นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2315
ความเห็น: 2

อากาศที่เปลี่ยนแปลง...มีผลต่อสุขภาพ(พืช) อย่างไร???

เกษตรกรควรเตรียมการเพื่อรับมือต่อความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดย เกษตรกรทำนาควรเปลี่ยนเป็นปลูกข้าวอายุสั้น ส่วนการปลูกไม้ผลต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาออกผล

 

 

 

         การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกในระยะหลายปีที่ผ่านมา  นอกจากจะทำให้เกิดผลกระทบทางภูมิศาสตร์  เช่น  การกัดเซาะชายฝั่ง  ดินถล่ม  และภัยพิบัติต่างๆแล้ว  ยังมีผลต่อพืชเศรษฐกิจและพืชอาหารของภาคใต้  โดยเฉพาะข้าว  ยางพารา  และไม้ผล  เนื่องจากต่อไปมีแนวโน้มว่าผลผลิตทางการเกษตรจะลดลง  เพราะความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล  ปรากฏการณ์เช่นนี้เห็นได้ชัดเจนขึ้นในระยะ 3-4 ปี  ตัวอย่างจากปริมาณฝนที่มทากใน 2 ปีที่ผ่านมา  กลับกลายเป็นฝนแล้งในปีนี้


            คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนินโญ่และลานินญ่า  จะเกิดบ่อยขึ้น  ฤดูกาลจะเปลี่ยนแปลงไปจากมี “หน้าร้อน” กับ “หน้าฝน”  เป็น  “แล้ง” กับ “ท่วม”  ตอนนี้อยู่ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงซึ่งยังไม่ทราบว่าจะเป็นไปในทิศทางใด  แต่ที่น่าสังเกตคือสภาพอากาศของจังหวัดสงขลาปัจจุบันคล้ายกัวลาลัมเปอร์  เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย  และประเทศอินโดนีเซีย  ฤดูกาลออกผลของผลไม้จะเริ่มตรงกัน  คือจะออกในช่วงปีใหม่  ส่วนอากาศของภาคใต้จะขยับขึ้นไปแถวจันทบุรีและระยอง  ทำให้ผลไม้ในแถบนั้นให้ผลในช่วงเวลาเดียวกับภาคใต้ในอดีต

            ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว  ทำให้เกิดปัญหากับเกษตรกรมาก  เช่น  ลองกอง  เงาะ  มังคุด  กลับมาออกผลนอกฤดู  ไม้ผลดังกล่าวต้องการความแห้งแล้งในเดือนมีนาคม  เพื่อกระตุ้นการออกดอก  เมื่อหน้าร้อนขยับเป็นเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม  จึงเปลี่ยนเป็นกระตุ้นให้ออกดอกเดือนตุลาคม  และจะไปออกผลในช่วงปลายปีต่อต้นปีถัดไป  การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในขณะนี้ยังไม่ทราบแน่นอนว่าจะคงอยู่ตลอดไปหรือเป็นเฉพาะช่วงเวลานี้


            นอกจากนั้น  ยังกระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราเช่นกัน  จากที่เมื่อก่อนใบยางร่วงในหน้าแล้ง  และเริ่มผลิใบใหม่เดือนเมษายนเพื่อรับหน้าฝน  แต่หากมีฝนตกในหน้าแล้ง  ใบใหม่จะชื้นและเกิดโรค  ทำให้ใบร่วง  เช่นปีที่ผ่านมา  ทำให้วันเปิดกรีดเลื่อนจากพฤษภาคมเป็นกรกฎาคม  ทำให้วันกรีดยางลดลงจากประมาณ 150 วัน  เหลือประมาณ 110 วัน  หรือบางพื้นที่อาจจะน้อยกว่านั้น

            ทั้งนี้เกษตรกรควรเตรียมการเพื่อรับมือต่อความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว  โดย  เกษตรกรทำนาควรเปลี่ยนเป็นปลูกข้าวอายุสั้น  ส่วนการปลูกไม้ผลต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาออกผล  ส่วนที่กระทบกับยางคือโรคระบาดเช่น  โรคราคขาว  ซึ่งสามารถทำให้ยางตายทั้งสวนได้  นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ประเทศมาเลเซียเปลี่ยนการปลูกพืชเศรษฐกิจจากการปลูกยางมาเป็นการปลูกปาล์ม  เพราะการเปลี่ยนแปลงของอากาศจะกระตุ้นเชื้อโรคบางอย่างให้เจริญเติบโตขึ้น  จึงมองว่าต่อไปปาล์มน้ำมันจะเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ที่น่าสนใจมากกว่ายาง  เพราะไม่กระทบกับปริมาณฝนที่มากขึ้น  ส่วนยางนั้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางพื้นที่จะมีช่วงวันกรีดมทากกว่าภาคใต้

 

 


ข้อมูลโดย: รองศาสตราจารย์ ดร. สายัณห์  สดุดี  อาจารย์ประจำภาควิชาพืชศาสตร์  คณะทรัพยากรธรรมชาติ

 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 06 มีนาคม 2556 10:49 แก้ไข: 06 มีนาคม 2556 15:47 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Our Shangri-La, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ข้อความส่วน

"แต่ที่น่าสังเกตคือสภาพอากาศของจังหวัดสงขลา ปัจจุบันคล้ายกัวลาลัมเปอร์  เมืองหลวงของประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย  จะเริ่มตรงกัน  คือจะออกในช่วงปีใหม่  ส่วนอากาศของภาคใต้จะขยับขึ้นไปแถวจันทบุรีและระยอง  ทำให้ผลไม้ในแถบนั้นให้ผลในช่วงเวลาเดียวกับภาคใต้"

ขาด ๆ ขัด ๆ กระโดดไปยังไงไม่รู้นะครับ

เราเอง

 

ขอบคุณค่ะ พี่ shang แก้ไขให้แล้วค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.215.33.158
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ