นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2214
ความเห็น: 0

การป้องกันและรักษา(หน้ากรีด)ยางพาราเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนชุก

 

         ในช่วงเวลาหน้าฝนที่พื้นที่ภาคใต้ทั้งฝั่งตะวันตก  และตะวันออก ตั้งแต่เช้า-เที่ยงวันหรืออาจจรดเย็นในบางพื้นที่ ทั้งผู้คนและต้นยางพาราไม่มีโอกาสได้รับแสงอาทิตย์เลย ซึ่งสภาพที่สายฝนมีโปรยปรายมาเรื่อยๆ และไม่มีแสงแดดเลย  หากติดต่อกัน 3-4 วัน และในแต่ละวันมีแสงแดดให้แก่สวนยางพาราน้อยกว่า 3 ชั่วโมง ก็จะส่งผลให้ความชื้นในสวนยางพารามีถึงหรือมากกว่า 90 %  ซึ่งจะเหมาะแก่การเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ของเชื้อราที่จะทำให้เกิดโรคต่อต้นยางพารา อาทิ โรคใบร่วงและฝักเน่าไฟทอปโทรา, โรคเปลือกเน่า, โรคเส้นดำ,ฯลฯ สำหรับตอนนี้จะขอกล่าวเฉพาะโรคที่จะเกิดบริเวณหน้ายาง คือ โรคเปลือกเน่าและโรคเส้นดำ เท่านั้น

        ชาวสวนยางพาราควรหยุดกรีดยางในช่วงฝนตกชุกที่ตกติดต่อกันหลาย ๆ วัน จนสิ้นฤดูฝน โดยเฉพาะสวนยางพาราที่เพิ่งเปิดกรีดในระยะ 1-3 ปีแรก ต้องให้ความสำคัญให้มากเพราะมีโอกาสที่หน้ายางหรือหน้ากรีดจะเน่าเปื่อยได้ง่ายกว่ายางพาราที่มีอายุการกรีดมากแล้ว โดยก่อนหยุดกรีดยางก็ควรพ่นหรือทาหน้ายางด้วย “สารป้องกันการเข้าทำลายโดยเชื้อรา” เช่น เอพรอน 35 เอส ดี หรือสรุปแนวทางการดูแลสวนยางพารายามหน้าฝน คือ  ควรจัดการสวนยางพาราให้โล่งหรือโปร่งเพื่อให้ความชื้นในสวนยางลดลง  หากฝนตกไม่ชุกพอจะกรีดยางได้บ้าง ก็ให้พ่นหรือทาหน้ายางด้วย “สารป้องกันการเข้าทำลายโดยเชื้อรา” โดยควรพ่นหรือทาในระยะเวลาที่ไม่เกิน 12 ชั่วโมงหลังกรีดเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หากไม่สามารถทำได้ ก็ให้ทา 2-3 วัน/ครั้ง หรือ สัปดาห์ละครั้ง จนหมดฤดูฝน


       การใช้มีดกรีดยางในช่วงเวลาดังกล่าวควรระวังเชื้อราที่จะติดไปกับมีดกรีดยางจากต้นสู่ต้น จึงควรพกภาชนะเล็ก ๆ ใส่สารละลายของ เอพรอน 35 เอส ดี เพื่อจุ่มมีดทุกครั้งที่กรีดเสร็จ 1 ต้น  หากเชื้อราเข้าทำลายหน้ายางแล้ว ควรเฉือนส่วนที่เป็นโรคออก แล้วพ่นหรือทาด้วย เอพรอน 35 เอส ดี หากเราสังเกตุหน้ากรีดในสวนยางพาราโดยทั่ว ๆ ไป ก็จะพบว่าชาวสวนยางที่ไม่ได้ใช้ “สารป้องกันการเข้าทำลายโดยเชื้อรา” นั้นมีมากกว่าที่ใช้ โดยจะมองเห็นเป็นแถบสีแดง ๆ หรือสีดำสนิท ติดอยู่เป็นแถบ ๆ หรือเป็นช่วง ๆ (ใช้ในช่วงจำเป็น) ถ้าเห็นเป็นสีแดง ๆ แสดงว่าเป็นการใช้ เอพรอน 35 เอส ดี ผสมฝุ่นแดงทา ซึ่ง เอพรอน 35 เอส ดี จะมีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อราอยู่ด้วย แต่ถ้าเป็นแถบสีดำ แสดงว่าชาวสวนยางใช้ “สารป้องกันการเข้าทำลายโดยเชื้อรา” ที่เป็นคล้าย ๆ แอสฟัลส์(ไม่มียาทำลายเชื้อรา) ซึ่งเป็นของมาเลเซีย แต่คงผลิตในประเทศไทย


       ดังนั้น หน้าฝนนี้ หากสามาถหยุดกรีดยางได้ก็จะเป็นการดีมาก ในแง่ที่ไม่ไปเพิ่มปริมาณยาง(Supply) เข้าสู่ตลาดให้ราคาตกมากไปกว่านี้ ที่สำคัญต้องยางพาราของเราก็ปลอดภัยจากโรคหน้ายาง(โรคเปลือกเน่า และโรคเส้นดำ) “การป้องกันทำง่ายกว่าการรักษาเยียวยา” เพราะฉะนั้น  รักษาหน้ายางเอาไว้ค่อยกรีดทำเงินเมื่อพ้นหน้าฝนดีกว่า เพราะชาวสวนยางพาราถือว่าโชคดีอย่างหนึ่งในแง่ที่ว่า ผลผลิตไม่เก็บเกี่ยวก็ไม่เน่า ไม่หายไปไหน แต่กลับยิ่งมีผลดีต่อต้นยางพาราอีกด้วย

 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 22 ตุลาคม 2555 11:54 แก้ไข: 22 ตุลาคม 2555 11:54 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 Our Shangri-La, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.215.33.158
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ