นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 4092
ความเห็น: 0

ไฟโตพลาสมา...โรคพืชตัวใหม่ที่เกษตรกรต้องระวัง

          ในการรักษาโรคพืชนั้น  บ่อยครั้งที่มักไม่ได้ผลตามที่เราต้องการ  ถึงแม้ว่าเราจะทำตามขั้นตอนแล้วก็ตาม  ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเรายังแก้ปัญหาไม่ตรงจุดจริงๆ  ก็เป็นได้  อาการของพืชที่แสดงออกมาว่าพืชนั้นเป็นโรค  อาจไม่ได้เกิดมาจากสาเหตุเดียวอย่างที่เราเข้าใจ  ในการรักษาหากไม่ได้ผลก็ต้องหาสาเหตุต่อไปอีกว่า  จริงๆแล้วอาการที่แสดงออกมานั้นเกิดจากสาเหตุของอะไร  เช่น  อาการจองพืชที่เกิดจากเชื้อไวรัส  ในปัจจุบันมักมาควบคู่กับสาเหตุแผงของโรคพืช  คือไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคพืช  คล้ายกับการเป็นเชื้อไวรัส

          การจำแนกความแตกต่างของโรคพืชที่เกิดจากไวรัสกับไฟโตพลาสมา  มีการวินิจฉัยเบื้องต้น  คือ  เชื้อไวรัสสามารถเข้าทำลายพืชได้อย่างกว้างขวาง  ทั้งพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจและวัชพืช  สามารถแพร่กระจายเข้าทำลายส่วนต่างๆของพืชได้เกือบทุกส่วนทั้ง  ราก  ลำต้น  ใบ  ดอก  ผล  และเมล็ด  นอกจากนั้นไวรัสยังสามารถทำให้เกิดโรคกับพืชชั้นต่ำขนาดเล็ก  เช่น  แบคทีเรีย  รา  ไปจนถึงพืชชั้นสูงทั่วไป  รวมทั้งไม้ยืนต้นด้วย  โดยทั่วไปความเสียหายทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการเข้าทำลายของไวรัสมักมุ่งเน้นไปที่ผลผลิตและคุณภาพที่ลดลง  ในปัจจุบันพบโรคพืชที่เกิดจากเชื้อไวรัสมากกว่า 600  ชนิด 

      ไวรัสพืชเป็นอนุภาคขนาดเล็กมาก  ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ธรรมดา  ต้องดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน  มีรูปร่างเป็นท่อน  ขนาดความยาวอยู่ในช่วง 180 – 1,200  นาโนเมตร  หรือรูปทรงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25- 85 นาโนเมตร  อนุภาคของไวรัสพืชประกอบด้วยกรดนิวคลีอิกชนิด Ribonucleic acid (RNA) หรือ Deoxyribonucleic acid (DNA) อย่างใดอย่างหนึ่ง  ซึ่งทำหน้าที่ทางพันธุกรรมของไวรัส  และมีโปรตีนห่อหุ้มกรดนิวคลีอิคไว้  ไวรัสบางชนิดอาจมีเยื่อหุ้มหรือมีส่วนประกอบพิเศษอื่นๆ ด้วย  ไวรัสบางชนิดสามารถเจริญและเพิ่มปริมาณได้เฉพาะในเซลล์พืชเท่านั้น  โดยต้องอาศัยกระบวนการทำงานของเอนไซม์ต่างๆภายในเซลล์พืชอันเป็นผลทำให้พืชมีอาการผิดปกติและเกิดโรค

          ไวรัสเข้าทำลายพืชได้โดยทางบาดแผลเท่านั้น  ซึ่งบาดแผลอาจเกิดจากสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆที่เกิดจากมนุษย์หรือเกิดจากธรรมชาติ  เมื่อไวรัสผ่านผนังเซลล์เข้าสู่เซลล์พืชได้แล้วจะปลดปล่อยกรดนิวคลีอิคออกมาจากโปรตีนที่ห่อหุ้มอนุภาคไว้  กรดนิวคลีอิคจะอาศัยวัตถุดิบและขบวนการต่างๆของเซลล์พืชในการเพิ่มปริมาณกรดนิวคลิอิกของไวรัสและโปรตีนที่ห่อหุ้มอนุภาค  ซึ่งองค์ประกอบทั้งสองชนิดนี้จะรวมกันเป็นอนุภาคไวรัสเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เคลื่อนย้ายไปตามส่วนต่างๆ ของพืชและทวีจำนวนไปตามการเจริญของพืชเป็นลำดับ

แนวทางการควบคุมโรค 

  1.  ถอนทำลายต้นที่เป็นโรคก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคไปทั่วแปลงปลูก
  2. ไม่สูบบุหรี่ในแปลงยาสูบ  มะเขือเทศ  และพริกเพราะในใบยามวนบุหรี่อาจมีไวรัส TMV ปะปนอยู่และสามารถระบาดเข้าสู่แปลงได้
  3. ล้างมือทำความสะอาดเสื้อผ้า  และเครื่องมือเขตกรรมต่างๆ ด้วยสบู่ หรือสารละลายด่างก่อนและหลังปฏิบัติงานในแปลง  เพื่อกำจัดไวรัสที่อาจติดมา

โรคที่เกิดจากไฟโตพลาสมา

     ในอดีตที่ผ่านมามีพืชหลายชนิดที่เป็นโรคไฟโตพลาสมา  เช่น  การทำให้เกิดอาการแคระแกร็นในหม่อน  อาการแตกพุ่มในมันฝรั่ง  อาการเหลืองในแอสเตอร์  และในปัจจุบันได้พบอาการเหลืองในข้าวด้วย  โดยเท่าที่มีการศึกษาแล้วในปัจจุบันพบว่าเชื้อไฟโตพลาสมาสามารถทำให้เกิดโรคกับพืชประมาณ 200 ชนิดเป็นอย่างน้อย  อาการเท่าที่พบ  คือ  อาการเหลือง  โดยพืชทีเป็นมักแสดงอาการอย่างเด่นชัดที่ส่วนใบ  แต่ก็มีบางชนิดที่แสดงอาการที่ส่วนดอกได้  เช่น  โรคดอกเหลืองของแอสเตอร์  โรคใบขาวของอ้อย อาการดอกเขียวหรือดอกที่มีลักษณะเป็นสีเขียวอ่อนอยู่ได้ไม่ได้เปลี่ยนไปตามลักษณะพันธุ์พืช  เช่น  โรคดอกเขียวของไม้ดอก  อาการพุ่มแจ้  คือลักษณะอาการที่พืชแตกส่วนยอดหรือตาข้างมากกว่าปกติ  อาการแตกพุ่มฝอยที่อาการของโรคมักปรากฏที่ส่วนยอดหรือส่วนตา  ใบที่เกิดใหม่มีขนาดเล็กลงเป็นใบเกล็ด  เช่น  โรคแตกพุ่มฝอยยของงา  ลักษณะอาการอื่นๆ เช่น  ต้นแคระแกร็น  อาการตายนจากส่วนยอดและทรุดโซม  อาการเซลล์ตาย  ซึ่งอาการเหล่านี้มักพบร่วมกับอาการอื่นๆ  ช่วงระยะเวลาการระบาด  พบในช่วงหน้าฝนและในพื้นที่ปลูกที่เป็นดินร่วนปนดินทราย  มีพาหะนำโรคคือ เพลี้ยจักจั่น

วิธีการป้องกันการเกิดโรคจากไฟโตพลาสมา

  1.  ไม่ใช้ท่อนพันธุ์ที่มาจากแหล่งที่มีโรคระบาด  หากมีความจำเป็นต้องใช้ให้นำท่อนพันธุ์นั้นไปแช่น้ำร้อนที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส  นาน 2 ชั่วโมง
  2. ขุดต้นตอที่เป็นโรคออกจากแปลงและนำไปทำลายนอกแปลงปลูก
  3. ในแหล่งที่มักพบการระบาดของโรคเป็นประจำ  หลังจากการเก็บเกี่ยวให้รื้อแปลงและทำลายต้นตอ
  4. ปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อตัดวงจรของโรค

 


เรียบเรียงโดย : กลุ่มงานบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  โทรศัพท์ (074) 286059-60  , โทรสาร (074)-558803, email address: yaowalak.c@psu.ac.th

Sections: Miscellaneous
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 07 January 2013 13:25 Modified: 07 January 2013 13:25 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 ทดแทน, and 2 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.215.33.158
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ