นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1753
ความเห็น: 1

โรครากขาว: ศัตรูที่น่ากลัวของเกษตรกรชาวสวนยาง

              โรคและศัตรูของต้นยางพาราพบได้ตั้งแต่ปลูกจนกระทั่งถึงโค่น  มีสาเหตุทั้งจากสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต  และเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของต้นยาง  ทำให้ต้นยางชะงักการเจริญเติบโต  ผลผลิตลงลง  และอาจรุนแรงถึงทำให้ต้นยางยืนต้นตาย  แม้ว่ายางพาราจะมีโรคระบาดอยู่หลายชนิด  ปัจจุบันพันธุ์ยางพาราที่ปลูกในประเทศยังมีความอ่อนแอต่อโรคที่สำคัญ  ที่มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากเชื้อรา  โดยการเข้าทำลายนั้นสามารถจำแนกตามส่วนต่างๆ ของต้นที่ถูกเชื้อเข้าทำลาย  ได้แก่  โรคใบ  โรคกิ่งก้านและลำต้น  และโรคราก  นอกจากโรคเหล่านี้แล้วยังมีแมลงศัตรูยางบางชนิดที่ทำความเสียหายให้กับต้นยางได้เช่นกัน

โรค  และอาการของโรครากขาว 

         

      โรครากขาวเกิดจากเชื้อรา  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rigidoporus microporus เป็นประเภทเห็ดราเมื่อพืชเป็นโรค  จะพบดอกเห็ดสีส้มที่โคนต้น  ลักษณะดอกเห็ดเป็นแผ่นครึ่งวงกลม  ไม่มีก้าน  ขึ้นซ้อนๆกัน  ดอกเห็ดที่ยังอ่อนอยู่จะมีสีส้ม  จับดูรู้สึกลื่นมือ  ดอกแก่แข็งกระด้าง  มีสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลเหลืองสลับกัน  ขอบดอกขาว  ใต้ดอกมีสีส้มแดงหรือสีน้ำตาลเป็นส่วนที่สร้างสปอร์จำนวนมหาศาล  ซึ่งเมื่อปลิวไปตกในที่เหมาะสมก็สามารถที่จะเจริญเป็นเส้นใยและสร้างดอกเห็ดใหม่ได้

          เชื้อราเข้าทำลายทางราก  และแทงเส้นใยเข้าไปในเนื้อเยื่อ  ทำให้การทำงานของเซลล์รากเสียหาย  การดูดน้ำดูดอาหารจึงเป็นไปไม่เต็มที่  การสังเคราะห์แสงจึงค่อยๆ ลดลง  พืชแสดงอาการไม่สมบูรณ์ตามปกติ  โดยใบใหม่หลังจากผลัดใบในแต่ละรุ่นมีขนาดเรียวเล็กลง  ทรงพุ่มเล็กลง  ต้นตาย  ในขณะก่อนหรือระยะเดียวกับที่พืชแสดงอาการใบเหลือง  หากขูดรากจะปรากฏเส้นใยราสีขาวแตกสาขาเป็นร่างแห  เจริญแนบกับรากยาง  โรคนี้จึงมีชื่อเรียกโรครากขาว  ตามลักษณะอาการที่ปรากฏที่ราก

การระบาดและการเข้าทำลายของเชื้อราโรครากขาว 

          เชื้อราจะแพร่กระจายได้โดยการสัมผัสระหว่างรากที่เป็นโรคกับรากต้นปกติ  หรือสปอร์เชื้อราปลิวไปตามลม  โดยการระบาดในยางพารานั้นเกิดได้ตลอดทั้งปี  แต่จะระบาดอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูฝนและระบาดได้ทั้งในยางขนาดเล้กและขนาดใหญ่  ทำให้ยางพาราได้รับความเสียหายและตายได้  ในแปลงที่ปลูกครั้งแรกมักพบในแปลงที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป  ส่วนในยางที่ปลูกเป็นรอบที่ 2 หรือ 3 และไม่ได้กำจัดตอเก่ามักพบตั้งแต่ยางอายุ 1 ถึง 5 ปี  แล้วแต่การสะสมของเชื้อราในดินในแปลงยางนั้นๆ  การระบาดที่เห็นได้ชัดเจน  มักพบในยางพารารุ่นที่  2  หรือ 3 เกษตรกรในหลายพื้นที่ไม่มีการจัดการพื้นที่ก่อนที่จะมีการปลูกยางใหม่  เช่น  ไม่มีการขุดตอเก่าเผาทำลาย  ไม่มีการไถพื้นที่และตากหน้าดิน  เป็นต้น  อย่างไรก็ตามการจัดการดังดล่าวก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ในหลานพื้นที่  เช่น  ที่เขา  ที่ควน  ซึ่งเครื่องจักรไม่สามารถเข้าไปได้และยากต่อการจัดการ  เข้าทำลายตั้งแต่ยางพารามีอาการยอดใบหงิก  เหี่ยว  แล้วเริ่มเหลือง  ไปจนถึงใบร่วงยืนต้นตาย  และโค่นล้มในที่สุด

การป้องกันกำจัดโรครากขาว 

          การป้องกันกำจัดโรครากขาว  ได้มีการค้นคว้าและวิจัยจากนักวิชาการต่างๆและได้มีการเสนอแนะในการป้องกันและกำจัดเชื้อรา  ด้วยวิธีการโดยใช้สารเคมี  และการเขตกรรม  การคัดเลือกยางพันธุ์ที่ต้านทานโรค  ซึ่งยังไม่มีพันธุ์ยางที่แนะนำว่าต้านทานโรคนี้  ในขณะที่มีผลการวิจัยพบว่ายางพาราพันธุ์ KRS 156 และ RRIM 600 เป็นพันธุ์ยางที่มีความอ่อนแอต่อโรคนี้ที่สุด  จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงสำหรับอนาคตของการผลิตยางพาราและเกษตรกรชาวสวนยางของไทย  เนื่องจากส่วนใหญ่ปลูกยางพาราพันธุ์ RRIM 600 เป็นหลัก

          สถาบันวิจัยยางพาราได้แนะนำวิธีการป้องกันกำจัดโรค  โดยก่อนปลูกยางพาราควรปลูกพืชคลุมดินก่อนแล้วทำการไถพรวนเพื่อปรับปรุงสภาพดินให้เหมาะกับการเจริญของพืชและจุลินทรีย์ดินที่ส่วนใหญ่จะเป็นประโยชน์กับพืช  และอาจเป็นจุลินทรีย์ที่เป็นศัตรูหรือเป็นจุลินทรีย์ที่ต่อต้านกับเชื้อโรครากขาว

1)        ในแปลงที่เคยพบโรครากขาว  การเติมกำมะถันในแต่ละหลุมปลูกอัตรา 250 กรัมต่อหลุมปลูก  อาจช่วยลดการเกิดโรคได้ระดับหนึ่ง  เนื่องจากเชื้อไม่ชอบดินที่เป็นกรดจัดในขณะที่ยางยังสามารถเจริญได้

2)      ในกรณีที่ปลูกยางใหม่ในพื้นที่ที่เคยปลูกไม้ยืนต้น  แต่ไม่ใช่ยางก็ควรขุดตอและเผาทำลายเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นที่พักอาศัยของเชื้อ

3)      หากเชื้อลุกลามมากเกินไป  จำเป็นต้องใช้สารเคมี  โดยให้รากพืชที่เชื้อราเกาะอยู่สัมผัสกับยาให้ได้มากที่สุด  ต้องตรวจดูต้นที่เป็นโรคและต้นข้างเคียงโดยรอบ  การราดยาอาจได้ผลหรือไม่ได้ผล  โดยมีสาเหตุอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย  เช่น  ระดับการเป็นโรค  ปริมาณการแพร่กระจายของโรค  ชนิดของดิน (น้ำยาซึมผ่านดินได้เร็วหรือช้า)  และอื่นๆ สำหรับต้นที่เป็นโรคเพียงเล็กน้อยก็ให้ดำเนินการป้องกันการลุกลามและการระบาดด้วยการราดด้วยสารเคมี  ทั้งต้นที่เป็นโรค  และต้นข้างเคียงด้วย  เพื่อป้องกันการลุกลามของโรคไปยังต้นอื่นๆ

 

          ปัจจุบันยังไม่สามารถยับยั้งการระบาดของโรครากขาวได้อย่างเด็ดขาด  ถึงแม้จะมีความพยายามจัดการเพื่อป้องกันและรักษาโรคในหลากหลายวิธี  อาทิเช่น  การใช้สารเคมี  การขุดร่องเพื่อตัดการเชื่อมโยงผ่านทางรากจากต้นที่เป็นโรคไปสู่ต้นปกติ  ส่วนการจัดการพื้นที่ก่อนปลูกในรอบการผลิตใหม่จัดการโดยขุดตอยางเก่า  เผาทำลายเศษรากไม้ยาง  และทำการไถพลิกหน้าดิน  เพื่อพักหน้าดิน  ในช่วงหน้าแล้ง  เป็นต้น

 

 


เอกสารอ้างอิง:

 

อยุทธ์  นิสสภา,  เสมอใจ  ชื่นจิตต์. 2554. การประเมินผลความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากโรครากขาวในยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์  คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา.

created: 03 December 2012 11:43 Modified: 04 December 2012 08:49 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 Monly, Ico24 คนธรรมดา, and 2 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
มิกกี้ (Recent Activities)
03 December 2012 13:27
#82319

ถ้ามีรูปต้นยางพาราที่เป็นโรคให้ดูด้วยก็ดีค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.215.33.158
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ