นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 8490
ความเห็น: 1

การเลี้ยงหมูหลุมต้นทุนต่ำ

 

 

         การเลี้ยงหมูในยุคปัจจุบัน นับว่ามีความเสี่ยงสูงมาก เนื่องจากวิธีการเลี้ยงเปลี่ยนแปลงไปเป็นลักษณะเชิงการค้าค่อนข้างมากทำให้ ต้นทุนการผลิตสูง เนื่องจากต้องซื้ออาหารสำเร็จ หรือวัตถุดิบมาผสมเป็นอาหารในราคาค่อนข้างสูงมากเพราะส่วนผสมส่วนใหญ่ไม่ได้ นำมาจากภายในท้องถิ่น รวมทั้งวัตถุดิบบางส่วนก็เป็นสารเคมีซึ่งไม่น่าจะเป็นผลดีนักในการนำมาบริ โภคแม้ว่าจะยังไม่เห็นผลกระทบชัดเจนก็ตาม  และนอกจากต้นทุนการผลิตที่สูงมากดังได้กล่าวแล้ว การเลี้ยงหมูในปัจจุบันยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมใน ชุมชนที่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนค่อนข้างมาก เนื่องจากวิธีการ เลี้ยงแบบใหม่นั้นเร่งอัตราการเจริญเติบโตของหมูมากเกิน ทำให้เกิดการสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ไปบางส่วน เนื่องจากหมูไม่สามารถย่อยอาหารที่กินเข้าไปได้หมด ทำให้ยัง มีกากอาหารเหลือออกมาและเน่าบูดส่งกลิ่นเหม็น แต่ที่ เราต้องเสียไปฟรี ๆ คือค่าอาหารที่หมูกินแล้วย่อยไม่หมด การเลี้ยงทั่วไปหมูอยู่บนพื้นแข็ง ทำให้อยู่ไม่สบาย ซึ่งเป็นส่วนที่เราไม่ควรจะต้องจ่ายเลยแม้แต่น้อย

          การเลี้ยงสุกรแบบหลุม  หรือที่มักเรียกกันว่า “หมูหลุม”  มีวิธีการเลี้ยงแบบง่ายๆ ต้นทุนต่ำ  ที่สำคัญยังไงหมูก็ขายได้  อีกทั้งยังมีข้อดีในการเลี้ยงคือ  ไม่ส่งกลิ่นเหม็น  มีแมลงวันน้อย  คอกไม่แฉะ  พื้นคอกสามารถทำปุ๋ยชีวภาพได้  ทำให้สามารถนำปุ๋ยไปใส่พืชผักได้  ไม่รต้องทำความสะอาดคอก  เพราะพื้นคอกจะถูกจุลินทรีย์สลายกลายเป็นอาหารของหมูอีกครั้ง  สามารถลดต้นทุนในการซื้ออาหารสำเร็จรูปได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์  ได้เนื้อหมูที่ไม่ติดมัน  เนื้อแน่น  เครื่องในไม่เหม็นคาว  และไม่ต้องจัดการระบบน้ำเสีย

การเตรียมคอก 

          ควรสร้างคอกขนาด 2 x 6 เมตร  ซึ่งสามารถเลี้ยงหมูได้ 9 ตัว  เมื่อกั้นคอกตามขนาดแล้ว  ให้ขุดพื้นคอกลึกลงไป 90 เซนติเมตร  ส่วนของหลังคาควรมุงให้ชายคากว้างสักหน่อยเพื่อกันฝนสาดเข้าคอก  ตีฝากั้นคอกแล้วใช้อิฐบล็อกกั้นลงไปจากพื้นดินประมาณ 40-50 เซนติเมตร  เพื่อป้องกันไม่ให้หมูขุดออกนอกคอกได้  โดยการเลือกทำเลในการสร้างคอกควรเป็นพื้นที่แห้ง  ไม่มีน้ำท่วมขัง  และร่ม  อากาศถ่ายเทได้สะดวกเนื่องจากหมูเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบอากาศร้อน

การเตรียมพื้นคอก

          สำหรับพื้นคอกให้ใช้แกลบ 10 ส่วนผสมดินละเอียด 1 ส่วน  เทลงหลุมในคอกให้หนาประมาณ 30 เซนติเมตร  หลังจากนั้นให้ใช้เกลือเม็ดประมาณครึ่งลิตรโรยหน้า  ตามด้วยน้ำหมักชีวภาพ  2 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 10 ลิตรราดให้ทั่ว  และให้ทำวิธีการเดียวกันซ้ำอีก 2 ชั้น  จนได้ระดับที่เสมอกับพื้นดิน

          ที่สำคัญช่วงที่เตรียมพื้นคอกเสร็จใหม่ ๆ นั้นพื้นคอกจะยังคงร้อนอยู่  ให้ทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน  แล้วจึงค่อยนำหมูเข้าไปเลี้ยง  และควรราดน้ำหมักชีวภาพลงพื้นคอก ทุก ๆ  5 – 7 วัน  ครั้งละ 10 ลิตร  เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อย

การให้อาหารและน้ำ 

      อาหารผสม หรืออาหารสำเร็จที่เคยให้เป็นหลักนั้นจะต้องลดลง เหลือเพียงประมาณร้อยละ 30 เช่น เราเคยให้ตัวละ 2 กก. ต่อวัน ก็จะต้องเหลือแค่ตัวละ 6 ขีด ต่อวัน ส่วนอาหารที่จะให้หมูกินเป็นหลักคือผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป เหมือนการเลี้ยงในสมัยก่อน เช่น หยวกกล้วย ผักเบี้ย ผักขม ผักตบชวา ยอดกระถิน ยอดข้าวโพด ใบมัน ฯลฯ โดยนำมาหั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วแช่ในน้ำที่ผสมน้ำหมักชีวภาพไว้นานประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง ซึ่งใช้สูตรเดียวกับน้ำที่ให้หมูกิน คือผสมน้ำหมักชีวภาพกับน้ำ ในอัตราส่วนตั้งแต่ 1 ต่อ 1,000 สำหรับหมูเล็ก, 1 ต่อ 800 สำหรับหมูรุ่นและ 1 ต่อ 500 สำหรับหมูใหญ่ หรือหมูพ่อ-แม่พันธุ์ (น้ำ 1 ปี๊บ มี 20 ลิตร หากเป็นหมูเล็กผสมแค่ 2 ช้อนโต๊ะ,หมูรุ่น ผสม 3 ช้อนโต๊ะ, หมูใหญ่ ผสม 4 ช้อนโต๊ะ)

การป้องกันโรค 

         เนื่องจากการเลี้ยงหมูแบบต้นทุนต่ำนี้ มีน้ำหมักชีวภาพซึ่งมีจุลินทรีย์ และวิตามินจากผักเป็นตัวหลักในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับหมู แต่หากอาหาร หรือน้ำไม่สะอาดพอ หมูอาจมีอาการท้องเสีย หรือขี้เหลวได้ (ซึ่งปกติไม่ค่อยเกิดบ่อยนัก) ต้องรักษาโดยนำใบผรั่งสด ใบฟ้าทะลายโจรสด และเถาบอระเพ็ดเอาให้หมูกิน รวมทั้งจะต้องหาว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เช่น อาหารและน้ำอาจไม่สะอาดพอ ก็ต้องปรับปรุงแก้ไขใหม่ นอกจากนี้ควรใช้มุ้งเขียวคลุมคอกเพื่อกันยุงตั้งแต่เย็นถึงเช้า แต่หากเป็นพื้นที่ที่มีตัวริ้นชุกชุม (โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน) ควรนำเอาตะไคร้หอมมาทุบแช่น้ำ แล้วฉีดพ่นให้หมูในช่วงหัวค่ำ (ระวังอย่าให้เข้าตา) เนื่องจากตะไคร้หอมมีสรรพคุณช่วยไล่แมลงได้เป็นอย่างดี

 


ข้อมูลบางส่วนจากจากวารสารเกษตรกรก้าวหน้า  ปีที่ 2  ฉบับที่ 24 กันยายน 2555

เรียบเรียงและเผยแพร่โดย: กลุ่มงานบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่  อ. หาดใหญ่  จ. สงขลา โทร. 074-286059-60, โทรสาร 074-558803

 

 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 15 พฤศจิกายน 2555 10:06 แก้ไข: 15 พฤศจิกายน 2555 10:06 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Monly, และ 7 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
กุมารทองตาหวาน [IP: 1.1.157.67]
22 พฤศจิกายน 2555 11:19
#82089

อยากทำการเกษตรเเบบนี้อยู่เหมือนกันค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.215.33.158
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ