราการงอกได้ดีเยี่ยม นานกว่าเก็บแบบปกติ ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว

มีผลการวิจัยพบว่า เปรียบเทียบการเก็บแบบมิดชิด Hermetic Storage กับการเก็บในห้องเย็น พบว่า สามารถยืดอายุของเมล็ดพันธุ์และอัตรางอกได้ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ หรือเรียกง่ายๆว่าใกล้เคียงกันจนแยกไม่ออก แต่สิ่งที่ต่างกันคือค่าใช้จ่ายของการเก็บในถุงแบบ Hermetic ถูกกว่าการเก็บในห้องเย็นกว่า 10 เท่า

ถ้ามีใครสนใจงานวิจัยตัวนี้ก็ เมล์หาผมได้นะครับ karn.ck@gmail.com

หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

กานต์

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 3.238.190.82
Message:  
Load Editor
   
Cancel or