นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3148
ความเห็น: 2

ปลูกผักหวานป่า...เพิ่มรายได้...ลดรายจ่าย

 

 

            ผักหวานป่า  พืชที่มีคุณค่าสูงต่อคนไทยในด้านเศรษฐกิจ  ผักหวานป่าจากธรรมชาติสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านปีละหลายแสนบาทได้  รวมถึงยังเป็นอาหารที่มีคุณค่าสูงและอร่อย  แต่มีราคาค่อนข้างสูง  โดยจะขายกันในราคากิโลกรัมละ 80-200 บาท  และด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงนี้เองทำให้ชาวบ้านมีความต้องการเก็บผักหวานป่าให้ได้มากที่สุด

                ชาวบ้านหรือเกษตรกรจะใช้วิธีการตัด  โค่นหรือขุดมาปลูกไว้ที่สวนของตนเอง  ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนของปริมาณผักหวานตามธรรมชาติ  อย่างไรก็ตามมีเกษตรกรจำนวนมากที่ให้ความสนใจในการปลูกผักหวานป่า  บางรายซื้อต้นกล้ามาจากพ่อค้า  หรือไปขุดเพื่อนำทั้งต้นและรากมาปลูก  ซึ่งมักจะตายในที่สุด  เนื่องจากการขนย้ายโดยไม่ระวัง  เพราะรากผักหวานมีความอ่อนไหว

           สำหรับวิธีเพาะปลูกผักหวานที่ทำให้ได้ผลดี  จากคำบอกเล่าของเกษตรกรผู้มีประสบการณ์ในการปลูก  คือใช้การปลูกด้วยวิธีการเพาะเมล็ด  คือ  ซึ่งเป็นวิธีการที่ให้ผลผลิตดี  ซึ่งหากเข้าใจในวิธีการปลูกและดูแลรักษาอย่างถูกต้อง  ต้นผักหวานก็จะสามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิต  นอกจากเราจะได้ผักหวานป่าไว้รับประทานเองแล้ว  อาจสร้างรายได้ให้กับครอบครัว  และยังเป็นการอนุรักษ์และช่วยขยายพันธุ์ผักหวานป่าให้มีไว้บริโภคกันต่อไปอีกด้วย

 

วิธีการปลูกผักหวานป่าโดยการเพาะเมล็ด 

  1. คัดเลือกเมล็ดผักหวานป่าสุก  เริ่มจากสีเขียวอมเหลือง  จนถึงสีเหลือง  แต่ไม่ควรให้สุกงอมหรือร่วงจากขั้วเมล็ด
  2. นำเมล็ดผักหวานที่เก็บได้มาล้างทำความสะอาด  ร่อนเอาเปลือกนอกและเนื้อออกจนเหลือแต่เมล็ดข้างใน  โดยอาจใช้สก๊อตไบรท์ตาข่าย  หรืออุปกรณ์อื่นๆที่มีความหยาบขัดถูส่วนเนื้อออก
  3. ผึ่งเมล็ดผักหวานป่าไว้ในร่มลมโชย  ทิ้งไว้ 1 – 2  คืนให้เปลือกแห้ง
  4. เตรียมกระบะทราย  หรือถ้าเมล็ดผักหวานมีจำนวนมากอาจใช้อิฐบล็อกวางเป็นกรอบสี่เหลี่ยมบรรจุทรายแทนกระบะ  โดยนำแกลบเผามาคลุกกับทรายในสัดส่วนประมาณ 1 : 1  เพื่อช่วยให้ส่วนของรากเจริญได้ดีขึ้น
  5. นำเมล็ดที่ผึ่งแห้งแล้วมาปักชำในกระบะทรายโดยให้ส่วนขั้วตั้งขึ้น
  6. นำกระสอบป่านหรือผ้าชุบน้ำมาคลุมกระบะชำเพื่อรักษาความชื้น  และนำน้ำมาฉีดพรมทุกอาทิตย์
  7. หลักจากนั้นอีก 20 – 30 วัน  เมล็ดผักหวานที่งอกจะมีรากยาวประมาณ 10- 12  เซนติเมตร  สังเกตดูจะมีลักษณะรูปทรงคล้ายกับต้นถั่วงอก  พร้อมที่จะนำไปปลูก
  8. นำต้นกล้าไปปลูกในสวนหรือแปลงที่เตรียมไว้  โดยขุดหลุมพอประมาณ  ควรใช้ทรายผสมแกลบเผาคลุกกับดินบริเวณหลุมเพื่อช่วยให้รากผักหวานเจริญได้ดีและเร็ว  บริเวณที่ปลูกควรเป็นที่ร่มรำไรจะทำให้ผักหวานป่าเจริญเติบโตได้ดีเหมือนในธรรมชาติ  โดยอาจปลูกแซมกับต้นมะขามป้อม  ต้นแค  ต้นถั่วมะแฮะ  หรือพืชอื่นๆที่มีใบไม่หนามาก
  9. นำเศษหญ้าหรือฟางมาคลุมไว้บริเวณโคนต้นเพื่อรักษาความชุ่มชื้น  หากดินแห้งมากให้รดน้ำพอประมาณตามสภาพ
  10. หลังจากปลูกต้นกล้าผักหวานป่าประมาณ 2 เดือน  ต้นผักหวานป่าจะทิ้งใบเลี้ยงและแตกยอดพร้อมเจริญเติบโตต่อไป

 

 


ข้อมูลจาก: วาสารเกษตรกรก้าวหน้า ฉบับที่ 17  กุมภาพันธ์ 2555

 

 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 05 เมษายน 2555 10:39 แก้ไข: 05 เมษายน 2555 10:39 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 บิวตี้, และ Ico24 มารุแอ๊ะ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
โยธิน ดาทอง [IP: 125.26.1.61]
21 เมษายน 2555 23:34
#76705

อยากได้ผักหวานมาปลูกจังจะได้ไมจนกับเขาสักทีเเนะ

Ico48
-*- [IP: 58.11.150.246]
08 กรกฎาคม 2555 19:52
#78424

ทำไมเขาถึงตั้งชื่อว่า ผักหวาน

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.215.33.158
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ